ในบรรดาหนังจีนกำลังภายในย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์โทรทัศน์และภาพยนตร์ หลายเรื่องมีพล็อตเขียนเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์
ของประเทศจีนท่านนี้ จิ๋นซีฮ่องเต้ ไม่เขียนเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระองค์ ก็หยิบยืมยุคสมัยของพระองค์เป็นฉากเหตุการณ์ ให้จอมยุทธ์แสดงวิทยายุทธ์พิสดารสุดลึกล้ำ
ประมาณแปดร้อยปีก่อนคริสตกาล ประเทศจีนแตกแยกเป็น 7 แคว้น เจ้า เว่ย เยียน หาน ฉี ฉู่ และ ฉิน ต่างทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างกันและกัน ยุคนั้นแคว้นฉินเป็นแคว้นเข้มแข็งที่สุด จิ๋นซีฮ่องเต้ขึ้นเป็นกษัตริย์แคว้นฉินตั้งแต่พระชนมายุได้เพียง 13 พรรษา โดยมีอำมาตย์ชื่อ 'หลี่ปู้เว่ย' เป็นผู้บริหารบ้านเมือง (คอหนังจีนโบราณคงคุ้นชื่อนี้) เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงมีพระชนมายุ 21 พรรษา ทรงปลดอำมาตย์หลี่ออกจากตำแหน่งและทรงบริหารบ้านเมืองด้วยพระองค์เอง ทรงมีประสงค์รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น จึงทรงฝึกกองทัพให้เข้มแข็งและปกครองอย่างเข้มงวด
ผู้ออกแบบศิลปกรรมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกใน 'สนามกีฬารังนก' ในกรุงปักกิ่งเมื่อปีที่แล้ว จาง อวี้ โหมว ผู้กำกับหนังชื่อดังของโลก เป็นผู้หนึ่งซึ่งจับเอาช่วงระยะเวลาของจิ๋นซีฮ่องเต้ถ่ายทอดความหมายของคำว่า 'วีรบุรุษ' แท้จริงคืออย่างไร ออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง Hero ผ่านตัวละครหลักๆ ชื่อ ไร้นาม (Nameless) ฟ้าเวิ้ง (Sky) หิมะเหิน (Flying Snow) และ กระบี่หัก (Broken Sword) โดยวางพล็อตเรื่องว่าเมื่อแคว้นฉินเข้มแข็งที่สุด แคว้นอื่นๆ จึงส่งผู้เยี่ยมยุทธ์ลอบปลงพระชนม์จิ๋นซีฮ่องเต้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงมีกองทัพนับแสนคุ้มกันตลอดเวลา เขตพระราชวังกว้างใหญ่ไพศาล ทางเดินสลับซับซ้อนเต็มไปด้วยค่ายกล ที่สำคัญไม่มีผู้ใดเข้าใกล้พระองค์ได้ต่ำกว่า 100 ก้าว และแล้วก็มีจอมยุทธ์ผู้หนึ่งกำหนดแผนขึ้นหวังตบตาให้จิ๋นซีฮ่องเต้ไว้วางพระทัยในตัวเขา ยอมให้เขาเข้าใกล้พระองค์ได้ใน 20 ก้าว
หนังจบอย่างไร คอหนังคงทราบดีแล้ว ที่สำคัญ 'จาง อวี้ โหมว' ได้อาศัยบทสนทนาของตัวละครหลักทั้งสี่และความเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ถ่ายทอดปรัชญาความหมายของคำว่า 'วีรบุรุษ' ได้อย่างลึกซึ้งกินใจ
ในปี 221 ก่อนคริสตกาล จิ๋นซีฮ่องเต้สามารถรวบรวมประเทศจีนเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จเมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ 39 พรรษา ทรงประกาศให้ทั้งประเทศใช้เงินตรา มาตรวัด และตัวอักษรแบบเดียวกัน ทรงสร้างสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาที่โลกต้องจดจำ คือ กำแพงเมืองจีน และ มหาสุสาน ซึ่งต่อมารู้จักกันในนาม สุสานจิ๋นซี ความยิ่งใหญ่ที่แลกมาด้วยความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายปกครองแผ่นดินและเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมหาศาลเพื่อก่อสร้างสิ่งต่างๆ ทำให้พระองค์ถูกวิจารณ์ในหลายแง่มุม ทั้งมองด้วยความชื่นชมและมองว่าพระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้โหดเหี้ยม
กษัตริย์จีนโบราณนิยมสร้างสุสานของตนเมื่อทรงขึ้นครองราชย์ เพราะเชื่อว่ายิ่งใช้เวลาสร้างสุสานนานและสุสานยิ่งมีขนาดใหญ่ อายุก็ยิ่งยืนยาว จิ๋นซีฮ่องเต้ก็เช่นกัน นักประวัติศาสตร์จีนระบุว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงเกณฑ์ไพร่พลถึง 700,000 คนเพื่อสุสานที่เมืองซีอาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ฉิน ใช้เวลาก่อสร้าง 39 ปี และสร้างเสร็จหลังจากพระองค์สวรรคตไปแล้ว 2 ปี สุสานแห่งนี้เต็มไปด้วยความลับ บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ลึกลงไปใต้ดินมีห้องเก็บพระศพและพระราชวังขนาดใหญ่ มีรูปปั้นขุนนางฝ่ายบุ๊นฝ่ายบู๊ มีการจำลองแม่น้ำแยงซี แม่น้ำฮวงโห รวมไปถึงมหาสมุทร ทุกอย่างถูกฝังอยู่ใต้ดินและคงสภาพอยู่ได้อย่างไร ชาวจีนโบราณใช้เทคโนโลยีอะไรในการทำสิ่งเหลือเชื่อต่างๆ เหล่านี้เป็นปริศนาที่สร้างความสงสัยให้กับคนรุ่นหลังอย่างมาก
เดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2517 ด้วยความบังเอิญของชาวนาคนหนึ่งที่ต้องการขุดหาบ่อน้ำบาดาล ทำให้เขาค้นพบที่ตั้งของกองทัพหุ่นทหารดินเผาใต้ดินของจิ๋นซีฮ่องเต้โดยบังเอิญ หลังจากรัฐบาลจีนเข้าสำรวจและขุดค้นอย่างเป็นทางการก็พบรูปปั้นทหารและม้าทำจากดินเผาจำนวนหลายพันตัว ขนาดเท่าคนจริง พร้อมกับระบุว่าหลุมรูปปั้นกองทหารและม้าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งตัวสุสานจริงๆ ที่คาดว่ามีทั้งห้องเก็บพระศพและพระราชวังใต้ดินนั้นตั้งอยู่ห่างออกไปอีก 1.5 กิโลเมตร ยังไม่มีการขุดค้นจริงจังเนื่องจากเทคโนโลยีการขุดยังก้าวหน้าไม่พอ เกรงจะสร้างความเสียหายหากไม่ระมัดระวัง เมื่อคำนวณแล้วนักโบราณคดีประมาณว่าสุสานจิ๋นซีน่าจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 2,180 ตารางกิโลเมตร
หลังการสำรวจและกำหนดมาตรการอนุรักษ์เรียบร้อย รัฐบาลจีนก็เปิดให้สาธารณชนเข้าชมกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2522 จากนั้นองค์การยูเนสโกก็ได้ประกาศให้หลุมรูปปั้นทหารดินเผาและกองทหารม้าของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ขุดพบนี้เป็น 'มรดกโลก' ทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2530 ด้วยคุณค่าที่ทำให้คนรุ่นหลังเข้าใจเรื่องราวและประวัติศาสตร์จีนได้มากขึ้น
กองทัพใต้ดินของจิ๋นซีฮ่องเต้นี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซีอาน 32 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหลุมเนื่องจากตั้งอยู่ใต้ดิน รัฐบาลจีนได้สร้างโครงอาคารขึ้นคลุมและสร้างอาคารจัดแสดงวัตถุสิ่งของที่ขุดค้นพบในลักษณะพิพิธภัณฑ์
นักประวัติศาสตร์จีนระบุว่าหุ่นกองทหารใต้ดินอาจมีมากถึง 8,000 ตัว วัสดุที่ใช้ทำคือ ดินเหนียว เริ่มจากใช้ดินปั้นส่วนมือและเท้า จากนั้นจึงสร้างลำตัวและเครื่องแต่งกายซึ่งแตกต่างกันไปตามยศ แล้วจึงนำมือและเท้ามาประกอบเข้ากับลำตัว ขั้นต่อไปคือการปั้นศีรษะและโครงหน้า แล้วจึงใส่เตาเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส โดยแยกกันเผาระหว่างส่วนศีรษะและลำตัว เสร็จแล้วจึงถึงขั้นตอนทาสี สุดท้ายก็ลำเลียงส่วนต่างๆ ลงไปประกอบเป็นรูปปั้นสมบูรณ์ทั้งตัวในหลุม
นักโบราณคดียังพบด้วยว่าช่างปั้นได้เจาะรูเล็กๆ ไว้ 1 รูที่ตัวรูปปั้น นักวิทยาศาสตร์ตอบคำถามนี้ว่าเนื่องจากอากาศภายในดินจะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน รูเล็กๆ นี้จะช่วยระบายความร้อนภายในตัวรูปปั้น ป้องกันรูปปั้นแตกร้าวจากการขยายตัวของอากาศนั่นเอง
การขุดค้นแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลุมและพบว่ากองทหารดินเผาใน หลุมหมายเลข 1 เป็นหลุมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสามหลุมที่จัดแสดงขณะนี้ ตัวหลุมลึก 5 เมตร มีความยาวจากทิศตะวันออกไปตะวันตก 230 เมตร และกว้างจากทิศเหนือมาทิศใต้ 62 เมตร ในหลุมนี้มี รูปปั้นทหาร และ ม้า ประมาณ 6,000 ตัวในลักษณะท่วงท่าต่างๆ กัน จัดเป็นกองทัพที่มีขนาดใหญ่มาก นอกจากนี้ยังพบ รถศึก รวมอยู่ด้วย นักโบราณคดีระบุว่ากองทหารดินเผาที่พบในหลุมหมายเลข 1 นี้ เป็นกำลังหลักของกองทัพ และทำให้ทราบข้อมูลมากขึ้นถึงวิธีการจัดทัพของทหารแคว้นฉินเวลาทำสงครามที่ประกอบไปด้วย รถศึก ทหารเดินเท้าทั่วไป ทหารเดินเท้าพร้อมอาวุธหนัก ฝ่ายข้อมูลในกองทัพ พลทหารบังคับรถม้า ทหารประจำรถม้า กับกลุ่มที่ยังไม่แน่ใจเรื่องตำแหน่ง
ความใหญ่โตของขนาดหลุม ความตื่นตะลึงบนใบหน้าของนักท่องเที่ยวที่เข้าชม ภาพใบหน้าอันสงบนิ่งของหุ่นทหารดินเผา รายละเอียดบนเครื่องแต่งกายดินเผา ท่ายืน การจัดเรียงแถวราวมหากองทัพ
เป็นทั้งความยิ่งใหญ่และยอมศิโรราบให้กับผู้มีส่วนสร้างมหาสุสานแห่งนี้






ความคิดเห็นที่ 2
knowchinese , 10 ตุลาคม 2552 20:13
สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเที่ยวจีนด้วยตนเอง
สามารถ ค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับการท่องเที่ยวจีนได้ที่เว็บบอร์ด
http://www.knowchinese.com/index.php?lay=show&ac=webboard&WBntype=3
แวะมาแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวกัน
ความคิดเห็นที่ 1
เคยไป , 4 สิงหาคม 2552 07:48
ทหารดินเผาบางตัวสีเดิมยังติดอยู่เลย อเมริกาเคยขอหุ่นทหารดินเผาแต่ทางการจีนไม่ให้ สุดท้ายจีนก็ส่งไปให้แต่เป็นของสร้างใหม่ เฉพาะดินในสุสาน1ก้อนมีค่า=ทองคำ1ก้อนเท่ากันและทหารดินเผา1ตัวไม่สามารถประเมินค่าได้