นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้ว ที่เรามีโอกาสไปเยือนพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองหงสาวดี อันเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรมอญโบราณ
ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี บ้านเก่าบุเรงนอง เพื่อนพ้องสงสัยว่า พม่ามีดีอะไรทำให้ต้องไปเยือนอีกครั้ง หรือว่าชาติก่อนเป็นพม่า ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง ประชาชนชาวพม่าที่ได้ไปสัมผัส พวกเขาอัธยาศัยดี น่ารัก รักพวกเขาที่เคร่งครัดในศาสนา
ไกด์พม่าเล่าว่า วันเข้าพรรษา วันปีใหม่ ใครอย่าได้ไปเที่ยวพม่า เพราะว่าไม่มีร้านรวงไหนเปิดบริการ ชาวพม่าทุกคนไปอยู่ในวัดทำบุญกันหมด มีหวังอดตายแน่ ที่สำคัญไกด์ คนขับรถ พ่อค้าแม่ขาย ต่างพากันหยุดงานไปวัด เพราะทุกคนเห็นความสำคัญของการทำบุญ
ทริปไปพม่าครั้งนี้ ไปกับ Chic Travel ถือว่าเป็น E-Magazine เจ้าแรกที่รุกตลาด Emotional Media อย่างจริงจัง เมื่อเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เขาจึงร่วมมือกับเงาะพาทัวร์ จัดทริปพิเศษนี้ขึ้น กลายเป็นทริปท่องพม่าในหน้าฝนไปโดยปริยาย เพราะทุกที่ที่เราไปเจอแต่ความชุ่มฉ่ำไม่เคยขาดเม็ด กลับจากพม่าคราวนี้เห็นทีจะต้องเลิกเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนซะแล้ว
พวกเราใช้บริการสายการบินแอร์เอเชีย บินจากสุวรรณภูมิสู่สนามบินเมงกาลาดอน เมืองย่างกุ้ง ไม่น่าเชื่อว่าใช้เวลาบินไม่นานประมาณไปเชียงรายบ้านเรา แต่เวลาพม่ากลับช้ากว่าเราไปตั้ง 30 นาที ทันใดที่ลงจากเครื่องบินก็มีไกด์ท้องถิ่นท่าทางใจดีมีนามว่า Sai Lao (A) Dao มายืนรอรับ เราเรียกเขาว่า ‘พี่ดาว’ จะเติมคำว่าสุดหล่อต่อท้ายก็เกรงว่าภรรยาทนายความของพี่ดาว เขาจะขว้างค้อนเมดอินเมียนมาร์ใส่ !!
ขึ้นรถโค้ชไม่ทันหายใจได้เท่าไหร่ รถคันใหญ่ก็พามุ่งหน้าสู่หงสาวดี อยู่ห่างจากย่างกุ้งราว 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางนับ 2 ชั่วโมง เนื่องจากฝนตกหนัก กำหนดการแรกชม สุสานสัมพันธมิตร แต่เนื่องจากสายฝนไม่เป็นใจ ก็เลยได้แต่ขับรถผ่านแล้วชี้จุดเกิดเหตุเท่านั้น ในใจพลางคิดว่าเหมือนสุสานพันธมิตรบ้านเราที่กาญจนบุรีไม่มีผิด
เลยไปยัง วัดไจ๊คัตไว (Kyat Weing) เพื่อทำบุญใส่บาตรข้าวสวยแด่พระภิกษุ สามเณร จำนวน 1,200 รูป วัดนี้เขาเป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนานักธรรมชั้นตรี โท และเอก ช่วงเทศกาลงานบุญที่วัดนี้จะมีคณะศรัทธามาทำอาหารในโรงครัวเพื่อถวายแด่พระภิกษุ แต่ช่วงฝนตกวันนี้ ไม่มีคณะไหนศรัทธามาทำบุญ พระจึงทำหน้าที่ปรุงอาหารเอง อาหารเพียง 1 อย่าง เหมือนต้มจับฉ่ายบ้านเรา กินกับน้ำพริกปลาร้า เมนูนี้เป็นอาหารหลักของคนพม่า จะว่าไปแล้วกลิ่นปลาร้าช่างหอมหวนชวนลิ้มลองเสียจริง นึก ๆ ดูพระภิกษุทั้งหลายท่านฉันท์ข้าวกับอาหารแบบไดเอทฟู้ด น่าจะอิ่มไม่นานเพราะมีแต่ผัก อาศัยโปรตีนจากน้ำพริกปลาร้านิดหน่อย คณะเราไปถึงก็ได้ร่วมทำบุญท่ามกลางสายฝนจนชุ่มฉ่ำ (ใจ) เสร็จแล้วก็ค่อย ๆ เคลื่อนขบวนทำภารกิจต่อไป
โปรแกรมทัวร์พม่าชั่วโมงถัดไป น่าจะเป็นภารกิจหลัก (เหมือนเป็นภารกิจนางงามยังไงไม่รู้) คือ ‘มื้อเที่ยง’ มื้อแรกในพม่า ที่เมืองหงสาวดี ที่ภัตตาคารจีน Kyaw Swar พวกเรามีโอกาสได้ลิ้มรสเนื้อกุ้ง จากแม่น้ำหงสาวดี ตัวใหญ่หน้าตาดี แต่นิสัย (หมายถึงรสชาติ) สู้กุ้งแม่น้ำเมืองอโยธยาของเราไม่ได้ ของเราเนื้อหวานตัวแน่นเฟิร์มกว่า เอ๊ะ! รึว่าอุปทาน คิดเข้าข้างตัวเอง...
ได้ชิม ไก่หงสาทอด แต่ขาดน้ำปลา ก็เลยพูดไม่เต็มปากว่าอร่อยหรือไม่ ส่วน ปลาทอด นั้นเนื้อเฟิร์มสดเด้งดึ๋ง แต่เขาทอดแบบไม่หมักปลาเลยจืดไปหน่อย โชคดีที่มี น้ำพริกกุ้ง อันเลื่องชื่อของพม่า เข้ามาเสริมทัพ กินกับไข่เจียว ก็ดูเข้ากัน ทำให้มื้อเที่ยงเป็นไปอย่างราบรื่น เห็นชิมไปบ่นไปแบบนี้ ทุกอย่างบนโต๊ะหมดเกลี้ยง จนแทบไม่รู้ว่าเมื่อกี้เสิร์ฟอะไรมา
จากนั้นพวกเราไปนมัสการ เจดีย์ชเว มอดอร์ (Shwemawdaw Pagoda) คนไทยเรียกว่า พระมหาเจดีย์มุเตา ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองหงสาวดี (ชาวมอญสร้างไว้ในอดีต) มีพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนยอดเจดีย์ ครั้งหนึ่งฟ้าผ่ายอดเจดีย์ร่วงลงมาแต่ไม่ตกถึงพื้น ชาวพม่าจึงอนุรักษ์เอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็น เพื่อแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์อภินิหาร
จุดหมายต่อไปคือ พระธาตุอินทร์แขวน พวกเราเดินทางต่อไปยัง เมืองไจ๊ก์ทีโย (Kyaikhtiyo) ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ข้ามแม่น้ำสะโตงอันกว้างใหญ่ ชวนให้ระลึกถึงพระองค์ดำ ในหนังเรื่องนเรศวรของท่านมุ้ย ไปถึงคิมปูนแคมป์ เชิงเขาไจ๊ก์ทีโย พวกเราต้องลงจากรถโค้ชสภาพเกือบหรู เปลี่ยนเป็นรถบรรทุกคันโก้ เบาะนั่งเป็นไม้พาดยาวเรียงตามแนวขวางของรถ หลังคาโอเพ่นแอร์ เปิดโล่ง รับสายฝนที่เย็นฉ่ำ สูดอากาศที่บริสุทธิ์อย่างเต็มปอด แต่ต้องระวังเดี๋ยวน้ำฝนอันบริสุทธิ์จะทะลักเข้ารูจมูก เดินทางไปอีก 10 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 35 นาที
ถึงเวลาต้องลงจากรถคันโก้ แต่อย่านึกว่าถึงที่หมายแล้ว เพราะต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 2.5 กิโลเมตร ใครไม่อยากเดินมีเสลี่ยงคนหาม 4 คน แบกคุณขึ้นไป คราวนี้จินตนาการได้เลยว่ากำลังย้อนยุคไปในสมัยก่อน เจ้านายเท่านั้นจะได้นั่งเสลี่ยง แต่เราเลือกที่จะเดิน เพราะได้บุญเยอะกว่าแถมได้ออกกำลังกายด้วย (ที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินได้ประโยชน์หลายต่อ) ทว่าในระหว่างเดินนั้น พี่น้องชาวเสลี่ยงต่างให้ความภักดี แบกเสลี่ยงวิ่งตามเป็นกระบวน ชักชวนให้ขึ้น ท่าโน้นท่านี้ (แกล้ง) ฟังไม่เข้าใจ แต่เดาว่าเขาพูดคำนี้ “ได้โปรดเถอะท่าน ขึ้นเสลี่ยงดีกว่านะครับท่าน หนูเป็นห่วง อย่าเดินเลยนะ มันสูง ไกลมากนะครับท่าน เหนื่อยนะครับท่าน ท่านเดินไม่ไหวหรอก ขึ้นเถอะครับ ๆ ได้โปรด ๆ ๆ ๆ” ไปตลอดทาง เหนื่อยแทบขาดใจ แต่แพ้ไม่ได้เดี๋ยวพวกเสลี่ยงจะหัวเราะเยาะเอา the show must go on ทำแล้วก็ต้องให้ถึงที่สุด สตรีชาวสยามฆ่าได้หยามไม่ได้รู้ไว้ซะ (ฮา)
ชาวพม่าเชื่อกันว่า ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนพม่า จะต้องมาไหว้พระธาตุอินทร์แขวน 3 ครั้ง ก่อนตาย คนไทยเราก็เลยลักไก่ใช้เทคนิค ด้วยการไปถึงแล้วเช็คอินเข้าพักโรงแรม เราพักกันที่ Mountain Top Hotel เก็บสัมภาระแล้วก็เดินไปพระธาตุอินทร์แขวน 1 กิโลเมตร เสร็จแล้วก็กลับมาอาบน้ำรับประทานอาหารค่ำ จากนั้นก็เดินไปนมัสการพระธาตุอีกรอบ นับเป็น 2 ครั้งแล้ว ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวไปนมัสการพระธาตุอีกรอบก่อนมารับประทานอาหารเช้า นับเป็น 3 ครั้ง แล้วก็ตายได้ อุ๊บส์! ไม่ใช่ เป็นอันเสร็จพิธี ก็เราไม่ใช่คนพม่านิจะได้เดินมาไหว้ได้บ่อย ๆ
สำหรับเราทำได้แค่ 2 ครั้งในทริปนี้ เพราะหลังจากหม่ำข้าวเย็นแล้วก็หมดแรงเข้านอนเลย อากาศที่นี่เย็นตลอดปี เรียกได้ว่าโรงแรมไม่ต้องติดแอร์ให้เปลือง โรงแรมนี้คลาสสิกมาก อยู่บนจุดที่สูงสุด สร้างโอบล้อมก้อนหิน มีหินก้อนโตอยู่ตรงกลางล็อบบี้ ระหว่างที่เราไป เมฆก้อนโตไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้เหมือนมีหมอกหนา ๆ ปกคลุม ระยะแค่ 5 เมตร ยังมองไม่เห็นสิ่งของข้างหน้า ต้องค่อย ๆ เดินคลำทางกันไป หากไม่ใส่หมวก ก็จะหัวเปียกราวกับเพิ่งสระผมเลยทีเดียว เราจึงเห็นพระธาตุอินทร์แขวนในสายหมอกตลอดเวลา
สัญลักษณ์ของพระธาตุอินทร์แขวน คือก้อนหินมหัศจรรย์ที่วางไว้หมิ่นเหม่ แถมมนุษย์ยังพากันโยกหินพิสูจน์อีกด้วยว่า มันโยกได้ แล้วใครกันนะไปสร้างพระธาตุไว้บนยอดหิน หากไม่ใช่พระอินทร์ดังว่า พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า เป็นแรงบันดาลใจของกวีซีไรต์ปี พ.ศ. 2534 คือ มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง 'เจ้าจันทร์ผมหอม' และ 'นิราศพระธาตุอินทร์แขวน'
รุ่งเช้าของอีกวัน ก่อนลากลับ พวกเราไปนมัสการพระธาตุกันอีกครั้ง ก่อนเดินเท้ากลับลงมายังหงสาวดี ภารกิจต่อไปคือไปชม พระราชวังบุเรงนอง เราแวะไปชมสระน้ำที่พระมเหสี พระสนม ใช้สรงน้ำสำเริงสำราญกันในสมัยก่อน จินตนาการย้อนกลับไปถึงพระสุพรรณกัลยา ได้เห็นร่องรอยของเรือนไทย ที่เหลือแค่ตอไม้สัก อันเป็นพระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา อยู่ใกล้กับพระตำหนักใหญ่ของพระเจ้าบุเรงนอง ทำให้ได้คิดอะไรมากมาย...
มาถึงหงสาวดี ต้องไปนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น และ พระเจดีย์บุเรงนอง คนไทยนิยมมาอธิษฐานที่เจดีย์บุเรงนอง (ผู้ชนะสิบทิศ) มีจุดที่บุเรงนองยืนอธิษฐานแต่เข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น เป็นที่นิยมของคนไทยขนาดมีป้ายภาษาไทยเขียนเอาไว้ว่า ‘จุดอธิษฐานพระเจ้าบุเรงนอง’
ก่อนจากไปเรายังได้รับประทานมื้อเที่ยงที่หงสาวดีอีกครั้ง ที่ภัตตาคาร 555 อยู่ใน Three Five Hotel เก่าแก่มากสร้างเมื่อปี ค.ศ.1944 เมนูเด็ดร้านนี้ก็มีน้ำพริกกุ้ง มาเกี่ยวข้องอีกแล้ว แต่จานเด็ดจริง ๆ คือ ไข่ไดโนเสาร์ ทำจากเต้าหู้อ่อนเสิร์ฟร้อน ๆ วางบนเครื่องเคียงที่ผัดมาแล้วคล้าย ๆ ออส่วน (แต่ไม่มีหอยนางรม) รสชาติจืดแบบอาหารจีน ข้างนอกกรอบข้างในนิ่มแบบเนื้อเต้าหู้ทอด
สิ่งที่น่าประทับใจที่ได้รับจากการมาเยือนพม่าทั้งสองครั้งก็คือ คนพม่าน่ารัก ตรงที่เข้มงวดในความศรัทธาศาสนา ไม่ว่าฝนตก แดดออก พวกเขาก็ยังถอดรองเท้าเดินเข้าวัดไหว้พระทำบุญ ด้วยความเคารพต่อสถานที่ พ่อแม่ชาวพม่าจะสอนลูกให้มีธรรมะในจิตใจ วันพระทุกคนไปวัดโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีฐานะดีหรือยากจน ทุกคนจะต้องเก็บเงินส่วนหนึ่งสำหรับการทำบุญเสมอ ลูกชายอายุ 8-12 ขวบ ทุกคนต้องบวชเณร อายุ 16-18 ปี ทุกคนต้องบวชเป็นพระสงฆ์ ด้วยความเชื่อที่ว่า การสะสมบุญก็เหมือนเอาเงินไปฝากธนาคาร เกิดมาอีกชาติก็จะมีกินมีใช้อยู่เย็นเป็นสุข เชื่อว่าถ้าชาติก่อนทำบุญมาดี ชาตินี้จึงมีกินมีใช้ ทำอะไรก็ราบรื่น มองภายนอกพวกเขาอาจดูน่าสงสารในสายตาของบางคน ทว่าความจริงแล้ว พวกเขาอาจมีความสุขอยู่ในใจ ภายใต้วิถีชีวิตที่พอเพียง มากกว่าพวกเราที่ยังต้องดิ้นรนต่อสู้อยู่กับกิเลส แห่งโลกโลกาภิวัตน์อยู่ก็เป็นได้
ทัวร์พม่ายังมีสถานที่น่าไปน่าชื่นชมอีกหลายแห่ง โปรดติดตามตอนต่อไป...
** ภัตตาคาร Kyaw Swa Restaurant อยู่เลขที่ 6 Main Road โทร.052-21610, 052-23310 และ 09-53-00239
** Mountain Top Hotel โทร. (951) 502-479 และ 536-553 www.hotels@visitmyanmar.net E-mail:grtt@goldenrock.com.mm
** Three Five Hotel อยู่เลขที่ 10 Main Road โทร. 052-22223 และ 052-21966 และ 09-5022390, 09-5301966
Tags : ย่ำหงสา...คารวะพระธาตุอินทร์แขวน •





