นาทีนี้ใครๆ ก็อยากไปดูแพนด้าน้อย ลูกสาวของ ช่วงช่วง กับ หลินฮุ่ย แต่อย่าลืมว่า เมืองไทยยังมีสัตว์คู่บ้านคู่เมือง คู่ไร่คู่นาอีกหลายชนิด
ที่เราหลงลืม ไม่ได้ให้ความสำคัญ หนึ่งในนั้นก็คือ ควายไทย หรือกระบือ สัตว์พื้นถิ่นที่ถูกลดบทบาทลงไปทุกที
สุดสัปดาห์นี้หากใครอยากชมความน่ารักของเพื่อนต่างสายพันธุ์ ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ แค่...สุพรรณบุรี ก็จะได้พบกับเจ้าทุยเพื่อนรักที่ไม่ได้เบาปัญญาอย่างที่ถูกเปรียบเปรย แถมวันนี้พวกมันยังมีโรงเรียนช่วยเพิ่มทักษะและความเฉลียวฉลาดอีกด้วย
โรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นแต่เช้าตรู่เช่นเดียวกับโรงเรียนทั่วๆ ไป แต่การมาโรงเรียนออกจะแตกต่าง นักเรียนสี่ขาเดินเรียงแถวออกจากคอกเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้ หลังจากนั้นนักเรียนกระบือก็จะมารวมตัวกัน เพื่อเข้าเรียนวิชาการดำนา การทำการเกษตร และการแสดงอื่นๆ
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จังหวัดสระแก้วเป็นหนึ่งในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้จัดทำโครงการ อนุรักษ์และพัฒนากระบือไทยในพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา จุดประสงค์ของโรงเรียนแห่งนี้คือ การฝึกสอนให้กระบือสามารถทำนา ทำการเกษตรได้จริง เนื่องจากทุกวันนี้ชาวนาต่างหันไปใช้รถไถในการทำนาแทน ส่วนกระบือที่ชาวนามีอยู่มาตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นกลายเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านเฉยๆ ไม่สามารถเป็นสัตว์ใช้งานได้จริงเหมือนเช่นในสมัยก่อน
สำหรับกระบือที่เข้ามาฝึกในโรงเรียนแห่งนี้ เกษตรกรจะต้องได้มาจากธนาคารโคและกระบือและเป็นลูกกระบือที่มีอายุประมาณ 2 ปี เนื่องจากอายุช่วงนี้อยู่ในวัยที่สามารถสอนได้และจดจำได้ดี ในการนำกระบือมาเข้าโรงเรียนนั้นจะต้องติดต่อกับกรมปศุสัตว์จังหวัดและต้องมีผู้ฝึกกระบือมาด้วย เพราะว่าการฝึกจะต้องฝึกคนเพื่อให้สั่งงานกระบือได้ เรียกว่าต้องมาเรียนพร้อมกันทั้งกระบือและคน ในการเข้าโรงเรียนจะต้องมาเรียนประมาณ 10-15 วัน ที่นี่มีที่พักให้ทั้งผู้ฝึกและกระบือที่มาเข้าโรงเรียน
วิชาที่สอนของโรงเรียนนี้ ในช่วงสองวันแรกจะเป็นช่วงเวลาที่ปล่อยให้กระบือคุ้นเคยกับสถานที่และพักเหนื่อยจากการเดินทาง ส่วนวันต่อๆ ไปก็จะฝึกให้รู้จักการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น คันไถ แอก และคราด
ในการมาโรงเรียนครั้งแรกแต่ละตัวอาจจะมีความตื่นเต้นต่างกันไป บางตัวไม่ยอมเดินตามแถว บางตัวก็กลัวเสียงของเครื่องมือที่ผูกไว้ด้านหลังเลยพากันวิ่งหนี แต่โชคดีที่โรงเรียนแห่งนี้มีพี่เลี้ยงหนึ่งตัว ชื่อ "แม็ค" เป็นสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ขนสั้น คอยวิ่งต้อนไม่ให้นักเรียนกระบือออกนอกแถว ภาพที่น่ารักอีกภาพคือ ขณะที่นักเรียนกระบือกำลังเรียนการไถกลับหน้าดินอยู่นั้น พี่เลี้ยงแม็คก็ลงไปวิ่งอยู่ในนาเหมือนกัน โคลนเลอะทั่วทั้งตัวไม่ได้ต่างกันทั้งนักเรียนและพี่เลี้ยง
วันหนึ่งนักเรียนสี่ขาเหล่านี้จะมีเวลาเข้าห้องเรียนแค่ 2 ชั่วโมงตอนเช้า เพราะหลังจากนั้นอากาศจะร้อน ส่วนใหญ่จึงต้องอยู่ในคอก หรือไม่ก็มีเรียนพิเศษอื่นๆ บ้างนิดหน่อย เช่น การสวัสดี
นอกจากฝึกทักษะให้กับกระบือแล้ว โรงเรียนนี้ยังมีการให้ความรู้แก่เกษตรกรที่สนใจ ทั้งการหีบอ้อย การนวดข้าว การดำนา และการสีข้าว มีการจัดทำแปลงสาธิตทางการเกษตรรูปแบบต่างๆ การใช้ประโยชน์จากมูลกระบือและของเหลือใช้ในพื้นที่ โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอบรม แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ภายในพื้นที่กว้างขวางกว่า 120 ไร่ของโรงเรียน ด้านหน้านักท่องเที่ยวจะได้พบกับ บ้านดิน ที่ออกแบบและสร้างโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง บ้านดินนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณในการสร้างบ้านต่ำ เพราะไม่ต้องเสียค่าวัตถุดิบ ใช้ดินในท้องถิ่นก็สามารถสร้างได้ ส่วนที่จะต้องใช้มากก็มีเพียงแค่เเรงงานเท่านั้น หลังคาของบ้านดินเป็นหลังคามุงจาก ทำให้เวลาที่อยู่ในบ้านจะรู้สึกเย็น ความพิเศษอีกอย่างคือบ้านดินทุกหลังจะไม่มีประตูห้องน้ำ เลียนแบบมาจากบ้านดินทางภาคเหนือที่ไม่มีประตูกั้นห้องน้ำเช่นเดียวกัน บ้านดินที่นี่เปิดบริการเป็นที่พักสำหรับนักเรียนที่มาเข้าค่ายเรียนรู้การทำเกษตรกรรมในรูปแบบดั้งเดิมด้วย
ถัดเข้าไปด้านในจะมีพิพิธภัณฑ์จัดนิทรรศการแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำการเกษตร ซึ่งเครื่องมือในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ มีแปลงนาสาธิต แปลงปลูกหญ้าสำหรับวัว-ควาย เหตุที่ต้องมีแปลงสำหรับปลูกหญ้าก็เพราะว่าที่นี่ไม่ได้ปล่อยให้กระบือหาหญ้ากินเองแบบทั่วๆ ไป แต่จะฝึกให้กินเป็นเวลา คือเช้าและเย็น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง มีพื้นที่สำหรับสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ประชาชนเข้าไปศึกษาหาความรู้หรือใช้เป็นต้นแบบต่อไปได้ ตรงกลางของโรงเรียนจะมีบ่อน้ำที่มีจุดสนใจคือ มะรุมล้อมรัก ส่วนใครที่อยากจะทราบว่ามะรุมล้อมรักเป็นอย่างไร ต้องแวะไปชมด้วยตาตนเอง
การมาโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ นอกจากจะได้สัมผัสกับความน่ารักของสัตว์แสนรู้ที่อยู่คู่สังคมไทยมานานอย่างกระบือแล้ว ยังได้ศึกษาเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะวิถีทางการเกษตร ได้ศึกษาวิธีการทำนา การอนุรักษ์ธรรมชาติ เหมาะสำหรับการไปแบบเป็นครอบครัว หรือทัศนศึกษาเป็นหมู่คณะ
Tags : ทุยสถาน กาสรกสิวิทย์ •




