10 ชั่วโมงด้วยรถไฟตู้นอนจากเมืองฮอสเปก เป็นรถนอนชั้น 3 ที่ไม่แนะนำให้ขึ้นนะคะ หากไม่จำเป็นอย่างฉันจริงๆ
แต่หากต้องการสัมผัสชีวิตครอบครัวเดินทาง ของชนชั้นกรรมาชีพของอินเดีย ก็แนะนำให้ลองค่ะ คุณอาจจะได้พบกับคุณย่าที่พร่ำสวดมนต์ให้กับหลานชายวัยอนุบาล ที่แสดงออกว่ารำคาญคุณย่าเต็มแก่ กับคุณแม่และลูกสาวตัวน้อยที่ทะเลาะและตะโกนใส่หน้ากันตลอดหลายชั่วโมงขณะที่คนเริ่มกางเตียงและปิดไฟนอน คุณพี่ผู้ชายที่เอาขาก่ายข้ามเตียง ด้วยไม่รู้ว่าจะเอาขายาวๆ ของตัวเองไปวางไว้ตรงไหน คุณพ่อที่ต้องกล่อมให้คุณลูกชายหลับ ด้วยการพาเดินไปตามตู้โดยสาร คุณพี่อีกคนที่ไอและต้องถ่มน้ำลายตลอดทาง
และได้โปรด!!! เป็นเสียงอ้อนวอนจากฉัน ที่ไม่อยากให้รถไฟหยุดตามชานชาลาบ่อย เพราะกลิ่นปัสสาวะฉุนกึก จะลอยมาปะทะจมูกจนหลับไม่ลง
ทางการอินเดียกำลังรณรงค์อย่างขันแข็งนะคะ ไม่ให้มีการปัสสาวะและถ่มน้ำลายตามที่สาธารณะ จะเห็นได้จากมีโปสเตอร์รณรงค์ติดกันตามที่ชุมชน บอกถึงวิธีปฎิบัติที่ถูกที่ควรเพื่อความน่ามอง และความสะอาดของส่วนรวม ดาราชั้นนำของบอลลีวูดบริจาคเงินให้รัฐบาลเพื่อสนับสนุนให้มีการสร้างห้องน้ำสาธารณะตามที่ต่างๆ แต่ร่วมครึ่งเดือนที่ฉันเดินทาง ห้องน้ำสาธารณะสะอาดนะคะ เพียงแต่คนที่เข้าทีหลัง อาจต้องตามราด 'ของ' ของคนก่อนซะก่อน และบางแห่งรวมห้องน้ำหญิงชายไว้ด้วยกัน คุณผู้หญิงอาจกระอักกระอ่วนบ้าง เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วเห็นผู้ชายยืนฉี่อยู่
ฉันถึง เออร์นาคูลัม เมืองใหญ่ในรัฐเคราลาตอนกลางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยล่ะค่ะ เรียกสามล้อข้ามทะเลไปฝั่ง ฟอร์ทโคชิน เรียกว่า ไปถึงโรงแรมที่พักยังปิดเงียบ น้องคนขับสามล้อแสนใจดี ไปกดกริ่งเรียกตามโฮมสเตย์ให้ เรียกอยู่ 3 หลังจนได้บ้านว่างทั้งหลัง คุณลุงเจ้าของแกไปทำธุรกิจอยู่คูเวต ปล่อยบ้านให้หลานชายเปิดรับนักท่องเที่ยว คืนละ 700 บาทกับห้องใหญ่กว้างขวางเหมือนนอนบ้านเพื่อนอย่างนี้ รีบตกลงเลย จัดแจงกับสัมภาระเสร็จ ฉันหัวถึงหมอน หลับต่อจนถึงสาย
โคชิน หรือโคชิ อยู่ตอนกลางของรัฐเคราลา แถบนี้เป็นชายฝั่งตะวันตก มีเกาะเล็กเกาะน้อยเรียงราย เมื่อเกือบ 3,000 ปีก่อนเป็นดินแดนค้าขายเครื่องเทศ และงาช้าง และยังเป็นจุดขนส่งสินค้าจากเมืองจีนไปประเทศตะวันตก โคชินในปัจจุบันก็ยังเป็นท่าขนส่งสินค้าที่สำคัญ เพียงแต่สินค้าหลากหลายเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและเป็นฐานทัพเรือ เกาะท่องเที่ยววิปิน มีเรือข้ามฟากไปง่าย วันดีคืนดีอาจโชคดีได้เห็นโลมากระโดดน้ำเล่นด้วยค่ะ
หลังอาหารเช้ามื้อใหญ่ ฉันออกเดินเล่นย่อยอาหาร เมืองน่ารักค่ะ ชมบ้านสวยๆ สถาปัตยกรรมเก๋ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส และต้นไม้ร่มรื่นตลอดทาง แต่ก่อนจะรู้จักโคชินไปมากกว่านี้ ฉันไปเข้าคอร์สค่ะ เป็นคอร์สอายุรเวทเพื่อคงความเยาว์วัย จริงๆ คือการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลายเครียดน่ะค่ะ
ทางใต้ของอินเดีย โดยเฉพาะที่เคราลานี้ ศาสตร์อายุรเวท มีชื่อเสียงมาก ถือว่าที่นี่เป็นดินแดนมรดกทางอายุรเวทของอินเดียเลยล่ะค่ะ
อายุรเวทเป็นศัพท์ฮินดู เป็นศาสตร์แห่งชีวิต เป็นทักษะที่มาจากเทวะ เป็นศาสตร์ที่ใช้องค์สี่ในการรักษา และพืชมีความสำคัญมากในฐานะเป็นแหล่งที่มาของยารักษาโรค ร่วมกับการกินมังสวิรัติเพราะดีต่อสุขภาพ มาถึงที่แล้ว คุณหมอตรวจร่างกายก่อน และแนะนำให้ฉันทำ อุสิชิล และ สิโรธารา
'อุสิชิล' เป็นการนวดน้ำมัน โดยใช้น้ำมันอุ่นซึ่งผสมด้วยสมุนไพรนานาชนิด ชโลมทั่วตัว และลงน้ำหนักมือหนักๆ ลูบกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ความสำคัญอยู่ที่น้ำหนักมือของหมอนวดค่ะ หากนวดสองคน ทั้งสองคนสี่มือก็จะเคลื่อนไปพร้อมกัน วิธีการจริงๆ คือ ลูบนะคะไม่ใช่นวด ตามด้วยอาบน้ำอุ่นล้างความมัน ฉันมาให้นวด หรือ ลูบแรงๆ นี่ล่ะค่ะ ตลอดทั้ง 6 วัน และต้องเปลือยทั้งหมดนะคะ มีเตี่ยวเล็กๆ ให้ใส่เท่านั้น
ส่วน 'สิโรธารา' เป็นการบำบัดไมเกรน ช่วยความจำ การมองเห็น และการได้ยิน เขาจะปล่อยน้ำมันสมุนไพรอุ่นๆ ให้ไหลผ่านรูเล็กๆ จากหม้อทองเหลือง ลงบนหน้าผากและปล่อยให้ไหลไปตามแนวศีรษะ จะรู้สึกวาบๆ ที่หัว คุณหมอแนะนำว่า ช่วงเวลาเหมาะสมที่ควรเข้ารับการบำบัดควรจะก่อน 10 โมงเช้า หรือหลัง 4 โมงเย็น ตามนาฬิกาชีวิต ทุกเช้าก่อนตะลอนไปเที่ยว ฉันจึงมีนัดทุกวัน
การบำบัดด้วยอายุรเวทมีหลายวิธีมากค่ะ และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย แค่ต้องการผ่อนคลายอย่างฉันใช้เวลา 3-6 วันก็พอ แต่สำหรับผู้ต้องการรักษาก็ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์อย่างต่อเนื่องกัน ลองดูนะคะ แต่สุดท้าย 'ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว' คือความจริงแท้แน่นอนค่ะ ฉันว่า
โคชินเป็นเมืองท่องเที่ยวค่ะ ด้วยมีสนามบิน จึงมีนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวทั้งที่มีลูกเล็กแบเบาะก็มาเยอะเหมือนกัน ร้านค้าและที่พักหรูหรา จึงมีตอบสนองโจทย์นี้ ร้านกาแฟเก๋ๆ มีให้เลือกนั่งเล่นชิลชิลเยอะ ฉันชอบใจร้านกาแฟชื่อ Art Gallery มีภาพสวยๆ หมุนเวียนมาให้ชม และบรรยากาศสบายสุดๆ ที่นี่มีบริการเติมน้ำสะอาดด้วยนะคะ เขาไม่สนับสนุนให้ซื้อขวดใหม่ แต่เอาขวดเดิมไปเติมได้ ตลอดเส้นทางทางใต้รัฐบาลอินเดียรณรงค์ปลอดพลาสติกค่ะ อ้อ.. อีกที่ค่ะ ที่สไปซ์ เกสต์เฮ้าส์ ก็เก๋ มีสวนเล็กๆ อยู่กลางบ้าน เงียบ สงบดีจัง หากมีโอกาสไป ลองแวะไปดูนะคะ ไม่ได้พักก็เข้าไปได้
ฉันตั้งต้นที่โบสถ์คาทอลิก ซานตาครูซ บาซิลิกา และโบสถ์ เซนต์ ฟรานซิส ซึ่งถือว่า เป็นโบสถ์ของชาวยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย เดิมทีเป็นโบสถ์ไม้และมีการสร้างใหม่ด้วยหินในช่วงศตวรรษที่ 16 ในยุคหลังชื่อของโบสถ์เซนต์ ฟรานซิส ดังเพราะเป็นสถานที่ฝังศพของ วาสโก ดา กามา ก่อนมีการย้ายศพกลับไปโปรตุเกส เหลือให้เห็นเพียงศิลาหน้าหลุมฝังศพ ความรู้ตอนเรียนประวัติศาสตร์สมัยยังสาว ผุดขึ้นนิดๆ ว่า วาสโก ดา กามา เป็นนายทหารชาวโปรตุเกส ผู้เปิดศักราชการล่าอาณานิคมร่วมกับพวกดัทช์ และอังกฤษ สู้กับพวกอาหรับ และสุดท้ายก็สู้กันเอง เพื่อแย่งกันครอบครองการเป็นเจ้าแห่งการค้าเครื่องเทศ
ฉันเรียกรถสามล้อไปส่งที่ พระราชวังมัตตันเชอร์รี หรือพระราชวังดัทช์ ที่ชาวโปรตุเกสสร้างถวายให้ราชาแห่งโคชิน อย่าเพิ่งงงนะคะ ที่เรียกว่า 'พระราชวังดัทช์' เพราะในภายหลังชาวดัทช์เข้าไปบูรณะจนอยู่ในสภาพดีอย่างที่เห็น และภาพเขียนฝาผนังบางตอนจากเรื่องรามายณะที่นี่ ว่ากันว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย
รั้วติดกันกับพระราชวังดัทช์ เป็นโบสถ์ยิวค่ะ ที่นี่เป็นคำตอบให้ฉันว่า ทำไมมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเยอะจัง จ่ายค่าเข้าคนละ 2 รูปี โบสถ์ยังอยู่สภาพเดิมจากเมื่อปลายศตวรรษที่ 16 พื้นกระเบื้องสวยๆ เพ้นท์ลายด้วยมือทุกแผ่น นำเข้าจากเมืองจีน การเดินทางสู่อินเดียของชาวยิวในสมัยโบราณก็ด้วยเหตุผลทางการค้า และเครื่องเทศนี่ล่ะค่ะ ที่เป็นตัวแปรที่ชักนำทั้งความรุ่งเรือง และศึกเข้าบ้าน
ร้านขายของตลอดเส้นทางหน้าโบสถ์ มีสินค้าเด่นเป็น โคมไฟแก้ว ตามแบบเดิมของโบสถ์ยิวค่ะ แนะนำให้ซื้อเลย เพราะโคมแบบเดียวกันนี้ ในเมืองไทยแพงกว่า 3-4 เท่าตัว สำหรับผู้ชื่นชอบการแต่งบ้าน ตลาดหน้าโบสถ์ยิวนี้ ไม่น่าทำให้ผิดหวังแน่ค่ะ ฉันหอบซื้อที่พิมพ์ลายผ้า เป็นไม้แกะสลักสารพัดลาย ทั้งดอกไม้ ใบมะม่วง ลายเล็กใหญ่ ราคาร้อยกว่าบาท แต่เมื่อรวมมือจับตู้ ลิ้นชัก และโน่นนี่แล้ว เกือบหมดตัวเหมือนกันค่ะ
ช่วงเย็นฉันออกไปเดินเล่นริมชายหาด มีคนมาจับจองที่ดูพระอาทิตย์ตกดิน และดูคนเล่นน้ำทะเล ขยะมีเกลื่อนหาด แต่ดูไม่ใช่อุปสรรคกีดขวางไม่ให้คนสนุกกับเกลียวคลื่นแม้แต่น้อย หนุ่มน้อยคนหนึ่งโยนขวดโค้กลงน้ำ แม้จะเห็นกับตา แต่ฉันก็ได้แต่มองตามขวดโค้กที่ลอยตามน้ำไป ด้วยไม่รู้จะทำอะไรได้ อยากจะโยนพ่อหนุ่มคนนั้นลงทะเลตามไปด้วย
ยอขนาดใหญ่เป็นที่ตื่นตาของนักท่องเที่ยวฝรั่งไม่ใช่น้อย เขายกยอกันช่วงเย็น ใช้ชายฉกรรจ์ร่วม 10 คนยกยอขนาดยักษ์ ฉันไปเมียงมองดูมีกุ้งและปูเล็กน้อยติดมา ซึ่งก็มาขายสดๆ ให้กับร้านอาหารทะเลริมหาดแถวนั้น
แถบเคราลานี้ ชื่อของ แบควอเตอร์ เป็นไฮไลท์เรียกนักท่องเที่ยวมาแต่ไหนแต่ไร จากโคชินมีบริษัททัวร์หลายแห่งจัดนำเที่ยวมีแบบเช้าไปเย็นกลับ ทัวร์ 2, 3 หรือ 4 วัน หรือจะนอนค้างบนเรือหรูหราแค่ไหนมีให้เลือก แบควอเตอร์เป็นเสมือนเป็นเครือข่ายทางน้ำที่เชื่อมระหว่างทะเลสาบ แม่น้ำ และคูคลอง สองข้างทางเป็นที่ลุ่ม นั่งเรือชมวิถีชีวิตของชาวสวนอินเดีย ตอนนี้ รัฐบาลเป็นกังวลต่อมลภาวะที่เพิ่มขึ้น จนกระทบต่อระบบนิเวศของแบควอเตอร์ ระดับน้ำในปัจจุบันเหลือเพียง 1 ใน 3 จากที่เคยวัดกลางศตวรรษที่ 19 และนกอพยพที่เคยหนีหนาวมา ก็ไม่มาให้เห็นอีก ฉันว่า เราช่วยได้ด้วยการลองเลือกบริษัทนำเที่ยวที่ใช้เรือที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ และพิจารณาการจัดการขยะและสิ่งปฎิกูลดูนะคะ ว่าเขาทำอย่างไร ทิ้งในน้ำหรือเปล่า และช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูแบควอเตอร์บ้างไหม
ผู้ประกอบการใจดียังมีอยู่เยอะค่ะ
หมายเหตุการเดินทาง: จากเมืองไทยไม่มีเครื่องบินตรงไปโคชิน ต้องต่อเครื่องที่สิงคโปร์ หรือที่เชนไน แล้วแต่สายการบิน ระหว่างเออร์นาคูลัม แผ่นดินใหญ่ ข้ามไปฝั่งฟอร์ทโคชิน มีสะพานใหญ่ 2 แห่ง เสียค่าผ่านทาง หรือ นั่งเฟอร์รี่ข้ามฟาก เพียง 2 บาท นักท่องเที่ยวนิยมพักฝั่งฟอร์ทโคชิน ด้วยบรรยากาศ ความเงียบสงบ และความหลากหลายของผู้คนเป็นสีสันแปลกตาให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิต
Tags : อายุรเวทที่โคชิน • อินเดีย •






ความคิดเห็นที่ 2
cartier replica , 13 สิงหาคม 2554 09:19
Hermes accessories It wasnt until
ความคิดเห็นที่ 1
bedding sets , 12 สิงหาคม 2554 10:25
steel link bracelet with silver or blue dial The