กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 22 เมษายน 2552 01:00

บาหลี...ยินดีที่รู้จัก

ศิลปินชราถ่ายทอดฝีมือให้ลูกศิษย์วัยหนุ่ม

ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยชาและกาแฟร้อนๆ กับขนมพื้นเมือง - สถาปัตยกรรมภายในพระราชวัง

บริเวณรับแขกของ Ubud Royal Palace - Bebek Bengil ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่น

งานศิลปะในร้านที่อูบุด - เป็ดหมักเครื่องเทศทอดกรอบ เมนูเด็ดร้านเป็ดสกปรก

ตลาดอูบุดแหล่งชอปปิงของนักท่องเที่ยว - คุณลุงคั่วเมล็ดกาแฟผลผลิตจากการเพาะปลูกของครอบครัว

ร้านรวงทันสมัยในย่าน ซามิยัค - กาแฟแพงที่สุดในโลกจากมูลชะมด

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ใครชอบบ่นว่าเมืองไทยร้อนแสนร้อน ควรจะรู้ว่ามีอีกหลายประเทศบนโลกนี้ ที่อากาศร้อนยิ่งกว่า

 ถึงทุกวันนี้ฤดูกาลจะแปรปรวนสักแค่ไหน เมืองไทยก็ยังพอสัมผัสได้ ถึงความแตกต่างของฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ต่างจากเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร ที่ตลอดทั้งปีมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนตุลาคม และฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 20-33 องศาเซลเซียส แต่ไม่ว่าอากาศบนเกาะจะร้อนสักเท่าไร นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกก็มุ่งหน้ามายังเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะซุนดาน้อยนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนเกาะใหญ่น้อยกว่า 17,508 เกาะ ของประเทศอินโดนีเซีย และมีชื่อว่า บาหลี

 เกาะบาหลีเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะมีทั้งธรรมชาติที่สวยงามและศิลปวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ก็พอ ๆ กับเกาะภูเก็ตบ้านเรา คนไทยเดินทางไปบาหลีแสนสะดวก เพราะสามารถอยู่ได้นาน 2 เดือน โดยไม่ต้องขอวีซ่า แรกพบบาหลีที่สนามบินในเมืองเอก เดนปาซาร์ (Denpasar) ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบาหลีผ่านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในอาคาร และเมื่อเดินออกจากอาคารเราก็อยู่ได้แสงแดดอันร้อนแรงของบาหลี หมวก แว่นตากันแดด และครีมกันแดด จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางสำหรับคนกลัวดำ ใครไม่เคยกำเงินแสนเงินล้านมาถึงบาหลีจะมีเงินรูเปี๊ยะตุงกระเป๋าเป็นแสนเป็นล้าน

 เรามุ่งหน้าไปยังเขต สิงกาปาดู (Singapadu) เดินเข้าสู่ถนนสายเล็ก ๆ ที่ตามพื้นข้างทางเต็มไปด้วยกระทงกาบกล้วยเล็ก ๆ บรรจุอาหารและดอกไม้ที่ชาวบาหลีซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู วางไว้เพื่อการกราบไหว้เทพเจ้าตามความเชื่อทางศาสนา ใต้เพิงมุงจากหน้าบ้านหลังหนึ่งศิลปินผู้เฒ่ากำลังถ่ายทอดฝีมือการแกะสลักให้ลูกศิษย์วัยหนุ่ม เราเดินเข้าบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อทำความรู้จักกับวิถีชีวิตของชาวบาหลี บ้านทุกหลังบนเกาะแห่งนี้จะมีป้ายติดไว้หน้าบ้านบอกรายละเอียดให้รู้ว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของใครมีสมาชิกกี่คนเป็นผู้ชายกี่คนและผู้หญิงกี่คน ชาวบาหลียังคงอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ยามสายที่เรามาเยือนสมาชิกครอบครัวซึ่งเป็นผู้ชายออกไปทำงานนอกบ้าน มีเพียงผู้หญิง 3 คน 3 วัย กับหลานชายตัวน้อยอยู่ดูแลบ้าน หญิงคนหนึ่งกำลังตำข้าวเพื่อเปลี่ยนเป็นแป้งสำหรับทำขนม หญิงวัยกลางคนนั่งสานกระทงเพื่อใช้ในการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนหญิงชราลุกขึ้นมาก่อไฟต้มน้ำเพื่อชงชาและกาแฟต้อนรับผู้มาเยือน และนำมาให้เราพร้อมขนมไส้กล้วยที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ การพูดคุยกันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว สมาชิกในบ้านจึงพูดแต่ภาษาพื้นเมือง บทสนทนาจึงถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่มีให้กันก่อนกล่าวคำอำลา

 เดินทางต่อไปทางทิศเหนือสู่ อูบุด (Ubud) ซึ่งไม่เพียงเป็นที่ตั้งของตลาดชื่อดังที่มีร้านค้ามากมายจำหน่ายงานศิลปะ หัตถกรรม ไปจนถึงงานออกแบบสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะบาหลี อูบุดยังเป็นที่ตั้งของพระราชวัง Ubud Royal Palace ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมภายในบริเวณพระราชวังซึ่งจัดสรรพื้นที่ตามแบบอย่างจีนคือแบ่งพื้นที่เป็นชั้น ๆ มีสวนอยู่ทางด้านหน้า มีส่วนรับแขก และมีที่พักอาศัยอยู่ด้านในสุด นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้บริเวณด้านหน้าส่วนด้านในซึ่งเป็นที่พักอาศัยต้องได้รับอนุญาต หรือได้รับเชิญจึงจะสามารถเข้าไปได้และก่อนเข้าไปจะต้องใช้ผ้าคาดเอวเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่

 ชาวบาหลีมีความรัก ภูมิใจ และหวงแหนศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณของตน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมและงานศิลปะการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนตามแบบดั้งเดิม แต่ยังเห็นได้จากการดำรงชีวิต ชาวบาหลียังทำกสิกรรมแบบดั้งเดิม ผู้คนพากันไปวัดเป็นประจำแม้ว่าในวัดจะไม่มีนักบวช นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังบาหลีปีละนับล้านคน อาจทำให้มีร้านค้าหน้าตาทันสมัยเกิดขึ้นบ้างบนเกาะนี้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย หรือลดทอนความภาคภูมิในศิลปวัฒนธรรมของตนของชาวบาหลีได้ ศิลปะของบาหลียังเป็นเหมือนศูนย์รวมของศิลปะแห่งเอเชียเพราะเราจะเห็นจุดเด่นของศิลปะของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอยู่ในงานศิลปะของบาหลี

 นาฬิกาบอกเวลามื้อกลางวันพร้อมกับท้องที่เริ่มร้องเราจึงพากันไปยัง Bebek Bengil คำว่า Bebek เป็นภาษาบาหลีแปลว่า เป็ด ส่วนคำว่า Bengil แปลว่า สกปรก ร้านนี้จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Dirty Duck เรื่องราวน่ารัก ๆ อันเป็นที่มาของชื่อร้านเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1990 เจ้าของร้านพยายามคิดชื่อร้านมาตั้งแต่ระหว่างที่ร้านกำลังก่อสร้างแม้ว่าจะมีชื่อดี ๆ ที่เพื่อนฝูงช่วยกันแนะนำแต่ก็ยังไม่มีชื่อที่โดนใจ เพราะชื่อร้านที่ต้องการจะต้องเป็นชื่อบาหลีที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วน่าสนใจไม่แพ้กัน จนวันหนึ่งเมื่อการก่อสร้างใกล้จะเสร็จพื้นถูกปูด้วยคอนกรีตและจัดวางโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เป็ดฝูงใหญ่จากผืนนาซึ่งอยู่บริเวณรอบร้านได้ข้ามถนนแล้ววิ่งร้องเสียงดังโวยวายโหวกเหวกเข้ามาในร้าน เหยียบย่ำไปบนพื้นและบนโต๊ะ เมื่อฝูงเป็นจากไปสิ่งที่เหลืออยู่คือรอยเท้าเปื้อนโคลนทั่วร้าน ในฐานะแขกคน (ฝูง) แรก จึงได้รับเกียรติตั้งเป็นชื่อร้านมาจนถึงปัจจุบัน บรรยากาศในร้านร่มรื่นด้วยต้นไม้ทางด้านหลังเป็นผืนนาสีเขียวชอุ่มรอวันรวงข้าวสีทองแตกรวงก่อนการเก็บเกี่ยว รายการอาหารมีให้เลือกหลากหลายแต่แน่นอนว่าเมนูจานเด็ดอันดับหนึ่งของร้านคือ เป็ดครึ่งตัวหมักเครื่องเทศทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ในเมนูแนะนำว่าอย่าเหนียมอายกับการกินเมนูนี้ ควรใช้สองมือในการกินจะได้รสชาติที่สุด อาหารบาหลีมีเครื่องเทศไม่ต่างจากบ้านเราเพียงแต่ปรุงรสชาติไม่จัดจ้านเข้มข้นเท่าไรนัก

 นั่งรถมุ่งหน้าไป ซารีบาตู (Seribatu) ทางตอนเหนือของเกาะซึ่งเป็นแหล่งปลูกเครื่องเทศและกาแฟ ในหมู่บ้าน บาซัง อัมบู (Basang Ambu) มีแหล่งเพาะปลูก อโกรวิซาตา (Agrowisata) เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ทางเดินขนาบไว้ด้วยพืชนานาชนิด ซึ่งปลูกไว้ในลักษณะของเกษตรธรรมชาติไม่มีต้นไม้เรียงกันเป็นแถว หรือคันดินเป็นระเบียบเรียบร้อยมีเพียงภาพของความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เจ้าของพื้นที่สีเขียวนี้เป็นครอบครัวชาวบาหลีเมื่อเราเดินไปตามทางจนเจอศาลาหลังเล็กที่มีหุบเขา ปกคลุมด้วยหมอกหลังฝนโปรยเป็นทิวทัศน์สวย ๆ ให้นั่งมอง เด็กหญิงที่รอต้อนรับเราอยู่ก็ชงโกโก้และน้ำขิงร้อน ๆ ให้เราดื่ม เดินต่อไปทางด้านบนคุณลุงนั่งคั่วเมล็ดกาแฟอยู่ในเพิงเล็ก ๆ หลานชายอายุ 14-15 ชวนเราชิมรสชาติของสละซึ่งเป็นผลไม้ที่ปลูกกันมากในแถบนี้ ใกล้ ๆ กันเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้มาจากการเพาะปลูกของครอบครัวซึ่งมีทั้งเครื่องเทศ ผลไม้ ชา กาแฟ รวมถึง โกปิ ลูแว็ก (Kopi Luwak) กาแฟราคาแพงที่สุดในโลก

 เรื่องราวของกาแฟราคากว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อ 1 กิโลกรัมนี้ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 200 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวดัตช์ มาเริ่มปลูกกาแฟบนเกาะชวา สุมาตรา และสุลาเวสี ซึ่งเป็นดินแดนประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน บรรดาชะมดซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้จึงเริ่มกินเมล็ดกาแฟสุกเป็นอาหาร เมื่อชะมดขับถ่ายเมล็ดกาแฟออกมาบรรดาคนงานผู้ไม่ยอมให้เสียของ ก็เก็บเมล็ดกาแฟในกองมูลชะมดกลับมาด้วย กระทั่งมีคนรับรู้ถึงรสชาติของกาแฟที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์

 สายฝนโปรยลงมากระตุ้นเตือนให้เราโบกมือลาหุบเขาสีเขียว แล้วนั่งรถย้อนเส้นทางเดิมมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ของเกาะ แวะเดินชมร้านค้าสวยงามทันสมัยในย่าน ซามิยัค (Seminyak) ก่อนเข้าพักที่ สเปซ แอท บาหลี (Space at Bali) วิลล่าสไตล์บาหลีขนาด 2 ห้องนอน บนพื้นที่ 600 ตารางเมตร ที่มีสระว่ายน้ำใหญ่และพื้นที่มากมายสำหรับการพักผ่อน เพื่อนร่วมทางบางคนเลือกบริการนวดเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางในบาหลีตลอดวันที่ผ่านมา
 นั่งมองสายฝนโปรยปรายก่อนเข้านอนเพื่อตื่นมาพบแสงแดดสดใสในเช้าวันใหม่ ทบทวนความประทับใจในหนึ่งวันที่ผ่านมาไม่สงสัยเลยว่า ทำไมเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้จึงถูกเรียกขานเป็น อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย...

หมายเหตุ การเดินทาง :
Space at Bali www.spaceatbali.com
Bebek Bengil www.agungraka.com/bebekbengil

Tags : บาหลี เกาะบาหลี

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

Houses are not cheap and not every person is able to buy it. But, loans was created to help different people in such cases.

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า