กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 7 เมษายน 2552 01:00

ไปอาบน้ำพุร้อนตอนต้นหนาว

เด็กๆ กำลังสนุกกับการต้มไข่ในบ่อนำพุร้อน

ห้องอาบน้ำแร่ข้างธารน้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำตกแจ้ซ้อน - ไอน้ำลอยกรุ่น

ทางเดิน รั้วไม้ สนามหญ้า

น้ำใสในป่าสวย -

แสงแรกที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน - นักท่องเที่ยวกำลังเลือกซื้อของฝากจากที่ทำการฯ

ภาพประกอบข่าว

หมอกสีขาวนวลปกคลุมไปทั่วบริเวณ นับตั้งแต่แสงแรกของวันปรากฏ อากาศในวันต้นฤดูหนาวเช่นนี้กำลังเย็นสบาย

  ความจริงสิ่งที่แผ่คลุมยังมีที่ลอยพ้นมาจากผิวน้ำอีก ไอน้ำลอยกรุ่นปรากฏรวมอยู่ด้วย อันเนื่องจากอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงของบ่อน้ำพุร้อนทั้งหลาย

 ภาพรอบตัวแม้ดูพร่าเลือน แต่อีกไม่นานห้วงเวลานี้จะผ่านไปพร้อมการมาเยือนของแสงแดดที่จะกลืนกลบหมอกขาว เหลือไว้เพียงไอน้ำที่ลอยพ้นผิวน้ำ ซึ่งมองเห็นได้รางๆ

 น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ  ในจำนวน 9 บ่อ บนพื้นที่ 3 ไร่ รวมทั้งมีโขดหินน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณ อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำพุร้อนอยู่ที่ประมาณ 73 องศาเซลเซียส

 โดยที่อุณหภูมิ 73 องศาเซลเซียส เมื่อนำไข่ไก่มาแช่ไว้นาน 17 นาที ไข่แดงจะแข็งตัว รสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลว เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อย

 หากสนใจจะอาบน้ำแร่ ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีห้องอาบน้ำแร่ โดยมีอ่างสำหรับ 3-4 คนอาบได้ และห้องรวมแบบตักอาบซึ่งแยกห้องชาย-หญิง สำหรับน้ำแร่ที่ใช้อาบต่อท่อตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน ทั้งนี้ยังมีบ่อสำหรับอาบน้ำกลางแจ้งไว้บริการอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่กว้างและอิสระที่จะแหวกว่ายไปตามใจชอบ

 แต่ก่อนที่จะลงอาบน้ำพุร้อน มีคำแนะนำว่าควรลงอาบน้ำอุ่นก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้ได้สมดุล
 บริเวณใกล้ๆ กันกับบ่อน้ำพุร้อน มีแอ่งน้ำอุ่นที่ไหลมาบรรจบกันระหว่างน้ำพุร้อนกับน้ำเย็นจากต้นน้ำตกแจ้ซ้อน จนเกิดเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม

 ในความสมดุลของสองน้ำที่ไหลมาบรรจบกันนั้นแวดล้อมไปด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่ที่หนาทึบ ไล่จากริมธารน้ำจนลึกเข้าไปสุดตามอง

 หากสำรวจรอบๆ บริเวณโดยเดินทวนทางน้ำขึ้นไป จะพบลานกว้างที่เขียวครึ้มของต้นหญ้าปกคลุมผืนดินไว้ราวกับแต่ละย่างก้าวย่ำไปบนผืนพรม

 แดดที่สาดลำแสงลอดผ่านพุ่มยอดใบ ก้านกิ่งหนาทึบของต้นไม้สูง พาดแนวบนรั้วไม้ที่ขนานไปตามแนวทางเดิน ช่างเป็นยามเช้าที่แสนงาม

 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีลักษณะพื้นที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน อันเป็นส่วนหนึ่งของสันเขาผีปันน้ำตะวันตก ทอดตัวไปในแนวเหนือ-ใต้ เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดลำปางกับเชียงใหม่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 58 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2531 มีขนาดพื้นที่ประมาณ 480,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขต อ.วังเหนือ อ.แจ้ห่ม อ.เมืองปาน และอ.เมืองลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 75 กิโลเมตร

 การเดินทางใช้เส้นทางสายลำปาง-วังเหนือ ตามทางหลวงหมายเลข 1035 จนถึงปากทางเข้า อ.แจ้ห่ม ขับรถต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 58 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1287 ซึ่งผ่าน อ.เมืองปาน เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 1252 (ช่วงกอม-ปางแฟน) ประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ ตามทาง รพช. อีกราว 3 กิโลเมตร เป็นอันถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

  การเดินทางค่อนข้างซับซ้อน แม้ถนนจะสภาพดี แต่ก็มีโค้งและเนินเตี้ยๆ เกือบตลอดทาง จึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถช่วงกลางคืน รวมถึงควรตรวจสอบเส้นทางให้เข้าใจก่อนเพื่อความไม่ประมาท

 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีบ้านพักและลานกางเต็นท์ไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรม ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทรศัพท์ 054 229 000

 หากมีเวลามากพอยังสามารถแวะชม น้ำตก ได้อีก 3-4 แห่ง รวมถึงมี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สำหรับผู้สนใจทางด้านนี้อีกด้วย จัดได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก แม้ในครั้งอดีตจะเคยเป็นแหล่งที่มีการตัดไม้ รวมถึงล่าสัตว์กัน จนนำมาซึ่งความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้

  แต่ต้นทุนที่เหลือจากวันวาน และได้รับการคุ้มครองรักษา ดูแลอย่างเห็นค่า หวงแหน ถือว่าสำคัญกว่าอื่นใดในวันนี้
 ก่อนเดินทางกลับ ควรหาโอกาสแวะเข้าไปที่ทำการฯ (ข้างร้านค้าสวัสดิการ) ภายในมีภาพถ่าย แผ่นที่ ประวัติที่มาต่างๆ จัดได้ว่าเป็นนิทรรศการขนาดย่อมที่ทำให้เข้าใจ ได้ความรู้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกอย่างเสื้อยืดหลายแบบหลากชนิด เข็มกลัด โปสการ์ดสวยๆ ไว้ให้เลือกซื้อหามาเป็นที่ระลึก

 จากยามแรกอรุณที่ฉากแห่งม่านหมอกคลี่คลุมทั่วบริเวณ ก่อนที่การมาเยือนของแสงแดดจะเผยปรากฏให้เหลือเพียงไอน้ำกรุ่นลอยขึ้นจากผิวน้ำของบ่อน้ำพุร้อน

 ลำแสงแดดที่สัมผัสทางเดิน ผ่านลอดมาจากแนวกิ่งใบของไม้สูงที่ยืนต้นตระหง่านปกคลุมตลอดแนวธารน้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำตก ประดับประดาไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ตลอดทางที่สายน้ำไหลทอดเป็นเส้นทางยาวไกล

 เรื่องราวของสรรพสิ่งทั้งเปิดเผยและซ่อนเร้น บางครั้งดำรงอยู่ และหลายครั้งเลือนหายคล้ายไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนที่จางไปในม่านแดดครั้งแล้วครั้งเล่า

 หากไม่ปฏิเสธว่านี่คือความจริง ทั้งหมดเบื้องหน้าไม่ต่างจากที่พักแรมทาง ซึ่งพร้อมอนุญาตให้ทุกการเดินทางของผู้มาเยือนเป็นส่วนหนึ่งได้เสมอก่อนการเดินทางครั้งใหม่

Tags : น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า