ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ไม่หวั่นเศรษฐกิจฟุบ ระดม 10 ทีมสถาปนิกเนรมิต แกรนด์ ปารีส เมืองหลวงสุดดีไซน์-เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
ภายใน 30 ปีข้างหน้า คุณอาจจะได้เห็นปารีสโฉมใหม่ ลองหลับตานึกถึงภาพสวนสาธารณะที่ร่มรื่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว ชาวปารีสเดินทอดน่องอย่างมีความสุข ภาพเหล่านั้นเป็นจินตนาการของสุดยอดสถาปนิกแห่งยุโรปที่ต้องการพัฒนาปารีส เมืองหลวงของแดนน้ำหอมให้เป็นเมืองที่เยี่ยมกว่า เขียวกว่า และยั่งยืนกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงทลายกำแพงกั้นระหว่างคนในเมืองและนอกเมือง
เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ว่าจ้างให้สถาปนิกจำนวน 10 ทีมและนักวางผังเมืองจำนวนหนึ่งช่วยกันเนรมิต “แกรนด์ ปารีส” หรือ มหานครปารีสที่ยิ่งใหญ่ ให้เป็นเมืองหลวงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลกและมีดีไซน์ที่สุดยอด
โครงการนี้ถือเป็นการแปลงโฉมปารีสครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่สมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ในกลางศตวรรษที่ 18 ซึ่งสร้างถนนและตึกขนาดใหญ่ขึ้นมาแทนที่ชุมชนแออัดในปารีส
ความท้าทายของเหล่าสถาปนิกชื่อดังในโครงการนี้คือ การจินตนาการภาพมหานครแห่งยุโรปใน 30 ปีข้างหน้าซึ่งจะเป็นเมืองหลวงสีเขียวแห่งแรกของโลกตามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการแก้ปัญหาโลกร้อนระหว่างประเทศ หรือพิธีสารเกียวโต และเป็นเมืองที่ขยายอาณาเขตไปมากกว่าแค่ชุมชนในเมืองที่มีผู้อยู่อาศัย 2 ล้านคน
ปารีสเปรียบเสมือนหัวใจที่ไร้ซึ่งแขนขา เพราะมีคนอาศัยอยู่ในเมือง 2 ล้านคน ส่วนอีก 6 ล้านคนกระจายอยู่บริเวณรอบนอกเมืองภายใต้การปกครองของรัฐบาลท้องถิ่นของตัวเอง
หลังจากใช้เวลาทำงาน 9 เดือน เหล่าสถาปนิกก็วินิจฉัยโรคของปารีสว่า ไม่เพียงแต่มีชุมชนชานเมืองที่สกปรก แต่ความเป็นอยู่ในเมือง สถานที่ทำงานและใจกลางเมืองล้วนแล้วแต่แย่ไปหมด ทุกคนเห็นพ้องกันว่าปารีสตกอยู่ในภาวะที่เลวร้ายมากและต้องการการผ่าตัดแปลงโฉมอย่างเร่งด่วน
ในบรรดาแนวคิดทั้งหมด เจ้าของไอเดียที่บ้าบิ่นที่สุดคือ คริสเตียน เดอ พอร์ทซามพาร์ค ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้จุดประกายความคิดเกี่ยวกับชุมชนเมืองแบบใหม่ เขาเสนอให้รื้อสถานีรถไฟหลักของปารีสคือ การ์ ดู นอร์ด และการ์ เดอ เลส ทิ้งและสร้างสถานีสายยุโรปสถานีเดียวนอกเมือง เพื่อที่จะเชื่อมต่อชานเมืองให้เข้ากับปารีสอย่างลงตัว เขาเสนอให้สร้างทางรถไฟยกระดับสายด่วนที่วิ่งไปบนถนนวงแหวนของปารีสที่ตอนนี้เป็นเหมือนสิ่งกีดขวางระหว่างนอกเมืองกับในเมือง
“เราต้องการปรุงโฉมปารีสซึ่งเป็นเมืองที่น่าเกลียดที่สุดในตอนนี้ให้เป็นเมืองที่สวยงาม” โรลานด์ คาสโตร สถาปนิกในปารีสกล่าว เขาเสนอให้สร้างสวนสาธารณะที่ ลา กูเนิร์ฟ เขตชานเมืองที่ห่างจากปารีส 10 กิโลเมตรซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดย่านหนึ่งของผู้มีรายได้น้อย และให้ย้ายอนุสรณ์สถานหลายๆ แห่งรวมถึงพระราชวังเอลิเซ่ ทำเนียบประธานาธิบดีไปไว้นอกเมือง
เมืองหลวงอย่างปารีสไม่ควรที่จะถูกปิดล้อมหรือหยุดอาณาเขตอยู่แค่ชานเมือง แต่ควรที่จะขยายพื้นที่ไปถึงชายทะเล นั่นเป็นแนวคิดของ อังตัวเน่ กรุมบาค สถาปนิกที่เสนอให้สร้างทางรถไฟยกระดับไปถึงเมือง เลอ อาร์ฟ ที่อยู่ห่างจากปารีสไป 1 ชั่วโมงทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส
ส่วนทีมสถาปนิกจากลอนดอนที่นำโดย ริชาร์ด โรเจอร์ส ซึ่งเป็นคนออกแบบศูนย์ศิลปะปอมปิดู ก็สนองความต้องการของประธานาธิบดีเมืองน้ำหอมที่ต้องการสร้างเมืองให้เป็น “สีเขียว” ด้วยการเสนอให้สร้างสวนปกคลุมเป็นหลังคาให้เมือง เปลี่ยนถนนสายหลักให้กลายเป็นถนนสีเขียวสำหรับจักรยานและคนเดินเท้า และสร้างทางรถไฟไว้ใต้ดินทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาเมืองถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ เพราะทางรถไฟที่ตัดไปตัดมา
แนวคิดเรื่อง แกรนด์ ปารีส กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองมาหลายเดือน พรรคสังคมนิยมฝ่ายค้านซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาเมืองปารีสและรัฐบาลท้องถิ่นบอกว่าแนวคิดนี้เป็นแผนการของฝ่ายขวาที่ต้องการทำลายฝ่ายซ้าย คู่แข่งทางการเมืองของซาร์โกซี เจ้าของฉายาประธานาธิบดี “อู้ฟู่” สงสัยว่าเขากำลังใช้โครงการนี้หาเสียงให้ตัวเอง
ชาวปารีสจะได้ยลโฉมไอเดียของสถาปนิกทั้งหมดในงานนิทรรศการปลายเดือนหน้า แม้รัฐบาลฝรั่งเศสยังไม่บอกว่าจะเอาเงินมาจากไหน และทั้งๆ ที่ประเทศตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ชาวปารีสนับล้านออกมาประท้วงไล่รัฐบาล แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องประแป้งแต่งหน้าใหม่ ให้สมกับเป็นสุดยอดเมืองโรแมนติกในดวงใจ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
รับรองว่าปารีสจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
------------------
ที่มา : เอเอฟพี, อินเตอร์เนชั่นแนล เฮอรัลด์ ทรีบูน, เดลี่ เทเลกราฟ และ www.csmonitor.com
Tags : ปารีสโฉมใหม่ • แกรนด์ ปารีส



