คืนนี้ เปลี่ยนบรรยากาศจากความบันเทิงแบบว่างเปล่า มาชมรายการทีวี "คนค้นคน" พบกับชีวิตการทำงานของข้าราชการ 2 คน
ที่ทำหน้าที่อยู่คนละฟากฝั่งของประเทศ พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และมีคุณสมบัติโดดเด่นอย่างไร
เริ่มจากพื้นที่ไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ ร้อยเอกมานพ พันธ์สะโม หนุ่มวัย 34 ปี ได้รับมอบหมายให้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี 49 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์กำลังรุนแรง แม้งานที่เขาทำต้องแลกกับชีวิต แต่นั่นไม่ทำให้ทหารอย่างเขาหวั่นไหว และเกรงกลัวต่อภยันตรายที่จะเกิดขึ้น มานพคิดเสมอว่าเมื่อเลือกที่จะเป็นทหารแล้ว เขาพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อชาติเสมอ ประกอบกับวัยที่ยังหนุ่มแน่น ทำให้คำสั่งครั้งนี้เป็นความท้าทายและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ผลักดันให้เขาทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
มานพ รับหน้าที่ตั้งแต่ตำแหน่งรอง ผบ.ร้อย จนเลื่อนขั้นเป็น ผบ.ร้อย รับผิดชอบพื้นที่ อ.รือเสาะ และ อ.ธารโต ซึ่งเป็นตำบลที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดเพราะติดกับ อ.บันนังสตา เขามีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ คอยคุ้มครองครู พระ ชาวบ้านไทยพุทธ - มุสลิม และ ชาวบ้านที่ตกเป็นเป้าไม่ให้โดนยิง รวมทั้งคอยคุ้มกันไม่ให้โรงเรียน วัด โรงไฟฟ้า เขื่อน เส้นทางรถไฟ หน่วยงานราชการต่างๆ ฯลฯ โดนเผาหรือโดนวางระเบิด
จากนั้น เขาย้ายมาทำหน้าที่นายทหารฝ่ายการข่าว ฉก.ฝ.2 ในปี 2552 ทำหน้าที่ติดตามข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายว่าไปทำอะไรใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ การทำงานจะเป็นลักษณะเชิงรุก ทั้งการจำกัดเสรีในการปฏิบัติของกลุ่มก่อความรุนแรง เพื่อทำการติดตามจับกุมผู้ที่กระทำผิด และรุกทางด้านจิตใจ สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ไม่ให้พวกติดอาวุธเข้ามาข่มขู่ ทำร้าย หรือมีอิทธิพลเหนือชาวบ้าน เพราะเขาต้องการให้ชาวบ้านอยู่กันได้อย่างสงบสุข
แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ต.บ้านแหร อ.ธารโต คนร้ายฝังระเบิดแสวงเครื่องที่ใต้ถนนสายบ้านแหร-บ้านบัวทอง ระหว่างที่ ร.อ.มานพ เดินสำรวจถึงความผิดปรกติ ก็ไปเหยียบโดนระเบิดที่ฝังอำพรางไว้ ทำให้ขาขาดทันทีทั้งสองข้าง ความสูญเสียในครั้งนี้ทำให้ลูกน้องและชาวบ้านที่นั่นเสียใจเป็นอย่างมาก แต่นั่นไม่ทำให้เขาเข็ดขยาด ท้อแท้ หรือสิ้นหวัง กลับยิ่งมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะกลับไปเป็นรั้วของชาติต่อไป
ทุกวันนี้ ร้อยเอกมานพรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า และเร่งฟิตซ้อมร่างกาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขารู้ว่าลูกน้องและชาวบ้าน ที่สามจังหวัดภาคใต้รอการกลับไปของเขาอยู่เสมอ และที่สำคัญ ร.อ.มานพ อยากกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของชายชาทหารที่ตัวเองรักอีกครั้ง
ขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง สุดชายแดนประเทศ ณ ผืนป่าตะวันตก ที่กำลังถูกทำลายและบุกรุกอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้แต่ละวัน
ประกอบ ช่วยศรีนวล พนักงานพิทักษ์ป่าวัย 46 ปี ยังปฏิบัติภารกิจเฝ้ารักษาผืนป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ. กาญจนบุรี ไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดินไทยและของโลกอย่างสุดกำลัง หากแต่วิธีการที่เขาเลือกใช้นั้น สวนทางกับกฎหมาย ที่มุ่งเน้นใช้อาวุธเข้าไปจับกุม ปราบปรามอย่างถึงที่สุด
ประกอบเปลี่ยนมาใช้ความรัก ความจริงใจเสมือนหนึ่งใบเบิกทาง ที่จะเดินเข้าไปพูดคุยรับฟังปัญหาจากปากของชาวบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมกันวางแผนดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง จนในที่สุดก็เข้าได้ค้นพบความจริงว่า การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงในการรักษาผืนป่าให้ได้นั้น จะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องเสียก่อน
เจ้าหน้าที่ป่าไม้ท่านนี้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาทดลองปฏิบัติ และค่อยๆ ถ่ายทอดให้ชาวบ้านได้รู้จักพึ่งพาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่าย เพิ่มเสริมรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน แล้วจึงค่อยๆปัดฝุ่นคำว่า “อนุรักษ์” ที่เคยมีอยู่ในจิตใต้สำนึก นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปกปักรักษาความอุดมสมบูรณ์ที่ยังอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไป
ติดตามเรื่องราว คนดีของแผ่นดิน ชุด "ชีวิตนี้เพื่อแผ่นดินไทย" ในรายการ “คนค้นคน” คืนนี้ (อังคารที่ 31 สิงหาคม 53) สี่ทุ่มสิบห้า ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี
Tags : บันทึกเรื่องราวของคนดี • ร้อยเอกมานพ พันธ์สะโม • ประกอบ ช่วยศรีนวล


ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น