เพราะความโกรธ ความเครียด สร้างความเจ็บใจ ที่เป็นมากกว่าบาดแผล ติดอยู่ในความทรงจำไป ไม่ว่านานแค่ไหน
หากเราอาบน้ำชำระกายให้สะอาดแล้ว เราก็ควรชำระจิตใจให้สะอาด ให้ใจรู้สึกเบาสบายไปด้วย รู้จักความโกรธเพื่อชนะความโกรธ กันดีกว่า 'ดังตฤน ไมตรีเวช ' แบ่งความโกรธเป็น 3 ระดับ ติดตามชมกันได้ในรายการ 'ธรรม-เสน่ห์' พฤหัสที่จะถึงนี้ มีวิธี ฉีดวัคซีน “ดีท็อกซ์ใจ” และเทคนิคเอาชนะ “ความโกรธ” 3 ระดับ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห ขี้วีน โกรธง่าย แม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สองพิธีกร หมวย-อริสรา กำธรเจริญ เปิ้ล-จริยดี ธรรมวิทย์ มาพร้อมสองกูรู ธรรม-เสน่ห์ทางใจ ดังตฤน - ศรันย์ ไมตรีเวช กับเคล็ดลับวิธีเอาชนะความโกรธ และมีเรื่องราวของ นรก 3 ขุม ส่วน ดนัย จันทร์เจ้าฉาย เทคนิคดีท็อกซ์หัวใจ เพื่อสร้างสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
ดังตฤน กล่าวว่า "....ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด ถ้าเราคิดดี อารมณ์ดี มองโลกตามความจริง ถือเป็นเสน่ห์ทางความคิดอย่างหนึ่ง ลองสังเกตดู ถ้าวันไหนเราอารมณ์ขุ่นมัว เครียด ทุกอย่างรอบตัวเราจะดูแย่ไปหมด ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ไม่มีใครอยากคุยด้วย เหมือนตกนรกเลย เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดดี อารมณ์ดี คิดแบบใจเย็น มันก็เป็นสวรรค์ หลายคนจะถามว่า ผมยังมีความโกรธมั้ย ผมเป็นปุถุชนธรรมดา ย่อมยังมีความโกรธ และกิเลสอยู่แล้ว เพียงแต่โกรธแค่แป๊บเดียว ไม่ออกแรงเพิ่มให้โกรธมาก โกรธนาน ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงโกรธเป็นวันๆ แต่พอเรารู้ทันความจริง ยอมรับว่า ตอนนี้เราโกรธ ก็จะเห็นความโกรธค่อยๆ หายไป การทำความรู้จักกับความโกรธ เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ความโกรธลดระดับลงได้ ความโกรธ เปรียบเสมือนขุมนรก มีแต่ความร้อนรุ่ม ผมแบ่งระดับความโกรธเป็นนรก 3 ขุมคือ นรกขุมใหญ่ นรกขุมกลาง และนรกขุมเล็ก นรกขุมใหญ่ คือ ความโกรธขั้นที่ทำให้คนฆ่ากัน ทำลายกันได้ ขุมกลาง คือ ความโกรธขั้นที่ทำให้คนใช้คำพูดด่ากัน ตั้งใจพูดจาให้อีกฝ่ายเจ็บปวด จนถึงขั้นฆ่าตัวตายได้เลย ส่วนขุมเล็ก คือ ความโกรธที่เผาผลาญใจเราให้หงุดหงิด งุ่นง่าน ไม่สงบ ร้อนรน แม้จะไม่รุนแรงก็สร้างความรำคาญ และลดเสน่ห์ของเรา"
ดังนั้นมนุษย์ทุกคนมีนรกทั้ง 3 ขุมพร้อมเกิดได้ตลอดเวลา แต่ที่บ่อยที่สุดคงเป็นนรกขุมเล็ก และวิธีรับมือเอาชนะความโกรธจากนรกทั้ง 3 ขุมก็คือ เมื่อเราห้ามความโกรธไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้เพียงรู้ทัน รู้ว่ากำลังโกรธ แล้วยอมรับตามจริง ไม่ออกแรงเพิ่มความโกรธ เช่น เวลามีเรื่องขุ่นเคืองใจ อย่างโดนรถคันอื่นขับปาดหน้า รู้ว่าโกรธ แต่ไม่ไปเพิ่มความโกรธด้วยการขับรถตามไปแซงคืนให้รู้ว่าตอนนี้กำลังโกรธอยู่
"... เราต้องมองเข้าไปในจิตใจว่าโกรธ ไม่ต้องพยายามกดไว้ ให้ยอมรับ โกรธก็รู้ว่ากำลังโกรธพอรับรู้เห็นว่า เรากำลังโกรธ สักพักความโกรธจะค่อยๆ ลดลง ภาวะที่เรายอมรับความจริงคือ การที่เราเอาสติไปแทนที่ความเครียด ความโกรธ วิธีฝึกความคิด ให้เป็นคนที่เข้าใจธรรมชาติของความคิด รู้เท่าทันความจริง คือ การให้อภัย (อภัยทาน) รักษาศีล ภาวนาเจริญสติ การให้อภัย คือ การมีแก่ใจ ไม่แสดงความโกรธ ไม่ถือสา เมื่อทำจนใจชินก็จะไม่แสดงกิริยาออกทางวาจา เช่น รู้ว่า คนนี้ทำผิด แทนที่เราจะเลือกด่าเขา เราเลือกที่จะให้คำพูดอธิบายกับเขาแทน นั่นก็คือการมีแก่ใจให้อภัยแล้ว การรักษาศีล เป็นการห้ามใจไม่ให้ทำร้ายผู้อื่น ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และการมีสติจะทำให้เรารู้ทันความคิดตามความเป็นจริง"
รู้จักความโกรธกันแล้ว จากนั้นมารู้วิธี ดีท็อกซ์ใจ กันบ้าง ซึ่งก็คือการเว้นวรรคใจให้เบาสบาย ก่อนอื่นต้องรู้ว่าสิ่งที่เราต้องดีท็อกซ์คืออะไร คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย แบ่งระดับความโกรธ ความเครียด ความขุ่นมัวในใจ เป็น 3 ระดับ คือ ระดับตะกอนใจ ระดับก้อนกรวด และ ระดับสนิมใจ
ระดับตะกอนใจ คือ เป็นกลุ่มคนที่หงุดหงิดง่าย ขี้โมโหง่าย เป็นระดับความโกรธที่ไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะมีการแสดงออกชัดเจน ด้วยการ วีน กรี๊ด วิธีแก้คือ พอเจอเหตุการณ์อะไร อย่าซีเรียส ให้มองว่า ขำ ว่าตลกให้ปล่อยวาง อันดับต่อไปคิดเสมอว่าเรากำลังเล่นบทนางเอก อย่าแสดงกิริยาที่จะทำให้เสียอาการ เพราะถ้าหงุดหงิดเราสามารถแปลงร่างจากนางเอกเป็นนางอิจฉาทันที จากนั้นให้คิดว่าปัญหาที่เราเจอเป็นเรื่องเล็กๆ กระจอกๆ ไม่คู่ควรกับเราซึ่งเป็นระดับเทพ ปัญหากระจอกๆ เหมาะกับคนกระจอกๆ เท่านั้น และต้องพูดขอบคุณบ่อยๆ ขอบคุณคนที่ทำให้เราโกรธ เพราะเขาเป็นครูที่ทำให้เราเห็นโทสะกิเลสในใจเรา สุดท้ายให้เปลี่ยนตัวเองไปทำอย่างอื่น หนีจากเหตุการณ์ความโกรธ
ระดับก้อนกรวดใจ คือ จะนิ่งๆ ใจเย็น ไม่ค่อยหงุดหงิด นานๆ จะเป็นระเบิดพลีชีพสักที เป็นกลุ่มคนที่กดเก็บความโกรธสะสมตะกอนใจไว้จนกลายเป็นก้อนกรวด พอเจอเหตุการณ์ที่เหมือนไปดึงสลักออก ก็พร้อมระเบิดที่เผาทั้งตัวเองและคนอื่นให้เป็นจุณ ถ้าสะสมมากๆ กลุ่มนี้เกิดจากมีบาดแผลในใจ แต่เก็บกดไว้ วิธีแก้คือ 1. รักตัวเอง เมตตาตัวเอง ขอบคุณตัวเองให้มากๆ 2. นึกว่า เราทุกคนเป็นพี่น้องร่วมโลกกัน อย่าเอาแว่นขยายความโกรธไปส่องขยายสิ่งไม่ดีของคนอื่น เพราะคนส่วนใหญ่ชอบเพ่งโทษคนอื่น 3. แผ่เมตตาให้ตัวเองมีความสุข และให้คนอื่นๆ รอบข้างเรามีความสุข
ระดับสนิมใจ เป็นขั้นของการตกผลึก เป็นนางอิจฉาตัวแม่ ซึ่งเก็บความขมขื่น จิตใจเก็บความโกรธเอาไว้ มีโลกส่วนตัวสูง มีอดีตเยอะ ไม่แสดงออก ปล่อยให้อดีตจับอนาคตเป็นตัวประกัน ไม่ให้อภัยคนอื่น อยู่กับอดีตที่เจ็บปวด ต้องดีท็อกซ์ในระดับก้นบึ้งหัวใจ 1. ดึงตัวเองออกมาจากอดีต มีความสุขกับปัจจุบัน อย่าอยู่กับคำว่า ทำไม ทำไม 2. อยู่กับปัจจุบัน คิดเสมอว่า ทุกสิ่งที่เกิด ไม่ใช่เหตุบังเอิญ เราอาจเคยไปก่อกรรมกับใครไว้ เขาถึงต้องทำกับเราเจ็บช้ำ ยินดีชดใช้ด้วยจิตใจเบิกบาน 3. ฝึกทำสมาธิ ฝึกสติ เว้นวรรคใจอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก การรู้ลมหายใจเข้า-ออก เราจะใช้ออกซิเจนน้อยกว่าคนอื่น 7% หมั่นแผ่เมตตาให้ตัวเอง ให้คนอื่น จนถึงขั้นอโหสิกรรม
ส่วนการดีท็อกซ์ใจนั้นทำได้ตลอดเวลา การอยู่กับลมหายใจคือการทำดีท็อกซ์ ฉีดวัคซีนให้เรามีภูมิคุ้มกันใจไม่ให้วีนหรือโกรธง่าย เรียนรู้การดีท็อกซ์ใจ ฉีดวัคซีนเอาชนะความโกรธ กับสองกูรูธรรม-เสน่ห์ทางใจ พร้อมมาเรียนรู้ 10 วิธีดับความโกรธแบบง่ายๆ ใน รายการ “ธรรมเสน่ห์” วันพฤหัสบดีที่ 11 และ วันศุกร์ที่ 12 มีนาคมนี้ เวลา 10.30 -11.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี
Tags : ดีท็อกซ์ใจ เสริมเสน่ห์

