กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Society

วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 09:00

Road Trip สไตล์ 'กวี ตันจรารักษ์'

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นอกจากเคยเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดังในอดีตแล้ว หนุ่มหน้าใสคนนี้ยังมีความสามารถรอบด้าน

และมีผลงานในวงการบันเทิงออกมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง ซีรีส์ และภาพยนตร์ ซึ่งล่าสุดกำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่มาให้ได้ชมกัน

ไม่เพียงเท่านั้น หนุ่มบีม - กวี ตันจรารักษ์ ยังเคยได้รับเลือกจากสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติให้เป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลโล่พระราชทาน TIECA Bright Idol 2009 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่เป็นศิลปินที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนในด้านการศึกษา ปัจจุบันบีมยังทำหน้าที่ศิลปินอิสระและนักแสดงอย่างต่อเนื่อง และอีกบทบาทที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเป็นการเป็นคอลัมนิสต์และทำธุรกิจท่องเที่ยว

ก่อนอื่นอัพเดทผลงานตอนนี้ให้ทราบกันหน่อยค่ะ

ครับ ตอนนี้ผมก็มีซีรีส์เรื่องจุดนัดพบทางช่อง 3  ออนแอร์ 5 ทุ่มวันเสาร์ ติดตามดูกันได้และมีภาพยนตร์เรื่องใหม่เรื่อง 'คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์' มีแดน - วรเวช เป็นผู้กำกับ ส่วนละครก็ยังจะมีมาเรื่อยๆ รอติดตามกันได้ครับ

ทราบมาว่าเคยเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วย ?

 ครับ เขียนให้กับนิตยสารสุขภาพดี เป็นคอลัมน์ที่มีพี่คนหนึ่งแนะนำแล้ว เขาบอกว่ามันเป็นคอลัมน์ประมาณว่า Star travel ดาราพาเที่ยวอะไรประมาณนี้ คือส่วนตัวผมก็ทำบริษัทท่องเที่ยวอยู่ด้วยก็เลยเขียนให้เขาไป เขียนถึงเรื่องที่เราเคยไปเที่ยวมาแหละ เป็นที่ที่บริษัทเราได้จัดทัวร์ไป ก็เอาประสบการณ์ตรงนั้นมาเขียน แต่เขียนเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้นเองครับ เขียนประมาณ 6 เล่ม ก็ผ่านมาสักพักแล้วครับ

แล้วในส่วนของบริษัทท่องเที่ยวทำมานานหรือยังคะ

ทำมาประมาณ 2 ปีแล้วครับ ฟีดแบ็คก็เรื่อยๆ นะครับ เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่การแข่งขันค่อนข้างสูง อยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนอะไรในบริษัทนิดหน่อยแต่ว่าเราก็ยังให้บริการที่ดีเหมือนเดิม ยังมีทริปออกเรื่อยๆ ส่วนตัวผมชอบเดินทางอยู่แล้วครับ ชอบไปเที่ยว แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเวลา (หัวเราะ) ถ้ามีโอกาสก็จะไป อย่างปีหนึ่งจะหาโอกาสไปให้ได้สัก 1-2 ครั้ง เราชอบไปเป็นกลุ่ม พาพ่อแม่หรือเพื่อนๆ ไปด้วยกันหลายคน มันอบอุ่นด้วยไงเหมือนไปกันทั้งครอบครัว ก็เที่ยวทั้งในประเทศทั้งต่างประเทศล่ะครับ ไปได้หมด ส่วนในต่างประเทศเราทำธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็น Outbound อยู่แล้ว บางทีเราก็จัดไปกันเอง

ที่ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษ

ที่ประทับใจก็จะเป็นช่วงที่ไปเรียนที่ออสเตรเลียนะครับ ตอนนั้นเดินทางไปเรียนภาษา 6 เดือนที่เมืองบริสเบน (Brisbane) แล้วพอช่วงปิดภาคเรียน เราเริ่มอยากไปเที่ยวเราก็นั่งเครื่องจากบริสเบนมาลงที่ซิดนีย์ ไปเที่ยวซิดนีย์ก่อน จากนั้นก็เช่ารถขับลงมาเมืองแคนเบอร์รา ลงมาที่เมลเบิร์น ก็ไปกับกลุ่มเพื่อนที่โน่นครับ พอไปถึงเมลเบิร์นก็บินกลับที่บริสเบน คือประทับใจตรงที่มันเป็น Road Trip

ผมไม่เคยเที่ยวในลักษณะแบบนี้มาก่อน แบบขับรถไปเรื่อยๆ แล้วเราไม่รู้ด้วยนะว่าคืนนี้จะนอนที่ไหนคือมันเป็นเมืองรายทางไปเรื่อยๆ มี Population นิดเดียว บางทีผ่านเมืองเมืองหนึ่งที่เงียบมาก อาจจะมีไม่ถึงพันคน โรงแรมก็ยังหาไม่ค่อยจะเจอ (หัวเราะ) แต่หาๆ ไปก็เจออยู่ที่หนึ่ง เราเห็นปุ๊บมันเหมือนโรงเตี๊ยมเลยแต่เป็นโรงเตี๊ยมฝรั่ง เราก็พักที่นั่นซึ่งมันเป็นโรงแรมสำหรับพวกแบ็คแพ็คไปเที่ยว คือห้องหนึ่งมี 5 เตียง พอดีเราไปกัน 5 คนก็นอนรวมๆ กัน มันก็สนุกดี อาหารการกินไม่ค่อยมี เราก็วนรถรอบเมือง อ้าว..เจอร้านไก่ย่างอยู่ร้านเดียวก็แวะ เที่ยวไปเรื่อยๆ

คือตอนนั้นเราตั้งใจจะไป Great Ocean Road มันจะเป็นเหมือนเกาะแล้วมีถนนสวยๆ ริมหาดแต่ไปไม่ถึงพอดีมันมืดก่อนก็เลยวนรถกลับ ไปหลายวันครับ ขับลงไปจากซิดนีย์ประมาณ 4-5 วัน เวลาเราขับรถไปเนี่ยมันจะผ่านหลายจุดมาก เราผ่านโซนที่เป็นทุ่งหญ้า ผ่านหมู่บ้านที่เขาเลี้ยงแกะ เห็นแกะวิ่งผ่านป่า มีจิงโจ้ บางทีมีจิงโจ้ป่ากระโดดตัดหน้ารถเลย แล้วก็ขึ้นเขาไปบลูเมาเท่น หรืออะไรสักอย่าง มันเป็นอุทยานแห่งชาติของเขา ตรงนั้นเห็นยอดเขาเป็นหิมะเลย

เราไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน เห็นหมู่บ้านข้างบนที่เขากำลังออกมาเล่นหิมะกัน ก็ขึ้นไปดู แล้วตอนนั้นหนาวมาก เราไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไปขนาดนั้น ซึ่งอุณหภูมิตอนนั้นน่าจะติดลบเลยนะ เพราะหิมะมันยังมีอยู่ คนเขาก็ขึ้นไปเล่นสกีกัน วิวสวยมาก สวยจริงๆ คือทัศนียภาพมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันเจอเขียวๆ เจอทะเล เจอหิมะสีขาว มีทุกอารมณ์เลยในถนนสายเดียว แล้วก็แวะเมืองหลวงแวะแคนเบอร์ราซึ่งเป็นเมืองหลวงที่เงียบที่สุดในโลก เงียบมาก ผมเคยไปที่อื่นที่ว่าเงียบแล้วนะแต่ยังไม่เงียบเท่านี้ แต่ว่าเขาวางผังเมืองได้ดีมาก

เคยไปอลาสกาด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นทริปที่น่าประทับใจเหมือนกันมีโอกาสได้ไปกับวิทยุคลื่นหนึ่งซึ่งน่ารักมาก เราบินไปลงที่แคนาดาแล้วก็ขึ้นเรือสำราญเพื่อที่จะไปอลาสกา ล่องเรือไปเรื่อยๆ ซึ่งช่วงที่อลาสกาเปิดให้ท่องเที่ยวจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้นเองไม่กี่เดือน เพราะหน้าหนาวเที่ยวไม่ได้อยู่แล้วมันจะหนาวมาก เราก็ไปช่วงหน้าร้อน นั่งอยู่บนเรือกัปตันก็จะพาแวะตามเมืองต่างๆ ริมทะเล ได้ลงไปที่ธารน้ำแข็งไปดูกลาเซียร์ว่ามันเป็นยังไง ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปนะเพื่อที่จะลงตรงนั้นเพราะเอารถเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว คือเรามองไกลๆ จะเห็นน้ำแข็งเป็นสีน้ำเงิน คือน้ำแข็งที่เรากินก็จะเป็นใสๆ ใช่ไหมครับ แต่น้ำแข็งที่นี่จะเป็นประกายสีน้ำเงินออกมา คือเขาบอกว่ามันเป็นสเปกตรัมมันสะท้อนแสงสีน้ำเงินออกมาก็เลยทำให้เราเห็นเป็นสีน้ำเงิน น้ำมันแบบสะอาดมาก เป็นน้ำจืดที่วักกินได้เลย ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้ไปอีกหรือเปล่า

ย้อนกลับมาบ้านเราบ้าง ในไทยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างคะ

ก็ไปหลายจังหวัดแล้วเหมือนกัน แต่ว่าจะได้ท่องเที่ยวหรือเปล่านี่อีกเรื่อง เพราะไปทำงานก็ไปต่างจังหวัดแต่แค่ไปนอนตามโรงแรม ออกมาร้องเพลงแล้วก็กลับที่พัก อะไรประมาณนี้ ปายผมยังไม่เคยไปเลยครับ ก็มีไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต สมุย เสม็ด จริงๆ มีบ้านอยู่ตรงข้ามเกาะเสม็ดนะ แต่ก็ไม่ค่อยได้ข้ามไปเท่าไหร่ ไปแค่ 3 ครั้งเองมั้ง คือด้วยงานมันทำให้เราไม่ค่อยว่าง

การเดินทางบ่อยๆ มองว่าตัวเองได้อะไรกลับมาบ้าง

ก็ได้เจอผู้คนต่างถิ่น ได้มีคอนเนคชั่น แล้วบางทีการที่เราเคยไปมาก่อนทำให้เรารู้เรื่องราววัฒนธรรมของเขา เวลาเรามาทำทัวร์ของตัวเองก็จะได้อธิบายได้ว่า จริงๆ แล้วคนที่นี่นิสัยเป็นยังไง เขาชื่นชอบอะไร วัฒนธรรมเขาเป็นอย่างไร ได้มีเรื่องราวมาเล่าให้ลูกค้าฟังเขาก็จะรู้สึกสนุก เหมือนเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ลูกค้าว่าที่นี่มีความเป็นมาหรือมีประวัติศาสตร์อย่างไร ซึ่งถ้าเรารู้ไว้เยอะๆ มันก็ดีนะครับ เป็นการเที่ยวที่ทำให้เขาได้ความรู้ไปด้วย เวลาลูกค้าฟังก็เพลินดีเหมือนว่าเขาได้ไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นที่เราเล่าให้ฟัง ผมเองก็เป็นคนชอบอ่านชอบฟังเรื่องราวพวกนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีเวลาเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปใช้กับงานของเราครับ

ในฐานะที่เราทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว คิดว่าการท่องเที่ยวบ้านเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าเป็น Inbound ผมไม่ค่อยถนัดนะ แต่ผมคิดว่าเมืองไทยยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่น่าค้นหา มีอีกหลายที่ที่น่าท่องเที่ยวเหมือนกัน แต่ในมุมของฝรั่งผมเชื่อว่าเขายังไม่เห็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยๆ ของบ้านเราอีกเยอะ อาจจะยังมาเที่ยวไม่หมดเพราะมันมีเยอะมาก จริงๆ แล้วมันอยู่ที่ว่าเราเองจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวมันบูมขึ้นมาหรือเปล่า จุดนี้เป็นจุดอเมซิ่งของเราหรือเปล่า แต่ก็ต้องจัดการดีๆ นะ ถ้าจัดการไม่ดีแล้วมันเละเทะหรือไปทำให้แหล่งท่องเที่ยวนั้นมันเสื่อมโทรมเร็ว คนมาเยอะเกินกว่าที่พื้นที่ตรงนั้นมันจะรับไหว จากเดิมมันเคยสวยในแบบธรรมชาติ พอมันบูม ไม่นานร้านค้าขึ้นพรึ่บ ที่จอดรถตามมา อ้าว ความเป็นธรรมชาติหายไปไหน จุดขายที่เป็นธรรมชาติมันก็หมดไป เพราะฉะนั้นต้องจัดการดีๆ

ผมเคยไปมาชูปิกชู คือมันก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ก่อนหน้านี้ผมตั้งใจไว้ว่าผมอยากไปมาก แล้วพอไปแล้วก็รู้สึกดี แต่คือการจัดการโซนข้างล่างของเขามันยังไม่ค่อยโอเค ด้วยความที่เมืองมันอยู่กลางหุบเขา เราคงจินตนาการเยอะไปเองว่ามันคงเป็นแบบเมืองเก่าโบราณความเจริญมันเข้าไปไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ อะไรอย่างนี้ครับ แต่พอไปแล้วจริงๆ มันก็มีความเจริญเข้าไปบ้าง

แม้ว่าเราจะได้ปีนเขา สัมผัสธรรมชาติแต่ก็ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตให้เห็น มันก็ผิดคาดไปหน่อย แต่ว่าถามว่ามันดีหรือเปล่า ก็ดีเพราะมันอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ามันต้องบาลานซ์กันดีๆ ครับ

Tags : บีม - กวี ตันจรารักษ์

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement