กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Society

วันที่ 22 มิถุนายน 2555 09:00

Energy Mind เมื่อวัยใสกู้โลก

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่ได้พิการทางสายตา แต่ห้องนั้นมืดเกินกว่าจะมองเห็นสิ่งใดได้ เท้าสองข้างค่อยๆ ขยับไปทีละนิดๆ ส่วนมือก็ยื่นเปะปะออกไปไขว่คว้าอากาศ

เมื่อไม่มีทีท่าว่าจะค้นหาทางออกเจอ ความกลัวก็ปรี่เข้ามาเกาะกุมความคิด


 "ถ้าโลกนี้สูญสิ้นพลังงาน ฉันต้องตกอยู่ในภาวะของความกลัวอย่างนั้นหรือ"


 แม้จะไม่ใช่เรื่องจริง แต่ "โลกไร้ตะวัน" ฐานกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ภายใน "ศูนย์รวมตะวัน" จ.กาญจนบุรี ก็สร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้พลังงานอย่างไร้ขอบเขตของคนปัจจุบันได้ดี จนนำไปสู่การตั้งคำถาม ซึ่งคำตอบทุกอย่างก็แสดงให้เห็นอยู่ภายในห้องมืดๆ นั้นแล้ว


 "มันเป็นความกังวล ความกลัว โลกไร้ตะวันสอนเราหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป เมื่อหมดไปแล้วเราจะไปต่อยังไง อันนี้คือสิ่งที่ผมได้จากกิจกรรมโลกไร้ตะวัน" เกี้ย - สุทธิชัย แซ่ลิ้ม นักเรียนชั้น ม. 5 โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม เผยความรู้สึกเมื่อต้องไปอยู่ใน "โลกไร้ตะวัน"


 กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานผ่านการอบรมในโครงการ Energy Mind Award หรือ คืนโลกสดใส ลดใช้พลังงาน เป็นการจัดทำมาตรฐานสถานศึกษาดีเด่น ด้านพลังงาน โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนในเขตบริการของการไฟฟ้านครหลวง ทั้งกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ


 สมชาย วิวัฒนวัฒนา ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า  Energy Mind Award มีแนวคิดที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้พลังงานให้เกิดการอนุรักษ์อย่างมีความรู้ตามหลักวิชาการ โดยเปิดโอกาสให้โรงเรียนต่างๆ สมัครเข้าร่วมอบรมในรูปแบบค่ายอนุรักษ์พลังงาน หลังจากนั้นโรงเรียนต่างๆ ที่เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องส่งแผนงาน/โครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานในโรงเรียนเข้าประกวด โดยคณะกรรมการจะมีเกณฑ์การตัดสินและมอบดาวระดับ 1-5 ให้กับโรงเรียนต่างๆ ตามความสามารถของแต่ละโรงเรียน


 "โครงการนี้เริ่มดำเนินการปี 2550 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีโรงเรียนที่ได้ 5 ดาว ทั้งหมด 17 แห่ง บางโรงเรียนเคยได้ 1 ดาว แต่ก็พยายามพัฒนาจนเป็น 5 ดาวได้ แน่นอนว่าโรงเรียนที่ดีคือโรงเรียนที่ได้ 5 ดาว แต่นั่นไม่ใช่จุดยืนที่สำคัญ เพราะสุดท้ายเราต้องการให้เกิดการต่อยอด ให้เกิดการขยายความคิดเชื่อมโยงไปที่บ้านและชุมชน เป็นการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ผลระดับหนึ่ง คือเด็กนักเรียนจะตามความคิดนี้ไปจนถึงที่บ้านด้วย ส่วนโรงเรียนที่มีสาขาเขาจะส่งต่อเครือข่ายเชื่อมโยงกัน เรารู้สึกว่ามันเวิร์คที่จะต่อยอดไปสู่การปฏิบัติ ที่เห็นชัดเจนคือ หลายโรงเรียนค่าไฟลดลง ค่าน้ำลดลง แต่การลดลงจะยั่งยืนมั้ย ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละโรงเรียนด้วย"


 ด้าน ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา นักวิชาการและอาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มนุษย์ทุกวันนี้ใช้พลังงานหมดไปแบบไม่รู้ตัว ซึ่งกระบวนการค่ายจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เข้าใจวิถีชีวิตที่ผิดพลาดเพื่อการเข้าใจตัวเอง


 "เรารีดผ้าโดยไม่จำเป็น เตารีดใช้ไฟ 1,000 วัตต์ ใช้พลังงานมากเลยนะ เพราะเราบิดผ้ามากเกินไป ถ้าซักแล้วไม่บิด 3 ชั่วโมงก็แห้ง แต่บางคนบิดผ้าแรงเกินไปด้วยความหวังว่าผ้าจะแห้งเร็วขึ้น ถามว่า บิดไปแล้วกลับมารีดผ้าเลยหรือเปล่า ก็เก็บไว้รีดวันเสาร์กันทั้งนั้น แล้วแบบนี้จะบิดผ้าไปทำไม มันก็เป็นการแก้ปัญหาเก่าด้วยปัญหาใหม่อีก นี่คือเราไม่เข้าใจการใช้ชีวิต"


 อาจารย์จิรพล ยกตัวอย่างการใช้พลังงานที่ผิดพลาดให้ฟัง โดยเด็กๆ ที่อยู่ในค่ายเมื่อลองนั่งฟังที่อาจารย์เล่าแล้ว ต่างมองหน้ากันเป็นทิวแถว เพราะสิ่งที่พวกเขาได้ยินนั้นล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ความคาดหมายของพวกเขาทั้งสิ้น


 "ใช่ๆ เรื่องการบิดผ้าเซอร์ไพรส์มากค่ะ เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่ามันสิ้นเปลืองพลังงาน ถ้าเราไม่บิด ผ้าก็ไม่ยับ ไม่ต้องรีด อีกอย่างคือผ้าสีขาวสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า เพราะต้องใช้ผงซักฟอกเยอะ เราก็ไม่เคยรู้เลย" อัฑ-อัฑฒ์ฑิกา พรหมทอง นักเรียนชั้น ม. 4 และประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม โรงเรียนอุดมศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายอนุรักษ์พลังงานบอกอย่างตื่นเต้น


 อัฑ เสริมว่า ค่ายนี้ทำให้เธอรู้จักว่าควรใช้พลังงานให้ประหยัดและถูกวิธีอย่างไร และกิจกรรมต่างๆ ก็ช่วยละลายพฤติกรรมเก่าๆ ของเธอได้เป็นอย่างดี


 "หนูเป็นคนอาบน้ำนานมาก ชอบอยู่ในห้องน้ำ ประมาณ 1 ชั่วโมงเลย ก็จะเปิดน้ำตลอด ต่อไปหนูจะอาบน้ำให้เร็วขึ้น สัญญาว่าจะกลับไปอาบน้ำให้เสร็จภายใน 1 เพลง" อัฑ ออกปากสัญญาอย่างจริงจัง ถามว่าจะทำได้จริงมากน้อยแค่ไหนนั้น อัฑ ยอมรับว่า อาจจะมีบ้างที่เผลอแต่ถ้ารู้ตัวเมื่อไรเธอจะหยุดทำทันที


 สอดคล้องกับที่ อาจารย์จิรพล บอกไว้ว่า ปัญหาใหญ่ของการดูแลสิ่งแวดล้อม คือ เรื่องของคนที่รู้แล้วแต่ไม่ทำ ซึ่งเป็นปัญหาร่วมสมัยมานาน และก็ยังคงเป็นพฤติกรรมที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานเหมือนเดิม


 "เราจุดประกายให้เขา เอ๊ะ...ก่อน ต่อจากนั้นเขาจะ อ๋อ...คือกระบวนการทั้งหมดนี้กระตุ้นให้เกิดการคิดเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น เขาจะรู้อะไรควรทำไม่ควรทำ แตกต่างจากโรงเรียน เพราะกระบวนการในโรงเรียนสอนให้เขาจำซะเป็นส่วนใหญ่ ชั่วโมงที่อัดแน่นในโรงเรียนสอนให้จำ แต่ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่จะเน้นว่า เราพลาดอะไรไป เราต้องสอนให้เด็กเชื่อมโยงปัญหากับการบริโภคที่เป็นอยู่ เราทำให้เขาคิดตามไม่ยาก แต่จะทำยังไงให้เขาคิดเป็น ขบวนการเหล่านี้จะสอนให้เด็กๆ คิดเป็น และไม่ตกเป็นเหยื่อของการบริโภค"


 อย่างที่บอกว่า การไฟฟ้านครหลวงจัดโครงการ Energy Mind Award ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ซึ่งความพิเศษของปีนี้นอกจากจะมีโรงเรียนต่างๆ ส่งครูและนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 23 แห่งแล้ว หนึ่งในโรงเรียนนั้นคือ โรงเรียนโสตศึกษา จ.นนทบุรี ที่ส่งนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเข้าร่วมกิจกรรมด้วย


 "เราเน้นมากเรื่องสิทธิความเท่าเทียม ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนโสตศึกษาตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมด้วย เรารู้สึกดีใจมาก เพราะนี่จะเป็นต้นแบบที่ดีที่จะต่อยอดไปถึงระดับชาติได้ ถ้าทุกๆ โรงเรียนทำได้ก็จะเกิดการพัฒนา" ผช. สมชาย บอก


 สำหรับน้องๆ ผู้พิการทางการได้ยินที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ นาย-อธิบดี อริยะทรัพย์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4, ปลา-ชฎาพร สะสมทรัพย์ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม. 5, แป้ง-ลีลาวดี มีศิริ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6  และเจมส์-ภาณุทัต ครุสกุล อายุ 21 ปี นักเรียนชั้น ม. 6 โดยมี ชมธนา ศรียาภัย และมยุรา ดวงปัญญา ครูประจำโรงเรียนมาเป็นล่ามช่วยแปลภาษามือ


 ตัวแทนเพื่อนๆ อย่างแป้ง บอกว่า ที่โรงเรียนโสตศึกษามีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเยอะมาก โดยเฉพาะค่าน้ำและค่าไฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมีนโยบายประหยัดพลังงาน ให้นักเรียนและครูช่วยกันดูแล และเมื่อการไฟฟ้านครหลวงเชิญเข้าร่วมอบรมจึงมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ


 "พวกเราจะช่วยกันดูแลเรื่องน้ำ ไฟ อย่างแป้งหลังเลิกเรียนแต่ละวิชาแล้วก็จะรับผิดชอบปิดไฟ ปิดพัดลม" แป้ง บอก
 ส่วนอดีตประธานนักเรียนอย่าง เจมส์ เสริมว่า ด้วยหน้าที่เขาจำเป็นต้องคอยตรวจสอบการทำงานของน้องๆ นักเรียนอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความมั่นใจว่าทุกคนได้ทำหน้าที่นักเรียนผู้ช่วยกันประหยัดพลังงานเรียบร้อยแล้ว


 ถามนายว่า ได้อะไรจากการมาเข้าค่ายอนุรักษ์พลังงานครั้งนี้ นายบอก


 "มาที่นี่ผมได้รู้หลายเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะเรื่องหลอดไฟ บ้านใครเป็นแบบหลอดไส้ก็อาจจะหาหลอดประหยัดไฟมาแทน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ถ้าเป็นแบบประหยัดไฟเบอร์ 5 จะดีมาก คือผมอยากให้ทุกคนมีน้ำใจช่วยกันประหยัดไฟให้มากๆ"


 สุดท้าย ปลาบอกได้เพื่อนเยอะมากๆ แม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะพูดคุยกันคนละภาษา แต่ทว่า เพื่อนๆ ทุกคนก็มีน้ำใจ ที่สำคัญกิจกรรมค่ายครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากที่เธอในฐานะประธานนักเรียนคนปัจจุบันจะนำกลับไปพัฒนาโรงเรียน


 "ปลาชอบเรื่องการคัดแยกขยะ เพราะที่โรงเรียนมีธนาคารขยะอยู่แล้ว แต่จะมีแค่ขยะเปียก ขยะแห้ง แต่มาที่นี่เราได้รู้ว่ามันยังมีอีกหลายประเภทมีทั้งขยะอันตรายที่รีไซเคิลได้ คือกลับไปเราคงต้องไปปรับปรุงเรื่องนี้ อาจจะไปเพิ่มประเภทของขยะให้มากขึ้น"


 แม้วันนี้กิจกรรมค่ายพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อมจะจบไปแล้ว แต่จิตใต้สำนึกแห่งการอนุรักษ์จะยังคงมีคุณค่าและอยู่คู่กับน้องๆ เยาวชนทุกคนต่อไป เพราะเยาวชนทุกคนล้วนมีส่วนสำคัญที่จะช่วยกันปกป้องโลกนี้ให้คงความสวยงามยั่งยืนต่อไป
 

 

Tags : energy mind พลังงาน ศูนย์รวมตะวัน

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement