กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Society

วันที่ 14 มิถุนายน 2555 11:49

มูลค่าที่มากกว่า...ผัก

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เรื่องราวของคนปลูกผักที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิต ทำให้ผักมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เห็น

 เป็นทางเลือกง่ายๆ ของคนปลูกผัก ซึ่งไม่ใช่แค่ความสุข แต่เป็นการพึ่งพาตนเองในเรื่องระบบอาหาร ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันและส่งเสริมให้มีการปลูกผักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และธนัช พุ่มเพชร นักปลูกผักสมัครเล่น ส่งเสริมให้ชุมชนที่อยู่อาศัยหมู่บ้านนักกีฬาปลูกผักจนกลายเป็นสวนผักลุงดิ๊ด พวกเขามาเล่าเรื่องให้ฟังในงานมหกรรมเกษตรในเมือง : ปลูกผัก ปลูกชีวิต ซึ่งเป็นวันที่คนรักการปลูกผักมารวมตัวกัน 

 เริ่มจากดร.จำเนียร ที่พยายามผลักดันให้คนปลูกผักมานานกว่า 15 ปี เขาเคยชีวิตในต่างแดน ทำให้ได้เรียนรู้วิถีที่มนุษย์สัมพันธ์กับชุมชนด้วยกิจกรรมง่ายๆ คือ ปลูกผัก เขาเองก็ลงมือปลูกผัก ในฤดูหนาวเขาใช้พื้นที่ปลูกผักในห้องน้ำ แต่พอฤดูร้อนก็ย้ายผักสารพัดชนิดออกจากห้องน้ำมาปลูกในพื้นที่ของเพื่อนที่เช่าไว้สำหรับกิจกรรมนี้

 “คนที่นั่น ใช้พื้นที่ของโบสถ์ ข้างทางรถไฟ ปลูกผักกินเอง มีความสุขครับ ที่นั่นมีคนปลูกผักมารวมตัวกันในแปลงเล็กๆ เสาร์-อาทิตย์ผมจะลงไปเก็บแอปเปิ้ล พีชบ้าง พืชผักอันไหนที่เพื่อนบ้าน ไม่มีก็แบ่งปันกัน” ดร.จำเนียร เล่าประสบการณ์ตามประสาคนรักธรรมชาติ

 ในเวทีแห่งนี้ ทำให้เขานึกถึงรสชาติของแยมทำเอง  เขาเล่าว่า วันหนึ่งอยากกินแยม แต่แยมที่ขาย ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะปนเปื้อนสารพิษและมีรสหวานเกินไป จึงนึกถึงการทำแยมตอนที่อยู่เยอรมัน
 “แยมที่ผมอยากจะกินไม่มีแล้ว ผมก็เลยทำแยมกินเอง ผมเอาขิงมาทำแยมใช้เงินแค่ 40 บาท ถ้าทำเป็นขวดคงราคาเป็นร้อย”

 เมื่อคุยถึงกระบวนการทำแยม โดยไม่ใช้สารเคมี ดร.จำเนียร นึกถึงพืชผักบนดอย แล้วเล่าว่า เคยเดินทางไปเยี่ยมชนเผ่า ซึ่งไม่ต่างจากที่หลายคนรู้ว่า คนปลูกผัก ไม่ยอมกินผักที่ปลูก

 “ผมเคยถามคนปลูกผักบนดอยว่า ทำไมทิ้งผักไปเฉยๆ เขาบอกว่าถ้าให้หมูกิน หมูก็ตายสิ ดังนั้นผักที่คนกรุงเทพฯกิน มาจากพื้นที่ไกลๆ จากบนดอย เมื่อพ่อค้าคนกลางบอกว่า ต้องการผักสดมากๆ ก็ต้องใช้วิธีการ เพื่อทำให้ผักสด บวกค่าขนส่งอีก แล้วทำไมเราไม่ปลูกผักใกล้บ้าน หน้าบ้าน หลังบ้าน บนหลังคา”

 15 ปีกับการสนับสนุนให้มีการปลูกผักในชุมชน และหน่วยงานรัฐ ดร.จำเนียร มองว่า คนเมืองยังปลูกผักไม่มากพอ
 “การปลูกผักในกรุงเทพฯยังมีพื้นที่ปลูกผักแค่ 3-5 ตารางกิโลเมตรต่อคน ต่างจากกรุงเดลี ประเทศอินเดียใช้พื้นที่ปลูกผัก 32 ตารางกิโลเมตรต่อคน เขามีพื้นที่ปลูกผักในเมืองมานานกว่า 30 ปี "

 เพราะได้เห็นเกษตรในเมืองต่างแดนหลายชุมชน เขาจึงพยายามสนับสนุนให้ชุมชนในเมืองไทยปลูกผักกินเอง โดยใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่เว้นแม้กระทั่งริมคลอง

 “ผมเคยไปอยู่ในทุกเมืองทั่วประเทศ เคยบอกให้นายกเทศมนตรีปลูกผัก ส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย พวกเขาคิดว่าทำแค่เรื่องขยะและน้ำเสียก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องปลูกผัก แต่มีเทศบาลนครเชียงราย ,อ.ทุ่งสง  จ.นครศรีธรรมราช และอ.โคราช จ.นครราชสีมา อยากทำกิจกรรมปลูกผัก ผมก็ช่วยสนับสนุน  อย่างคุณสมชาย นายกเทศมนตรีตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง ก็สนใจเรื่องนี้ และเขาทำนาข้าวปลอดสารพิษด้วย

 ถ้าเมืองไทยไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ผมเอาแนวคิดนี้ไปเผยแพร่ที่ศรีลังกา ผมเอาเจ้าหน้าที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยไปช่วยสนับสนุนการปลูกผัก ปรากฏว่าปลูกผักกันเยอะขึ้น และเดือนหนึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 300 บาทต่อครอบครัวสำหรับชุมชนที่มีรายได้น้อย”

 หากจะมองให้ลึกซึ้งในอีกมิติหนึ่ง การปลูกผักนำไปสู่การพัฒนาเมืองได้ด้วย ดร.จำเนียร บอกว่า การส่งเสริมให้มีการปลูกผักต้องทำควบคู่กับการพัฒนาเมือง อย่าไปคิดว่า เมืองต้องเป็นสถานที่พาณิชย์เท่านั้น ต้องรักษาพื้นที่สีเขียวด้วย
 “ไม่จำเป็นว่าผักดีๆ ต้องมาไกล ผักดีๆ ต้องอยู่ใกล้ๆ ปลูกกินเองได้” ดร.จำเนียร โยงให้เห็นว่าผักที่มาไกล ทั้งราคาสูง ผ่านขั้นตอนการใช้สารเคมีหลายรูปแบบ แล้วทำไมไม่ปลูกผักใกล้บ้าน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องยาก

 “ผมจะบอกว่า การปลูกผักมีมูลค่ามากกว่าผัก ยกตัวอย่างในเกาหลี กิมจิ กลายเป็นสินค้าราคาสูงที่คนต่างชาติซื้อหากลับบ้าน  ผักส่วนใหญ่ปลูกข้างถนนและในเรือนกระจก เพราะเทศบาลและรัฐสนับสนุนให้ชุมชนปลูกผัก เห็นได้ว่า แม้กระทั่งกิมจิ ก็สามารถพัฒนาเป็นสินค้าส่งออก เพราะมีการปลูกผักทั่วทุกที่”

 อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาต้องการพัฒนากิมจิ ให้เป็นสินค้ามีคุณภาพ สิ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยคือ การพัฒนาระบบแหล่งน้ำให้สะอาด ดร.จำเนียร บอกว่า หลังจากรัฐสนับสนุนสิ่งเหล่านี้แล้ว สิ่งที่ได้ตามมา ก็คือ กิมจิที่มีคุณภาพ รวมถึงการประหยัดค่าขนส่ง และระบบนิเวศน์ที่สะอาดไม่มีสารพิษปนเปื้อน

 “นั่นเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในป่า ในเมืองก็มีความหลากหลายทางชีวภาพได้ เป็นพื้นที่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ด้วย” ดร.จำเนียร เล่าเพื่อให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงได้ด้วยมือเรา

 “เหตุนี้แหละครับสำคัญมากในการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เพราะมีการปล่อยก๊าซจากการใช้พลังงาน ในเมืองจำนวนมาก โดยที่พวกเราไม่ได้คำนึงถึงพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ เราก็ควรทำสิ่งเหล่านี้ในเมืองเพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่สีเขียว ฟอกอากาศให้สะอาด”

 เหมือนเช่นที่เขาบอกว่า การปลูกผักได้มากกว่าผัก ไม่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ทางสังคม เขายกตัวอย่าง เด็กๆ ในยุคนี้ เห็นข้าว ผัก และเนื้อสัตว์ในจาน แต่ไม่รู้ที่มาที่ไป

 “ เด็กบางคนไม่รู้หรอกว่าอาหารเหล่านี้มาจากไหน ควายอยู่ที่ไหน  ทำไมต้องเอาควายออกไปจากเมือง นาหรือผักอยู่ในเมืองได้ เราต้องคิดแบบบูรณาการ"

 ถ้ามองให้ไกล จะเห็นปัญหาการผลิตอาหารในเมืองมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการผลิตอาหารในท้องนาที่เรียกว่าชนบท และระบบอาหารข้ามชาติที่มีราคาแพงมากขึ้น

 เหมือนเช่นคนเล็กๆ อีกชุมชน ธนัช พุ่มเพชร  ก่อนหน้านี้เคยทำงานในญี่ปุ่น  สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เมื่อได้เห็นวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับระบบอาหารของตัวเอง เขาก็เริ่มหันมาชวนคนในชุมชนหมู่บ้านนักกีฬาปลูกผัก จนกลายเป็นโครวงการสวนผักลุงติ๊ด

 “คนญี่ปุ่นแม้จะมีพื้นที่เล็กๆ คนในเมือง ก็ปลูกผักบนหลังคาบ้าน ผมจึงเอาแนวคิดนี้มาปรึกษาประธานชุมชน จนได้รับการสนับสนุน เพราะการเคหะฯอนุญาตให้ใช้พื้นที่ปลูกผักได้ แต่ห้ามมีสิ่งก่อสร้าง”

 การปลูกผักในพื้นที่รกร้าง ที่มีขยะมากมาย หากไม่ใช้ความพยายามคงต้องถอดใจ เขาจึงต้องหาตัวช่วยโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนช่วยเหลือในเรื่ององค์ความรู้ ประกอบกับเขาเองก็เป็นคนใฝ่รู้

 “เรื่องใดไม่รู้ก็หาจากอินเตอร์เน็ต เปิดไม่ได้ก็รอลูกสาวมาช่วยหาข้อมูล ตอนผมเริ่มพัฒนาพื้นที่ในชุมชน ทำเป็นแปลงผัก ก็มีคนถามว่า ทำไปทำไม ผมตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าทำเพื่อใคร ผมก็บอกว่า ใครอยากกินผักก็มาเก็บ แต่ต้องมีวิธีการเก็บ ซึ่งผมจะเก็บให้”

 ใช้ทั้งเวลา แรงงาน และการมองอย่างไม่เข้าใจจากคนในชุมชน  เพื่อทำพื้นที่ขยะเป็นแปลงผัก ธวัช บอกว่าก่อนจะให้คนอื่นทำ เราต้องทำก่อน เมื่อมีผลผลิตก็แบ่งปันคนในชุมชน

 “เคยมีผู้พิพากษาในหมู่บ้านมาขอซื้อผัก ผมบอกว่า ไม่ได้ขาย แต่ถ้ามีขวดพลาสติกที่ขายได้ก็เอามาแลก เพื่อนำมาเป็นทุนในการปลูกผัก ซึ่งเด็กๆ ในชุมชนก็ได้เรียนรู้การปลูกผักด้วย เด็กบางคนไม่เคยจับแม้กระทั่งขี้วัว พวกเขาก็ตื่นเต้นที่ได้ปลูกผัก”

 บ่อยครั้งที่ธวัชกลายเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษแก่เด็กๆ ในโรงเรียนชุมชนนั้นๆ และเป็นการเชื่อมร้อยคนในชุมชน

 “ตอนนี้ผมกำลังทดลองปลูกแคนตาลูปในกระถาง ถ้าสำเร็จอาจปลูกบนหลังคา เพราะผมได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นก็ปลูกแคนตาลูปกินเอง”

""""""""""""""""""""""""""""""

อยากปลูกผัก...เชิญทางนี้
  หากใครอยากปลูกผัก แล้วไม่รู้จะเรียนรู้ที่ไหน มีศูนย์อบรมสวนผักคนเมืองให้เลือกใกล้บ้าน
 **บ้านเจ้าชายผัก ลาดพร้าว 71 แปลงผักในบ้านเดี่ยวเปิดอบรมการปลูกผักสวนครัวด้วยวิธีธรรมชาติ โดยนคร ลิมปคุปตถาวร เบอร์ 08 1867 2042

 **สวนผักบ้านคุณตา สุขุมวิท 62 ปลูกผักในเมืองที่หลากหลาย เรียนรู้การปลูกผัก เพาะเห็ด ทำสบู่ แชมพูธรรมชาติและพลังงานทางเลือก สนใจติดต่อมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา เบอร์ 0 2617 0832

 **ศูนย์อบรมโรงเรียนอิสลาม วิทยาลัยแห่งประเทศไทย ทั้งปลูกผัก ปลูกข้าว ทำปุ๋ยชีวภาพ เพาะเห็ดนางฟ้า โดยมีสถานที่ฝึกฝนในแปลงเกษตร 3 ไร่ในโรงเรียน สนใจติดต่อ อ.ชลลดา เบอร์ 08 4774 3220

 **สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่ เรียนรู้เทคนิคการทำเกษตรบนพื้นปูน การทำสมุนไพรไล่แมลง การเพาะถั่วงอกไร้สาร และน้ำยาอเนกประสงค์ สนใจติดต่อสำนักงานเขตหลักสี่ เบอร์ 0 2576 1393

 **ศูนย์อบรมโรงแรมพระนครนอนเล่น หลักสูตรเน้นลงมือทำสัมผัสดิน เตรียมดิน หว่านเมล็ด แยกกล้า ปลูกและนำผลผลิตมาปรุงอาหาร มีการทำกิจกรรมเชื่อมโยงกับการพัฒนาเด็กและครอบครัว สอบถามที่เบอร์ 02 628 8188-90

 

Tags : ผักอินทรีย์

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement