กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : Society

วันที่ 5 ตุลาคม 2554 07:00

ธรรมะ ทำบุญ'100 ปี สังฆราช'

บัณฑูร ล่ำซำ และ สมเด็จพระวันรัตในวงเสวนา

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ชวนทำบุญ...ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย

 

 "หากถามว่า ผมรู้สึกประทับใจในพระจริยวัตรของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในเรื่องใด ผมอยากเล่าถึงตอนเรียนจบใหม่ๆ เมื่อปี พ.ศ. 2520 ในช่วงนั้นผมบวชหนึ่งพรรษา ผมได้เห็นพระจริยวัตรของพระองค์ท่าน ทั้งการบรรยายธรรมและสอนพระบวชใหม่ด้วยพระองค์เองอย่างสม่ำเสมอทุกวัน นอกจากนี้พระองค์ท่านยังออกบิณฑบาตเป็นประจำ ซึ่งเป็นวัตรปฏิบัติของสงฆ์" บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าถึงช่วงที่บวชเรียนเมื่อ 30 ปีที่แล้วในวงเสวนาธรรมของโครงการจัดหาทุนทรัพย์ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ในปี 2556

 "ไม่เคยมีสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงเจริญพระชันษาถึงร้อยปีในกรุงรัตนโกสินทร์ นี่เป็นครั้งแรก พระองค์ท่านจะอายุครบ 100 ปีในสองปีข้างหน้า" บัณฑูร กล่าว และ สมเด็จพระวันรัต ผู้อำนวย?การมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงพระจริยวัตรของ สมเด็จพระสังฆราช ว่า พระองค์ท่านมีความสำรวม สงบเสงี่ยม เป็นที่เกรงขามของพระสงฆ์และเณร

 "ความเกรงขามของพระองค์ท่าน ไม่ใช่เรื่องอำนาจ แต่น่าเกรงขามเพราะบารมีคุณความดี และการเป็นแบบอย่างที่ดี" สมเด็จพระวันรัต กล่าว และโยงถึงกิจกรรมการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ปีนี้ (วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระสังฆราช) จนถึง 3 ตุลาคมในปีหน้า จะมีการทอดผ้าป่าในวัดทั่วประเทศในโครงการนี้ จึงอยากชักชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินผ่านชื่อบัญชี "100 ปี สังฆราชเพื่อ รพ.พหลฯ" หรือ ผ่านเว็บไซต์ www.sangharajacentennial.org  และร่วมซื้อหนังสือ 100 คำสอนสมเด็จพระสังฆราช (จัดพิมพ์จำนวน 500,000 เล่ม) จำหน่ายที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อหารายได้สมทบทุนในโครงการดังกล่าว

 "การซื้อเครื่องมือแพทย์เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นไปตามคำสอนของพุทธศาสนา การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ขาดแคลน เป็นการทำบุญที่ทำให้คนอื่นมีความสุข เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้นอกจากจะช่วยเหลือคนไทยแล้ว ยังมีประชาชนตามตะเข็บชายแดนมารักษา รวมทั้งคนกลุ่มน้อยในพม่าและแรงงานต่างด้าว" สมเด็จพระวันรัต กล่าวถึงการทำบุญตามแนวพุทธศาสนา

 ส่วน บัณฑูร หลังจากรับหน้าที่เป็นผู้จัดการ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ช่วยงานพุทธศาสนาโดยการจัดระบบทรัพย์สินของมูลนิธิ เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้วัด เพราะว่า สมเด็จพระสังฆราช รับสั่งให้มาช่วยงาน และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชดำริให้จัดทำโครงการจัดหาทุนทรัพย์อุปกรณ์การแพทย์ จำนวน 250 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ สมเด็จพระสังฆราช ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 1,460 ราย และยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์สำหรับอาคารหลังใหม่ 8 ชั้น จำนวน 298 เตียง

 "ในช่วงแปดเก้าปีที่ผ่านมาได้ช่วยงานของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นมงคล เนื่องจาก สมเด็จพระสังฆราช ทราบว่า ถ้าผมมาช่วยก็จะมาช่วยทั้งทีม ผมมาช่วยจัดระบบทรัพย์สินของมูลนิธิฯ รักษาผลประโยชน์ทำตามวัตถุหลัก คือ จัดการศึกษาปริยัติของธรรมยุติกนิกาย " บัณฑูร กล่าว

 เพื่อชักชวนให้เห็นว่า การทำบุญโดยการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาลและเป็นสิ่งที่ดี

สมเด็จพระวันรัต ได้ให้มุมมองเรื่องการทำบุญเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีชาวพุทธทำบุญใส่บาตรมากขึ้น บางครั้งญาติโยมคนเดียวใส่ของใส่บาตร ซึ่งต่างจากสมัยก่อนออกไปบิณฑบาต คนกรุงเทพฯ ใส่บาตรน้อยมาก

 "ที่กุฏิอาตมา เวลามีคนมาขออาหาร อาตมาจะสั่งไม่ให้แจกคนมาขอ หากเขาไม่ทำงานอาตมาจะไม่ให้ ไม่เช่นนั้นก็เหมือนการลงโทษ เขาควรทำมาหากิน ถ้าเขาทำงาน แม้จะเป็นกรรมกรก็ต้องเอาไปให้ ตอนที่อาตมาเดินทางไปอเมริกา ก็มีคนตักบาตร แต่ต้องนั่งรถไปและกลับเพื่อรับบาตร " สมเด็จพระวันรัต ให้สติเตือนใจคนฟัง  และบอกว่า

 "หากพระสงฆ์ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ญาติโยมต้องช่วยกันดูแล อย่าไปนึกว่าเป็นหน้าที่ของพระผู้ปกครอง เพราะว่าพระทำได้แค่เตือนสติ  พระมีแต่คำพูด และอำนาจอยู่ที่คำพูด ถ้าจะให้พระไม่ดีสึก ก็ต้องมีเหตุผล เพราะพระอยู่ในอุปถัมภ์ของรัฐบาลและกฎหมายบ้านเมือง " 

 หากจะโยงกับหลักธรรมทั่วไปคือ ศีล 5 สมเด็จพระวันรัต บอกว่า เวลาชาวพุทธรับศีลในพิธีกรรมต่างๆ หรือ สมาทานศีล เมื่อรับศีลแล้ว ได้ปฏิบัติตามหรือเปล่า ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดอะไร และศีลไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ศีลก็คือ การรักษาความเป็นปกติ

 "ถ้าไม่รักษาศีล ก็คือ คนไม่ปกติ ทุกคนมีความเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ปกติของแต่ละคนไม่เหมือนกันในแต่ละอาชีพ ถ้ามีอาชีพอะไรก็รักษาความเป็นปกติในแนวทางอาชีพนั้น ศีลกับบาปต้องแยกกัน ยกตัวอย่าง ชาวประมงหาปลา ทำอาชีพฆ่าสัตว์ตัดชีวิต...บาปไหม นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องมองว่า การรักษาศีล คือ การรักษาความเป็นปกติ"

 

Tags : สมเด็จพระสังฆราช

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement