ถ้าถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของแต่ละคน คำตอบอาจมีตั้งแต่ ทะเล ภูเขา น้ำตก เมืองใหญ่ ไปจนถึงปราสาทราชวัง
แต่สำหรับ ‘กิ๊ฟ' วริษา ภาสกรนที ลูกสาวเจ้าของ ‘อิชิตัน’ เธอว่า...ช่วงที่อายุยังน้อย เรี่ยวแรงยังดี ขอไปเที่ยวในสถานที่ไปยากๆ ลำบากๆ พอถึงวัยที่แรงน้อยค่อยเปลี่ยนไปเที่ยวแบบสบายๆ
ล่าสุดเธอเพิ่งไปใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายใจ แต่ลำบากกาย (นิดหน่อย) ที่เมืองปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับเพื่อนๆ นอกจากความประทับใจแบบไม่รู้ลืมแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาคือแง่คิดในการใช้ชีวิต...
ปายนี่ถือเป็นทริปล่าสุดเลยใช่ไหม
ใช่ค่ะ กลับจากปายมาสดๆ ร้อนๆ เลยค่ะ ก็มีฝนตกนิดหน่อย เงียบดี ชอบ ไปชิลชิล เพิ่งเคยไปปายครั้งแรกก็ไปพักนอกตัวเมืองเลย เป็นโฮมสเตย์ ส่วนมากคนที่พักที่นี่จะเป็นฝรั่ง กิ๊ฟว่าสนุกมาก ต้องไปทำนาด้วยนะคะ ฝรั่ง ทุกคนที่พักอยู่ที่นั่นก็ต้องช่วยกันทำนาด้วย เขาทำนาแบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
เป็นการทำนาครั้งแรกในชีวิต?
ใช่แล้วค่ะ ไปดำนาครั้งแรกสนุกมาก กิ๊ฟไปกับเพื่อนชื่อพี่หวาน มีทีมงานรายการเป็นคนพาเราไปเที่ยว คอนเซปต์คือเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายธรรมชาติ เจ้าของโฮมสเตย์ชื่อ คุณสันโดษ ไปถึงวันแรกเขาก็ให้เราทำนา เก็บผักในสวนมากิน พอวันที่สองพาเราเข้าป่า ไปตัวเปล่าๆ หาอาหารในป่า อยู่เหมือนคนป่า ไม่มีอะไรเลย ไม่มีช้อน ไม่มีจาน เวลาจะกินข้าวก็ต้องหุงแบบก่อไฟ เหมือนเวลาเราดูในหนังเลย จานชามก็ไปตัดไม้ไผ่ลงมา หุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ สุกแล้วก็ดึงออกมาวางบนใบกล้วย แล้วเราก็นั่งจกกินกัน 10 กว่าคน อย่างเอร็ดอร่อย (หัวเราะ)
นอนในป่าด้วยหรือเปล่า
เปล่าคะ เรานอนที่บ้าน แต่บ้านก็สร้างแบบง่ายๆ เป็นกระท่อมเล็กๆ ทำจากไม้ไผ่ มีหลายสไตล์ แต่ทั้งบ้านไม่มีอะไรเลย ไม่มีไฟสักดวง เวลาอาบน้ำเขาก็ต่อท่อกระบอกไม้ไผ่เอาน้ำจากลำธารเข้ามา แต่ก็มีห้องน้ำให้นะคะ ไม่ถึงขนาดต้องออกไปอาบอยู่กลางทุ่งนา (หัวเราะ) เขาก็ทำระบบดีเหมือนกัน
การไปเที่ยวแบบนี้ รู้สึกว่าลำบากไปหรือเปล่า
อืม...ลำบากไหม? ก็ขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่าลำบากคืออะไร พอเราไปอยู่อย่างนั้น รู้สึกเหมือนกับเปลี่ยนโลกไปเลยมากกว่า ทุกๆ วันเราทำงานอยู่อย่างนี้ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเราไปอยู่ในป่า กิ๊ฟว่ามันรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า ทั้งๆ ที่เราก็เหนื่อยนะ แดดก็ร้อน ไหนจะต้องไปดำนาด้วย แต่กลับรู้สึกว่าผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
อยู่ที่นั่น วันๆ ทำอะไรบ้าง
เขาจะมีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน ซึ่งแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน บางวันก็ไปมุงหลังคาบ้าง บางวันคุณแม่ของคุณสันโดษ เขาทำขนมกินเองก็จะสอนเราทำขนม ทุกอย่างทำในนั้นทานกันในนั้น จะไม่มีการซื้อขนมหรืออาหารจากข้างนอกเข้ามา ถ้าเราเอาขนมจากข้างนอกขึ้นมากิน เราจะรู้สึกผิดมากค่ะ (หัวเราะ) และการไปชอปปิงของเขาก็คือ เอากระด้ง หรือกระบุงให้เราใบหนึ่ง เหมือนไปเก็บชาเขียวที่คุณพ่อไปเก็บชาเขียวในโฆษณา (หัวเราะ) เราก็ไม่ได้ซื้ออะไร
แบกกระบุงไว้ที่หลังแล้วเดินอยู่ในป่า (หัวเราะ) เพื่อนหนูแอบเอาป๊อกกี้ใส่กระบุงไปด้วย แล้วเอาไปแกะกินกลางป่า คนที่เดินอยู่ข้างหน้าเขาได้กลิ่นป๊อกกี้ ดีใจใหญ่เลย บอกว่า..อุ้ยเราได้กลิ่นสตรอว์เบอร์รีป่า (หัวเราะ) อยากกินๆ อยู่ไหนๆ ในที่สุดก็ถูกจับได้ว่าเอาป๊อกกี้เข้าไปกิน ก็เลยต้องแบ่งกันกินค่ะ แต่ความจริงแล้วเขาไม่ให้แอบเอาขนมเข้าไปแบบนี้นะคะ
มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกประทับใจไหม
ประทับใจวันที่เราเข้าไปในป่ากันคะ หลังจากที่ทานข้าวเสร็จก็จะเหลือกระบอกไม้ไผ่ที่เราใช้แล้วเยอะมาก พี่สันโดษบอกว่า หลังจากที่เข้ามาเก็บของจากธรรมชาติ เช่น หน่อไม้ เห็ด ผัก ฯลฯ หุงข้าว ทำอาหารกินกันในป่าก็ต้องคืนอะไรสู่ธรรมชาติบ้าง พี่เขาให้เราช่วยกันสร้างฝายกั้นน้ำ ตามพระราชดำรัสของในหลวง เพราะเวลาที่น้ำไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีฝาย พอหน้าแล้ง พื้นดินจะแล้งนาน แต่ถ้าเราทำฝาย ค่อยๆ กั้นแบบนั้น พื้นดินแถวนี้จะชุ่มชื้น ต้นไม้ก็จะงอกงามเติบโตรวดเร็ว พอเรากินข้าวเสร็จเขาก็ให้เราลงไปทำฝาย ตลกดีคนไทย 3-4 คนเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ลงไปทำฝาย ในขณะที่ฝรั่งตัวบึกๆ ใหญ่ๆ นั่งเรียบร้อยสานตะกร้า (หัวเราะ) เอ้า...ทำไมต้องเป็นเราล่ะ
เขาจัดสรรให้ หรือว่าเราเลือกเอง?
ก็...พอดีฝรั่งไม่เคยทำตะกร้ามาก่อน เผอิญว่าเขากำลังสอนทำตะกร้าอยู่ พอกินข้าวเสร็จทุกคนก็ไปง่วนทำตะกร้า แต่พวกเรานั่งว่างๆ กินข้าวเสร็จแล้วก็นั่งคุยกันเลยโดนลงไปทำฝาย (หัวเราะ) ถ้ารู้ว่าเขาจะเรียกเราไปทำฝาย เราก็คงไปสานตะกร้า (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรสนุกดี ไปช่วยกันลำเลียงหิน และไม้ไผ่ที่เรากินกันเสร็จแล้วนั่นแหละ เอาไปทำฝาย เห็นได้ชัดเลยว่า ก่อนทำกับหลังทำมันแตกต่าง จากที่น้ำแค่หน้าแข้ง ก็กลายเป็นอยู่ตรงเข่า มันเก็บน้ำได้มากขึ้น เป็นการชะลอน้ำเอาไว้ เราไม่รู้มาก่อนว่าทำได้ง่ายขนาดนี้ กลับบ้านมาตัวลายเลยค่ะ (หัวเราะ)
ทริปนี้ไปกี่วัน
ไป 3 วันคะ กิจกรรมแน่นทุกวันเหมือนไป 3 อาทิตย์ (หัวเราะ) แต่ที่ประทับใจที่สุดคือการทำฝายค่ะ อยู่ในน้ำก็เย็นดี และได้รู้ว่าฝายทำง่ายขนาดนี้ สนุกค่ะ ได้ประโยชน์จากของที่เราทิ้งแล้ว
กลับจากทริปเรานี้ได้แง่คิดอะไรบ้าง
จริงๆ แล้วรู้สึกว่า โห...มนุษย์ อยู่ได้แม้กระทั่งที่ที่มันธรรมดาที่สุด ที่ที่ไม่มีอะไรเลย เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ มาคิดว่าของที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ซึ่งมีเยอะมากๆ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราต้องใช้แทบไม่มีอะไรเลย มีไม่กี่อย่างเราก็อยู่ได้ บ้านเราไม่มีอะไรเลยก็อยู่ได้ มีแต่ไม้ไผ่ ทุกอย่างมาจากธรรมชาติได้หมด เสื้อผ้าเขาก็ทำกันเอง มานึกๆ ดูว่า บางทีของที่เรามีอยู่มันฟุ่มเฟือยไปด้วยซ้ำ ไฟฟ้าเขาก็แทบจะไม่ได้ใช้ ใช้ตะเกียง พี่เขาดูแลป่ามา 20 ปีแล้ว แต่เปิดเป็นโฮมสเตย์ได้ 7-8 ปี คนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ฮิตในหมู่ฝรั่งมาก ที่นี่ไม่ไกลจากปาย ออกไปทางแม่ฮ่องสอนแค่ 5-10 นาทีก็ถึงแล้ว
จริงๆ แล้วกิ๊ฟชอบเที่ยวแบบไหนมากที่สุด
ความจริงกิ๊ฟชอบไปเที่ยวทริปที่ลำบากๆ นิดหนึ่ง จะประทับใจเมืองที่ culture เยอะๆ เช่น อินเดีย อียิปต์ โมร็อกโก ฯลฯ และเมืองพวกนี้ก็จะมีความลำบากนิดหนึ่ง ซึ่งเราคิดจะกวาดให้เรียบตอนที่อายุยังไม่มาก ยังมีแรง อีกหน่อยเรามีตังค์แต่ไม่มีแรงค่อยไปเที่ยวแบบสบายๆ ต้องวางแผนว่า จะเก็บอะไรก่อน เพราะอีกหน่อยขาไม่ไหวแล้ว อยากนอนเตียงสบายๆ ประเทศไปลำบากพวกนี้เราไปมาหมดแล้วจะได้ไม่ต้องเสียดาย
คิดว่าที่ไหนที่ลำบากกายมากที่สุด
น่าจะเป็นที่ปายนั่นแหละค่ะ (หัวเราะ) อินเดียก็ลำบากนะคะ เป็นประเทศที่แปลกๆ แต่ว่าในความลำบากก็ตลกดี ห้องน้ำไม่มีต้องไปเข้ากันในทุ่ง อย่างเรานั่งรถบัสไปจะเห็นทุ่งหญ้าๆๆๆ แล้วมีหัวคนโผล่ขึ้นมานิดหนึ่ง เขาเข้าห้องน้ำอยู่นั่นเอง ซึ่งมันใกล้กับถนนใหญ่มากๆ ซึ่งเราอยากจะบอกว่า พี่คะ...หญ้ามันปิดไม่มิด โอเคไหมคะ (หัวเราะ)
แล้วที่ไหนที่ไปแล้วชอบมากๆ ในแง่ความสวยงาม
คิดว่าโมร็อกโกนะคะ พอไปเห็นแล้วก็ชอบสถาปัตยกรรมของเขามากๆ เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างยุโรปกับแอฟริกา เหมือนจะมีความเป็นแขกมัวร์นิดหนึ่งแต่มีความเป็นยูโรเปียนด้วย แปลกๆ กิ๊ฟว่า มันเก๋ค่ะ อย่างเครื่องหนังเขาก็ทำเอง ทำจากหนังอูฐ กิ๊ฟเป็นคนที่ชอบงานแฮนด์เมดมาก แล้วทั้งโมร็อกโกนี่ตั้งแต่เฮนน่า กระจกทองเหลือง ของทุกชิ้นเป็นแฮนด์เมดหมด มั่นใจว่าของทุกอย่างมีอยู่ชิ้นเดียวไม่เหมือนใคร เหมือนกับว่าเขายังสนใจทำงานแบบนี้กันอยู่ เด็กๆ อายุ 11-12 ปี ก็เรียนสลักไม้ ทำลายออกมาได้สวยมาก เรียกได้ว่าชีวิตนี้เขาอุทิศให้การทำอะไรแบบนี้ แต่คนโมร็อกโกก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับของที่เขามีอยู่นะ มีแต่เรานั่นแหละที่ตื่นเต้น
ก็เลยเป็นที่มาของ 'วิลล่า มาร็อค' อย่างที่เห็น?
ใช่ค่ะคุณพ่อ (ตัน ภาสกรนที) เห็นว่าเราชอบมากๆ คลั่งไคล้มากๆ พอไปได้ที่เล็กๆ ริมทะเลมา ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับลูกฉันแล้วล่ะ ลูกฉันต้องสไตล์นี้แหละ (หัวเราะ) มีคนบอกว่า ถ้ารักลูกมากจะให้อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ให้อยู่ไกล แต่ถ้าเกิดรักน้อยจะให้ไปอยู่ไกลๆ แต่เอ๊ะพ่อเรานี่ ยังไงนะ ตลอดเวลาจะถามว่าลูกไปทำที่เชียงใหม่ไหม อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) วิลล่ามาร็อคนี่ กิ๊ฟมีส่วนร่วมตั้งแต่วันที่เริ่มเขียนแบบ ไปซื้อของที่โมร็อกโก ไปเลือกอาหารว่ากินอาหารโมร็อกโกเป็นแบบนี้ๆ นะ และเราชอบที่จะให้เป็นแบบนี้
มีประเทศไหนที่กิ๊ฟอยากไปแล้วยังไม่ได้ไปบ้าง
ทิเบตคะ แต่อย่าถามว่าเพราะอะไรนะ เหตุผลมันติงต๊องมาก (หัวเราะ) ก็เพราะดูการ์ตูนเรื่องทินทินแล้วอยากไปที่นี่จังเลย อยากไปดูเพดานของโลก ว่าเป็นยังไง ตอนนี้เขามีรถไฟไปจากจีน เราก็อยากไปบ้างจะได้พูดว่าฉันไปมาแล้วนะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนว่าจะไปเมื่อไหร่ ทำงานหางบก่อน เพราะช่วงนี้ทำงานหลักคือดูร้าน Zaab อีลี่ ส่วนวิลล่ามาร็อคมีคนดูแลอยู่แล้ว กิ๊ฟเองจะเข้าไปดูเดือนละ 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่จะไปวันธรรมดามากกว่า เพราะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ห้องเต็มพักไม่ได้
Tags : กิ๊ฟ • วริษา ภาสกรนที

