กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : Society

วันที่ 25 เมษายน 2554 08:00

สายเลือด-สายสัมพันธ์..เส้นทางการเมือง'เอกนัฏ พร้อมพันธุ์'

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เบื้องลึกความคิด ชีวิต ครอบครัว..สายเลือด&สายสัมพันธ์ทายาทการเมือง“ลูกพรเทพ-หลานนิพนธ์-เงาเทพเทือก”ออกซ์ฟอร์ดคนที่ 5แห่งพรรคประชาธิปัตย์

     “ลูกพรเทพ-หลานนิพนธ์-เงาเทพเทือก” 3 คำนี้แทบจะเป็นดีกรีต่อท้ายชื่อ ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ทายาทการเมือง 3 ตระกูล กับข่าวตัวเก็งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่พรรคประชาธิปัตย์
     แม้พรรคจะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่หนุ่มวัยเพิ่งครบเบญจเพส เลขานุการส่วนตัวรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ฟิตเดินสายลงพื้นที่บ้านตัวเองในเขตทวีวัฒนา มาตั้งแต่ช่วงก่อนสงกรานต์แล้ว
     ขิง-เอกนัฏ เป็นลูกชายคนที่ 2 ของ พรเทพ เตชะไพบูลย์ กับ ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ น้องสาวของ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และคู่ชีวิตคนปัจจุบันของรองนายกฯ สุเทพ
     ตั้งแต่วัยเด็ก หนุ่มจากรั้วออกซ์ฟอร์ดคนนี้จึงเติบโตมาในครอบครัวที่มีสายเลือดการเมืองเข้มข้น หากมองย้อนเส้นทาง 2 ปีกว่าๆ ที่ก้าวเข้ามาทำงานข้างกายรองนายกฯสุเทพ เส้นทางสู่ถนนสายผู้แทนของเขาจึงดูราวกับปูไว้ด้วยพรมแดงจากครอบครัวตั้งแต่เรียนจบ
     แต่ขิงบอกว่าไม่เคยถูกกำหนดจากผู้ใหญ่ว่าจะต้องเข้ามาทำงานการเมือง แต่เหมือนกับได้ซึมซับมาตั้งแต่วัยเด็กที่สนใจติดตามข่าวการเมือง ปิดเทอมก็มีโอกาสช่วยงานพรรค จบมาทำงานที่แรกช่วยคุณแม่ทำธุรกิจคอนโดมิเนียม พอพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล คุณลุงนิพนธ์กับท่านสุเทพชวนให้มาช่วยงานที่ทำเนียบด้วยกัน จึงเป็นจังหวะให้ได้ค้นพบทางเดินของตัวเอง
     ถึงใครจะเมาท์แรงๆ ว่าเขาเป็นเด็กปั้นที่ “นายใหญ่จัดมา” แต่ขิงบอกว่าจะยืนอยู่บนถนนการเมืองตรงนี้ได้ต้องหนักแน่น อย่าไปหวั่นไหวกับคำวิจารณ์ สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุด คือ ผลงานต้องมาก่อน แทนที่จะมองว่ามีผู้ใหญ่คอยหนุน ทำไมไม่มองกันที่ความรู้ความสามารถในตัวของเขา
    ความตั้งใจของหนุ่มไฟแรงคนนี้ยังอยากหยัดยืนทำงานในเขตที่อยู่มาแต่เกิดอย่างเขตทวีวัฒนา แทนที่จะหัด "แหลงใต้" ย้อมตัวตนแล้วไปปักธงที่สุราษฎร์ธานี ซึ่งวางรากฐานทุกอย่างไว้ดิบดีอยู่แล้ว 
    ขิง เอกนัฏ นับเป็นนักเรียนเก่า "ออกซ์ฟอร์ด" คนที่ 5 ที่ก้าวสู่เส้นทางการเมืองตามรอยศิษย์พี่ในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณ์ จาติกวณิช ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล
    ชีวิตวัยเด็กหลังจากจบชั้น ป. 5 จากเซนต์คาเบรียลบินไปใช้ชีวิตเรียนต่อต่างประเทศ ก็สั่งสมโพรไฟล์กิจกรรมเด่นผลการเรียนเป็นเลิศมาโดยตลอด อาทิ เป็นนักเรียนดีเด่น เป็นหัวหน้าบ้านและกรรมการนักเรียนมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนประจำที่ Geelong-Gramma School ออสเตรเลีย
    ก่อนจะย้ายมาเรียนระดับมัธยมที่โรงเรียน Charterhouse ประเทศอังกฤษ มีผลการเรียนโดดเด่นจนได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนอันดับ 1 ก้าวสู่ชีวิตรั้วมหาวิทยาลัย ควบคู่บทบาทประธานสมาคมเด็กนักเรียนไทยออกซ์ฟอร์ด คว้าดีกรีจบหลักสูตรปริญญาตรีควบโท  (เกียรตินิยม) วิชาวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ
    ย้อนไปชีวิตในวัยเด็ก หลังจากคุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกัน  3 คนพี่น้องติดคุณแม่มาก ขิงเล่าว่าการตั้งใจเรียนให้ดีจึงเป็นสิ่งดีที่สุดที่เขาจะทำได้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ 
     ต่อมาเมื่อคุณแม่เริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่กับท่านสุเทพฯ เลยย้ายมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ทายาทของทั้งคู่รวมกัน 6 พี่น้องต่างรู้จักกัน แต่ส่วนใหญ่ชีวิตในวัยเรียนจะแยกย้ายกันไปอยู่ต่างประเทศ
    “หลักๆ ตอนนี้บ้านในซอยคลองต้นไทร เขตทวีวัฒนา จะมีท่านสุเทพ คุณแม่ ผม และน้องสาวที่อยู่ด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆ จะแยกย้ายกันไป  ลูกท่านสุเทพ พี่แทน พี่น้ำตาลจะอยู่ที่สุราษฎร์ ส่วนพี่น้ำทิพย์ อยู่อเมริกา ทำงานและเรียนไปด้วย ส่วนพี่ชายผมก็ไปๆ มาๆ”
     ส่วนการที่ขิง และน้องสาว เข็ม-ธีรภา ใช้คนละนามสกุลกับพี่ชาย โขง-สิทธิพัฒน์ เตชะไพบูลย์ จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาแยกกัน เพียงแต่ตอนที่ต้องย้ายไปเรียนหนังสือที่อังกฤษ การใช้นามสกุลคนละนามสกุลกับคุณแม่และท่านสุเทพ ทำให้ต้องคอยตอบคำถาม เลยเปลี่ยนมาใช้นามสกุล"พร้อมพันธุ์"แทน 
     ความใกล้ชิดผูกพันในครอบครัวมาตั้งแต่ตอนเด็กอายุ 10 กว่าขวบ ทำให้ขิงรักและชื่นชมรองนายกฯ สุเทพเหมือนเป็นคุณพ่ออีกหนึ่งคน  
    “ท่านเองก็รักและดูแลเราเหมือนลูก เวลาไปเรียนต่างประเทศก็จะไปส่งด้วยกันกับคุณแม่ คอยดูแลคุณแม่ตลอด มีความรับผิดชอบและมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันนี้ ทุกอย่างยังคงเส้นคงวา ท่านสุเทพเวลาทำงานจะจริงจังเข้มงวดมาก แต่พอเปิดประตูเข้าบ้านมาจะเป็นอีกคนหนึ่งเลย ผ่อนคลายแล้วก็ง่าย ๆ สบาย จะพูดเสมอว่าคนเราต้องแบ่งเวลาให้ดี พอถึงประตูบ้านต้องลืมเรื่องให้หมดแล้วอยู่กับครอบครัว เพราะถ้ายังดูแลครอบครัวไม่ได้แล้วจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงชื่นชม
    ทุกวันนี้ ยังถือเป็นข้อตกลงอย่างหนึ่งร่วมกันของสมาชิกในบ้าน ทุกเย็นจะต้องกลับมาร่วมโต๊ะกินข้าวพร้อมหน้าด้วยกัน หัวข้อสนทนาของบ้านนี้หนีไม่พ้นประเด็นข่าวการเมือง แต่คุยในเชิงผ่อนคลายสบายๆ มากกว่าเพราะคุณแม่เองก็สนใจเกาะติดข่าวตลอด แม้ช่วงหลังจะถอยตัวเองออกจากสนามการเมืองมาแล้ว ส่วนท่านสุเทพไม่ต้องพูดถึง หายใจเข้าออกเป็นเรื่องการเมือง แม้จะอายุ 62-63 แล้ว ทั้งบ้านเลยคอเดียวกัน
    ผู้ใหญ่ในครอบครัวว่าอย่างไรบ้างกับการตัดสินใจเสนอตัวลงสมัคร ส.ส. ขิง บอกว่า “คุณแม่ไม่ได้ว่าอะไร บอกว่าถ้าคิดแล้วตัดสินใจแล้วก็ต้องเริ่มด้วยตัวเอง เดินไปเองเลย ไม่ต้องรอผู้ใหญ่ฝาก เด็กรุ่นใหม่บางคนจะรอให้คอยบอกให้ไปซ้ายขวา แต่ถ้าตั้งใจแล้วเราต้องเริ่มทำก่อน ลุยเองเลย..
    ตั้งแต่เด็ก คุณแม่จะปลูกฝังตลอดว่าอยากเป็นอะไรก็ทำไปแต่ต้องทำให้ดี ถ้าจะเป็นนักการเมืองก็ต้องเป็นนักการเมืองที่ดี  อย่าโกงกิน คุณแม่จะพูดเสมอครอบครัวเราพอมีกินพอมีใช้แล้ว ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น”
    ส่วนคุณพ่อ (พรเทพ เตชะไพบูลย์) ก็ยังคุยกัน ตอนเอ่ยปากว่าเที่ยวนี้มีแนวโน้มจะลงสมัครเลือกตั้ง ขิงเล่าอารมณ์ดีว่า "ป๊าบอกว่าคงช่วยมากไม่ได้นะ เพราะยังเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.อยู่ เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย
    ส่วนคุณลุงนิพนธ์ ถือเป็นต้นแบบของวิธีการเจรจาพบปะผู้คน สไตล์ของท่านจะนุ่มนวล เป็นผู้ประสานสิบทิศจริงๆ คุณลุงเองก็เคยลง ส.ส.ที่โคราชมาก่อน เรื่องวิธีการหาเสียงก็จะมีแนวคิดคอยแนะนำ จะถามตลอดไปพบคนนั้น คุยกับคนนี้หรือยัง"
    ขณะที่ 2 ปีกับการสั่งสมประสบการณ์ทำงานเลขานุการส่วนตัวของรองนายกฯสุเทพ ช่วยเปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสกับงานการเมืองในหลายด้าน ซึมซับวิธีการ เจรจา การแก้ปัญหา การบริหารจัดการในช่วงเหตุการณ์ความวุ่นวาย มีโอกาสตามเข้าไปนั่งสังเกตการณ์ในห้องพูดคุยหารือระหว่างแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล
  "สไตล์ของท่านสุเทพจะค่อนข้างหนักแน่น จริงจัง จริงใจ พูดคำไหน คำนั้น เวลาทำงานจะเต็มที่ เป็นคนเข้มงวดมาก ทุกอย่างต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอยสอนตลอด เวลาเจรจาต้องทำแบบนี้ เวลาคุยกับคนนี้ต้องทำแบบนี้ ตั้งแต่ตื่นเช้า ขึ้นรถไปทำเนียบก็ไปด้วยกัน กลับบ้านก็กลับด้วยกัน กินข้าวเย็นด้วยกัน ก่อนนอนก็ดูทีวีด้วยกันอีก"
   ขิง เล่าว่า การทำงานการเมืองเป็นเส้นทางที่ถ้าตัดสินใจแล้วจะต้องอุทิศตัว ช่วงนี้หากมีเวลาจะต้องเข้าไปลงพื้นที่ตลอด ยิ่งเป็นหน้าใหม่ ยิ่งต้องอาศัยลูกขยันและความมุ่งมั่นหลายเท่า บางวันเช้าเดินสายไป 6-7 งาน บ่ายเดินสายเข้าชุมชน การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความเข้มข้นอย่างมากกว่าทุกๆ ครั้ง  โอกาสสู้ศึกสนามเลือกครั้งแรกในชีวิตยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย
  แต่ที่แน่ๆ หลังจากนี้ คงจะได้เห็นหน้าค่าตา "เงาของเทพเทือก" ที่ชื่อ ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ คนนี้บนถนนสายการเมืองไปอีกนาน

                                                             ------------------------

Tags : เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement