กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Society

วันที่ 28 สิงหาคม 2552 13:00

เสียงสะท้อนเหล่าข้าราชบริพาร

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์ และรองราชเลขานุการในพระองค์ และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

ภาพประกอบข่าว

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เผยประสบการณ์ 40 ปี ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “ทรงนึกถึงประชาชนของพระองค์ตลอดเวลา"

แม้ในช่วง 1-2 ปีมานี้ คนไทยอาจไม่ได้เห็นภาพข่าวพระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารต่างๆ เหมือนอย่างที่เคยเห็นชินตายาวนานจากรุ่นสู่รุ่นนับตั้งแต่ปี 2498 ที่ทรงแปรพระราชฐานตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ 

แต่เคยนึกย้อนสังเกตไหมว่า แทบทุกครั้งที่มีเหตุการณ์อันน่าเศร้าสะเทือนใจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ผู้เจ็บป่วยยากไร้ หรือแม้แต่ล่าสุดครอบครัวที่ประสบอุบัติเหตุสาหัสเพราะโดนลอบปาหิน ฯลฯ เรามักจะได้เห็นข่าว “ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์” ตามมาเสมอ 

สิ่งที่เราเห็นใน 'ข่าว' เหล่านี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างน้อยนิด เพราะยังมีน้ำพระราชหฤทัยอีกมากมายที่ทรง 'ยื่นพระหัตถ์' ช่วยเหลือและทำเพื่อคนไทยโดยตลอด จากประสบการณ์ชีวิตในการปฏิบัติงานถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นระยะเวลาเกือบ 40 ปี ของ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์ และรองราชเลขานุการในพระองค์ ที่ถ่ายทอดบอกเล่าระหว่างการบรรยายพิเศษ “พระมหากรุณาที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย” เมื่อไม่กี่วันมานี้ 

“อยากบอกว่า ทั้งสองพระองค์ยังทรงทำงานอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ เหตุการณ์สดๆร้อนๆ ที่เกิดขึ้น อะไรที่เป็นความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งสองพระองค์ก็จะทรงทำเพื่อประชาชนตลอดเวลา...

“ทรงนึกถึงประชาชนของพระองค์ตลอด ทรงทำให้กับแผ่นดิน ทรงทำให้กับประชาชนคนไทย ไม่มีวันไหนเลยที่จะทรงหยุด..." เล่าถึงตรงนี้ท่านผู้หญิงเริ่มน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลอเบ้า ทุกครั้งที่ดิฉันมีโอกาสไปเฝ้าฯ ถ้าทรงประทับที่หัวหินก็จะต้องไปเฝ้าฯ แทบทุกวันเว้นวัน จะต้องกราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า งานต่างๆ ดำเนินการไปถึงไหน ราษฎรคนนั้นเป็นอย่างไร ให้ความช่วยเหลือไปถึงไหน จะทรงห่วงใยตลอด 

แม้ในช่วง 2 ปีจะไม่ได้เสด็จฯ แปรพระราชฐาน เพื่อตรวจเยี่ยมราษฎร แต่จะทรงเปิด 'สมุดส่วนพระองค์' เพื่อติดตามงาน รวมทั้งรับสั่งซักถามถึงราษฎรที่ทรงเคยพบ ว่าเจ้าหน้าที่ได้ให้ความดูแลช่วยเหลือไปถึงไหน  รวมทั้งจะทรงมอบหมายงานให้ผู้แทนพระองค์คอยตรวจเยี่ยมติดตามดูแลต่างพระเนตรพระกรรณด้วย 

“เมื่อเสด็จฯ ไปที่ไหนจะมีสมุดอยู่ในพระหัตถ์เสมอ จะทรงจดลงในสมุดด้วยพระองค์เอง เมื่อเสด็จกลับถึงพระตำหนักหากเป็นเรื่องรีบด่วน จะเสด็จพระราชดำเนินมาที่เรือนรับรองทันที และทรงประชุมข้าราชบริพารที่ตามเสด็จในวันนั้น เมื่อทรงงานกลางคืนก็จะทรงบันทึกในสมุดส่วนพระองค์อีกทีว่า วันนี้ทรงพบใครบ้าง” 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงจำได้แม่นยำ ทรงจำเป็นภาพราษฎร เวลาทำรายงานจึงต้องจดละเอียดว่าใครมาเข้าเฝ้าฯ แต่งตัวอย่างไร อากัปกิริยาเป็นอย่างไร..ร้องไห้หรืออะไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้ต้องบันทึกไว้หมด เพราะจะทรงเปิดสมุดส่วนพระองค์ซึ่งทรงบันทึกไว้หลายเล่ม  เพื่อสอบถามติดตาม เมื่อนั้นเจ้าหน้าที่กองราชเลขานุการในพระองค์กับกองศิลปาชีพ จะค่อนข้างจะหนาวๆร้อนๆ ไปตามกันเพราะกลัวจะตอบคำถามไม่ได้

  • ตื่นเถิดชาวไทย

เสียงสะท้อนดังๆ ผ่านสื่อจากสองข้าราชบริพารผู้ใหญ่ซึ่งเคยถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาอย่างใกล้ชิด ทั้ง ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์ และรองราชเลขานุการในพระองค์ และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ และอดีตหัวหน้านายตำรวจประจำราชสำนัก ในการบรรยายพิเศษ "พระมหากรุณาที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย" ในงานพิธีเปิดเว็บไซต์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ หอประชุมกองทัพเรือ  

น่าจะเป็น "คลื่นความถี่" ที่ออกมาช่วยกระตุ้นย้ำเตือนจิตสำนึกคนไทย ทั้งใครหลายคนที่อาจไม่อนาทรรู้ร้อนรู้หนาวต่อสิ่งใด รวมทั้งใครหลายคนที่อาจกำลัง "ครึ่งหลับครึ่งตื่น" ว่า บ้านเมืองเราที่ดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะมีสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อยู่คู่เมืองไทย 

ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักที่เคยถวายงานด้านความปลอดภัยมากว่า 12 ปี แสดงความห่วงใยว่า ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กำลังตกเป็นเป้าของการลบหลู่ การให้ร้าย การโจมตีอย่างโจ่งครึ่มโดยบุคคลบางกลุ่ม สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในเว็บไซต์เถื่อนต่างๆ

ในฐานะที่เป็นคนไทย เกิดบนแผ่นดินไทยและจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถึงเวลาที่คนไทยต้องร่วมกันแสดงพลังของการ "บอกต่อ" ช่วยกันถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ว่า ในหลวงและพระราชินี ทรงทำอะไรบ้างตลอดเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา 

"คนรุ่นเราตลอดช่วงชีวิตนี้ ได้เคยเห็นทั้งสองพระองค์ทรงงานโดยตลอด เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร ตรากตรำตากแดดตากฝน ก่อให้เกิดโครงการต่างๆ มากมาย ทั้งหมดที่ทรงทำให้แก่แผ่นดินและประชาชนชาวไทยเป็นความซาบซึ้งที่อยู่ในใจ แต่เรามีความคิดที่จะบอกต่อกันหรือเปล่า" ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ฝากถ้อยคำให้ย้ำคิด

Tags : ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

advertisement

advertisement