กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : Read & Write

วันที่ 24 ธันวาคม 2552 01:00

Jim Krusoe ผู้เผชิญเขาวงกตแห่งการเขียน

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

งานเขียนไม่ใช่งานสูตรสำเร็จ หรืองานประเภทกดปุ่มที่พอนั่งลงตั้งใจจะทำงานแล้วได้ผลสำเร็จออกมาดังใจหมาย

บางครั้งกว่าจะสำเร็จเป็นต้นฉบับพร้อมตีพิมพ์ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี หรือบางครั้งผู้เขียนเสียชีวิตไปก่อนก็ยังมี !

ทว่าตรงกันข้ามผู้อ่านกลับใช้เวลาอ่านหนังสือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
 

ช่วงเวลาการเดินทางของหนังสือเล่มหนึ่งสู่มือผู้อ่านจึงไม่ใช่เรื่องจะสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ได้ โดยเฉพาะหากนักเขียนต้องเผชิญหน้าเขาวงกตแห่งการเขียนเช่นชายผู้นี้
 

จิม ครูโซ  (Jim Krusoe) มีผลงานบทกวี 5 เล่ม รวมเรื่องสั้น 1 เล่ม และนวนิยายอีกหลายเล่ม โดยเฉพาะเรื่อง Iceland ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือเทียบเคียง คาฟกา (Kafka)

นอกจากผลงานหลากหลายการันตีฝีมือที่ไม่ธรรมดาแล้ว จิมยังเป็นอาจารย์สอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ Anitoch Uniersity และ Monica College อีกด้วย...เรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องการเขียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

และหากเราจะคิดต่อไปอีกว่าการผลิตนวนิยายของเขาน่าจะทำได้อย่างง่ายดายนั้น...ขอบอกว่า "เราคิดผิด"

จากการพูดคุยกันเราสรุปได้ว่า เขามีวิธีการเขียนนวนิยายที่ค่อนข้างแปลกกว่าคนอื่น ๆ ที่เราเคยพบเห็น เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกตัวอย่างจากเรื่อง  Girl Factory  เขาไม่มีโครงเรื่องตายตัวแต่แรก หากค่อย ๆ ให้เรื่องเปิดเผยตัวเองออกมา ด้วยวิธีการนี้เขาต้องเขียนร่างถึง 12 แบบก่อนที่จะเริ่มนึกภาพออกว่าหนังสือที่เขาเขียนเกี่ยวกับอะไร

เขาเขียนร่างแรก 60 หน้า ด้วยช่วงเวลาที่ต่างกัน 12 ช่วงเวลา ที่สำคัญแต่ละช่วงใช้ฉากและตัวละครแตกต่างกันจนเมื่อรู้สึกว่าแบบไหนที่อ่านแล้วทำให้ตื่นเต้นได้ เขาก็จะเลือกเอาร่างนั้น...

เมื่อเราถามถึงขั้นตอนต่อไป เขาถึงกับส่ายหัวแล้วพึมพำว่า "กว่าจะสำเร็จเป็นรูปเล่มได้ก็เป็นเรื่องที่เยิ่นเย้อเอามากๆ"
 เขาเล่าว่า เขียนร่างแรกของนวนิยายเรื่องนี้เสร็จเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และก็นำไปให้คนนั้นคนนี้ลองอ่าน ผลคือต่างคนต่างชอบกันคนละตอน หลากหลายกันไป แต่เชื่อไหมว่าไม่มีใครชอบเหมือนกัน หรือชอบนวนิยายเรื่องนี้ทั้งเรื่องเลยสักคน !

จิม รู้สึกว่ามันชักแปลก ๆ แล้ว เขาจึงเริ่มตรวจแก้ไขต้นฉบับรวมถึงเขียนเพิ่มเติมใหม่อีกประมาณ 30 รอบ ในเวลา 5 ปีต่อมา และเกือบจะโยนมันทิ้งซะแล้ว

จนเมื่อ Lee Montgomery  ผู้เคยอ่านร่างแรกมาก่อนแล้วถามเขาว่าต้องการจะตีพิมพ์นวนิยายเรื่องนี้หรือไม่
เมื่อคำตอบคือต้องการ คราวนี้จิมต้องเป็นฝ่ายนั่งฟังการแก้ไขร่างแรกแบบยกเครื่องมโหฬาร ซึ่งตัวเขาเองก็เห็นด้วยในหลักการ แต่คงมึนมากไปหน่อย เพราะหลังจากนั้นจิมปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีก 2 ปี จึงพอนึกภาพออกว่าต้องแก้ไขเพิ่มเติมอะไรลงไปบ้าง

คราวนี้เขาลงมือเขียนใหม่อีกประมาณ 12 ร่าง โดยตัดส่วนที่เกิน เติมส่วนที่ขาด

ที่สำคัญเกือบถอดใจ "ล้มเลิก" ตั้งหลายครั้ง ทว่ามีหลายตอนในเรื่องที่เขายังคาใจ ไม่สามารถทอดทิ้งได้ จนที่สุดก็ฝ่าฟันเขาวงกต (ที่เขาอาจสร้างขึ้นมาเอง) จนสำเร็จ

สุดท้ายเขาฝากบอกว่าสิ่งสำคัญที่หนังสือต้องมี 4 อย่าง คือ สิ่งที่ผู้เขียนต้องการเขียนถึง สิ่งที่อนุญาตให้ผู้เขียนเขียนได้ สิ่งที่ผู้อ่านต้องการ และสุดท้าย คือ ประเด็นจริงๆ ของหนังสือ

และแถมสิ่งที่แย่ที่สุด คือ การคิดว่าหนังสือเล่มนี้จบแล้ว เพียงเพราะว่านักเขียนเขียนมาถึงตอนจบ

 

Tags : จิม ครูโซ Jim Krusoe

advertisement

advertisement

advertisement