กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Read & Write

วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 01:00

มิตรน้ำหมึก รำลึกถึง... 'รงค์ วงษ์สวรรค์

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ถ้าเป็นการคุยเรื่องเก่าเล่าความหลังกันแล้วคงจะไม่มีอะไรสนุกสนานเฮฮาเท่ากับเพื่อนคุยถึงเพื่อนด้วยความรักและเคารพกันอย่างบริสุทธิ์ใจ


 ... เพื่อนชนิดว่ากิน-ดื่ม-เที่ยวด้วยกันมาตลอดหลายสิบปี ...

กรณีล่าสุดเป็นการร่วมล้อมวงสนทนาระลึกถึง 'พญาอินทรีแห่งสวนอักษร' หรือ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนนามอุโฆษผู้กลายเป็นตำนานในใจของเพื่อนพ้องนักเขียนหลากหลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นอาวุโสซึ่งเคยใช้ชีวิตผ่านยุคสมัยเดียวกันอย่าง ณรงค์ จันทร์เรือง, เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์, ขรรค์ชัย บุนปาน, เสถียร จันทิมาธร, ช่วง มูลพินิจ และประภัสสร เสวิกุล ดำเนินการโดย นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 1 อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ยิ่งเป็นการพูดคุยผ่านหนังสือ อินทรีผงาดฟ้า เรื่องเล่าจากความทรงจำของ ณรงค์ จันทร์เรือง หนึ่งในญาติน้ำหมึกรุ่นน้องผู้สนิท ยิ่งทำให้เหมือนบรรยากาศวันคืนเก่าๆ หวนกลับมาแจ่มชัดอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งภายในงานยังจำลอง 'สวนทูนอิน' มาไว้ในห้องเสวนาเพื่อให้ได้กลิ่นอายบ้านสวนที่เชียงใหม่ของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ อีกด้วย

อินทรีผงาดฟ้า เป็นหนังสือชีวประวัติของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งในยุคหนึ่งนักเขียนผู้นี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจของนักเขียนในยุคหลังๆ หลายคนที่เคยได้อ่านงานของเขาแล้วเกิดอยากจะเป็นนักเขียน ด้วยสำนวนภาษาและลีลาการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชอบของคนหลายๆ คน และไม่เป็นที่ชื่นชอบของอีกหลายๆ คนเช่นกัน

ชื่อของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เริ่มเป็นที่รู้จักและโด่งดังเป็นอย่างมาก เมื่อผลงาน 'หนาวผู้หญิง' ที่เป็นงานเขียนเล่มแรก ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นออกวางตลาด เป็นการจุดกระแสให้วงการน้ำหมึกเริ่มคึกคัก แรงตอบรับในผลงานของเขาเริ่มมีมากขึ้น ทั้งในด้านบวกและด้านลบ ที่ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาสร้างสรรค์งานออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เถ้าอารมณ์, ไฟอาย, สนิมสร้อย, บนถนนของความเป็นหนุ่ม, สนิมกรุงเทพฯ, ปักเป้ากับจุฬา, บางลำภูสแควร์, คืนรัก, เสเพลบอยบันทึก, เสเพลบอยชาวไร่, พ่อบ้านหนีเที่ยว ฯลฯ 

นอกจากฉายา 'พญาอินทรีแห่งสวนอักษร' แล้วเขายังได้รับอีกหนึ่งฉายาคือ 'นายแห่งภาษา' เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่รู้จักหยิบคำต่างๆ ในภาษาไทยมาใช้อย่างเป็นประโยชน์และทันสมัย เป็นคนที่ใช้ภาษาในการพรรณนาได้อย่างกินใจและเห็นภาพด้วยสำนวนของเขาเองที่เรียกขานว่า 'สำนวนเพรียวนม'

เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้เริ่มตั้งแต่ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังไม่มีชื่อเสียงในวงการ จนถึงวันที่ความสำเร็จต่างๆ ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่ตัวเขาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 นอกจากผู้อ่านจะได้ทราบถึงเรื่องราวเหล่านี้แล้วยังจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวในอีกส่วนหนึ่งของชีวิตที่คนหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ณรงค์ จันทร์เรือง เล่าถึงการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า "มันมีความผูกพันกันมา ทั้งผมกับประพันธ์สาส์นก็ 40 กว่าปี และงานเขียนเรื่องแรกของคุณ'รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็พิมพ์ที่ประพันธ์สาส์น ตอนนั้นไม่มีใครรับพิมพ์เรื่องของคุณ'รงค์เลย แต่ประพันธ์สาส์นพิมพ์ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงคราวนี้ที่คุณ'รงค์เสียชีวิตแล้ว ประพันธ์สาส์นก็นึกถึงคุณ'รงค์และนึกถึงผมไปด้วยว่าอยากให้เขียนเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน ผมก็เขียนใหม่เอี่ยมเลย..เขียนจากความทรงจำ"

เขายังเล่าอีกว่า ผมรู้จักกับพี่ปุ๊ตั้งแต่ก่อนเขาไปอเมริกา ช่วงนั้นประมาณปี 2506-07 แต่ตอนนั้นยังไม่สนิทกันและมาสนิทกันตอนพี่ปุ๊กลับจากอเมริกาปี 2510 แล้วได้คลุกคลีกัน ไปบ้านพี่ปุ๊ที่บางซ่อน ไปกินเหล้ากันหลายครั้ง

"ช่วงที่พี่ปุ๊อยู่อเมริกานั้น คุณประมูล อุณหธูป หรืออุษณา เพลิงธรรม เป็นบรรณาธิการสยามรัฐ ตอนพี่ปุ๊อยู่ที่อเมริกาผมก็จัดทำพอคเก็ตบุ๊ครวมเรื่องสั้นของหลายนักเขียน เป็นนักเขียนใหญ่ทั้งนั้นเลยอย่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อุษณา เพลิงธรรม นพพร บุณยฤทธิ์ รัตนะ ยาวะประภาษ ผมก็ไปขอเรื่องของพี่ปุ๊จากคุณนพพร บรรณาธิการชาวกรุง พอถึงเวลาหนังสือออกก็เอาหนังสือมาฝากคุณนพพรพร้อมกับค่าเรื่อง ประมาณ 3-4 เรื่อง จนกระทั่งพี่ปุ๊กลับจากอเมริกา

ชีวประวัติของพี่ปุ๊ที่ผมเอามาเขียนนี้ 80-90 เปอร์เซ็นต์อยู่ในส่วนที่ผมเกี่ยวข้องด้วย เช่น ไปกินเหล้ากันที่ร้านนี้ ไปส่งต้นฉบับกันที่โรงพิมพ์นั้น หรือไปคุยกันเฉยๆ ที่โรงพิมพ์นู้น ไปพบกับเพื่อนฝูงที่สยามรัฐ ซึ่งตอนนี้มาอยู่ที่มติชนกันหมด ที่เคยทำงานสยามรัฐด้วยกันก็มีคุณขรรค์ชัย บุนปาน คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ คุณเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ คุณเสถียร จันทิมาธร ทั้ง 4 คนอยู่ที่สยามรัฐ มีผมคนเดียวที่ไม่ได้อยู่สยามรัฐ แต่ว่าเขียนหนังสือให้สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์กับชาวกรุง"

ฉะนั้น เมื่อไปพบเพื่อนซึ่งสนิทกัน ไปพบพูดคุยกัน เรียกว่ากินเหล้ากันทุกวันก็ว่าได้ "จะไปเจอเพื่อนฝูงเกือบทุกวัน บางทีเพื่อนฝูงกำลังทำงานกันวุ่น กำลังเขียนข่าวกัน กำลังรีไรต์ข่าวกัน ผมก็มานั่งที่โต๊ะพี่ปุ๊ หรือจังหวะที่เพื่อนฝูงว่างผมก็ลุกจากโต๊ะพี่ปุ๊ไปคุยกับเพื่อนฝูง แล้วพอตกเย็นก็พากันยกโขยงกันออกมา แต่ก่อนผมเป็นนักเขียนอิสระ เพิ่งจะมาเป็นนักเขียนทำงานประจำอยู่ที่มติชนเป็นครั้งแรกในชีวิตและคงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าอายุป่านนี้แล้ว

เล่มนี้จะเน้นทั้งชีวิตและงานโดยจะข้ามเรื่องส่วนตัว คือผมจะไม่ชอบเขียนเรื่องส่วนตัวของใคร ยกเว้นเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวกับเพื่อนฝูง เกี่ยวกับรุ่นน้อง ที่เกี่ยวกับตัวเรา นอกนั้นจะมาพูดถึงเรื่องงานว่าถ้าจะพูดกันคือวิวัฒนาการของพี่ปุ๊มายังไง แบบไหน จากนักเขียนคอลัมน์ จากนักเขียนเรื่องสั้น เรื่องสั้นของพี่ปุ๊จะใช้หลายนามปากกาลงในชาวกรุง จนกระทั่งมีชื่อเสียงแล้วมาเขียนนวนิยายและเขียนเรื่องชุดที่ดังๆ อย่างที่เรารู้กันคือ เสเพลบอยบ้านไร่ ใต้ถุนป่าคอนกรีต หรือนวนิยายอย่าง ดลใจภุมริน นักเลงโกเมน เป็นต้น"

เมื่อก่อน 'วงเหล้า' ดูเหมือนจะเป็นวงเสวนาชั้นเยี่ยมของนักเขียน "คงไม่ถึงกับดื่มทุกวัน แต่ใช้คำว่าเกือบทุกวันและความจริงมันไม่ได้นัดหมายกัน มันโดยอัตโนมัติ เหมือนกับเพื่อนฝูงที่เราทำงานอยู่ด้วยกันแล้วพอถึงเวลาไปกินข้าวกัน จะเรียกว่านัดหมายกันคงไม่ได้หรอก เป็นไปโดยอัตโนมัติ เดินมาด้วยกันไปกินข้าวกินปลากัน คุยกันสารพัดเรื่อง เหมือนคุยกับเพื่อนฝูง มันไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องสนุกสนาน เรื่องผู้หญิงยิงเรือ เรื่องโจ๊ก หรือเรื่องตลกสารพัด

ผมเองประทับใจพี่ปุ๊ทั้งเรื่องชีวิตและงานเขียนเพราะผมเป็นแฟนหนังสือของพี่ปุ๊มาตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน แล้วพอมารู้จักกับเขาแล้วก็สนิทกัน นิสัยใจคอเขาก็น่ารัก คุยกันสนุกสนานดี พูดกันง่ายๆ ให้เห็นภาพเลยว่าชีวิตเขาเป็นคนมีสีสัน ไม่ใช่ว่าเรียบๆ เฉื่อยๆ แม้แต่ใส่เสื้อสไตล์ฮิปปี้ยังมีเสื้อกั๊ก บางทีก็จะมีกำไลข้อมือแบบผู้หญิงบ้าง เป็นกำไลแบบลูกปัดบ้าง บางทีมีลูกปัดห้อยคอ และแทนที่เขาจะห้อยพระ เขาก็ห้อยไฟแช็ก เวลาสูบบุหรี่เขาก็หยิบไฟแช็กที่ห้อยคอมาจุดได้เลย คือเป็นผู้ชายที่มีสีสัน สนุกสนานน่าคบ และบุคลิกเหล่านี้สะท้อนออกมาทางงานเขียนด้วย คืองานเขียนกับตัวเขาจะคล้ายกัน" ณรงค์ เล่าอย่างเห็นภาพ  

ด้าน ประภัสสร เสวิกุล บอกว่า "คุณณรงค์ได้ให้ภาพของคุณ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่ชัดเจนขึ้น หลายๆ คนอาจจะรู้จักคุณ'รงค์ในแต่ละแง่มุมซึ่งต่างกันออกไป แต่ว่าในหนังสือเล่มนี้คุณณรงค์ได้รวบรวมหลายๆ แง่มุมไว้ในเล่มเดียวกัน ทำให้เรามองเห็นภาพของคุณ'รงค์ชัดเจนขึ้นทั้งในมุมลึกและมุมกว้าง และบางเรื่องเป็นเรื่องเก่าซึ่งเกินกว่าที่หลายๆ คนจะรับรู้ได้ แต่ว่าคุณณรงค์ก็ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ

เรื่องเก่าๆ เรื่องเล่าสมัยที่คุณ'รงค์เขียนหนังสือเล่มแรกเรื่อง 'หนาวผู้หญิง' ซึ่งผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเริ่มมายังไง แต่คุณณรงค์ได้ค้นคว้าและนำมาเล่าไว้ว่ามันเริ่มมาตั้งแต่การที่คุยกันในวงเหล้า และได้พิมพ์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก ทำให้ได้ภาพซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อนเพราะมันเกิดขึ้นเมื่อ 50-60 ปีมาแล้ว มันเก่ามาก อาจจะเคยบันทึกไว้ที่อื่นซึ่งเราไม่เคยไปค้นเจอ แต่ว่าครั้งนี้เป็นการรวบรวมเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับคุณ'รงค์ วงษ์สวรรค์ ค่อนข้างจะสมบูรณ์ทีเดียว"

แม้ว่าตอนนี้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จะได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่ความทรงจำดีๆ ยังคงตราตรึงอยู่ในหมู่ญาติมิตร เพื่อนฝูง และแฟนนักอ่านตลอดไปตราบนานเท่านาน

 

Tags : รงค์ วงษ์สวรรค์

advertisement

advertisement