กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Read & Write

วันที่ 3 เมษายน 2552 11:18

ก้านกล้วย ๒ วอลท์ ดิสนีย์เมืองไทย

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

เรื่องราวสนุกสนานของการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ฝีมือคนไทย

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสจูงหลานๆ 3 คนไปชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “ก้านกล้วย ๒” ด้วยความตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษ เพราะหลานชายของผมคนหนึ่งชอบก้านกล้วยเหลือเกิน ชอบถึงขนาดที่ว่าซื้อแผ่นดีวีดีมาดูแล้วดูอีกหลายสิบรอบก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อ ดวงตาเป็นประกายและจับจ้องไปที่หน้าจอตาเป็นมันอย่างมีสมาธิราวกับว่าเพิ่งได้ดูเป็นครั้งแรกทุกครั้ง แถมยังร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องก้านกล้วยนี้ที่ร้องโดย “แอ๊ด คาราบาว” ได้อย่างน่าทึ่งอีกต่างหาก...

ทุกวันนี้เวลาหลานชายผมคนนี้เห็นช้างที่เดินตามท้องถนนทีไรก็จะชี้มือชี้ไม้ไปที่มันและร้องตะโกนเรียกว่า “จ้านจ้วย” (เด็กยังพูดไม่ค่อยชัดครับ) ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจทุกครั้งไป

ส่วนตัวผมเองนั้นไปชมภาพยนตร์ก้านกล้วย ๒ กับหลานๆ ด้วยความรู้สึกอยากเห็นหลานๆ มีความสุขเป็นหลัก ในใจนั้นแทบจะไม่ได้คาดหวังความสนุกเอาไว้เลย ทั้งๆ ที่ตอนชม “ก้านกล้วย” (ภาคแรก) นั้นรู้สึกประทับใจและชื่นชอบอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน จะว่าไปก็ยังชอบถึงขนาดรู้สึกชื่นชมความสามารถในการเล่าเรื่องของทีมงาน “Kantana Animation ” เอามากๆ เสียด้วยซ้ำที่สามารถนำพาอารมณ์ของผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างผมให้อินไปกับเนื้อหาได้เป็นอย่างดี... บางจุดทำได้ดีมากจนถึงขนาดทำให้ขนลุกได้เลยทีเดียว

ฉากที่ประทับใจที่สุดฉากหนึ่งคือฉากที่ “องค์ดำ” หรือ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทรงพบกับก้านกล้วยอีกครั้งตอนคัดเลือกช้างทรง... ฉากนั้นองค์ดำทรงประทับพระหัตถ์ลงไปบนศีรษะของก้านกล้วยที่หมอบลงอยู่เบื้องหน้าของพระองค์ แล้วมีภาพซ้อนเป็นภาพที่ทั้ง 2 พบกันในวัยเยาว์ที่ค่ายทหารพม่า ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ดนตรีประกอบที่ยิ่งใหญ่ตรงจังหวะจะโคนบรรเลงขึ้นมาตรงกับอารมณ์พอดิบพอดี ทำเอาขนเจ้ากรรมลุกขึ้นมาอย่างรู้สึกได้...

หลังจากนั้นไม่ว่าจะดูอีกกี่ครั้งก็ยังรู้สึกประทับใจและขนลุกกับฉากนี้ทุกครั้ง เหมือนกับที่ดู “ID4 (ไอดีโฟร์)” ทีไรก็ขนลุกและประทับใจทุกครั้งกับบทพูดปลุกใจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ขึ้นพูดกับเหล่านักบินรบก่อนออกรบกับมนุษย์ต่างดาวช่วงท้ายเรื่อง

ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงของการชมก้านกล้วย ๒ ผมสังเกตเห็นหลานๆ ทั้ง 3 คนของผมหัวเราะอย่างมีความสุขกับมุขตลกสำหรับเด็กในเรื่อง นั่งนิ่งน้ำตาซืมไปกับฉากซึ้งๆ บางฉากพร้อมส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ แถมยังอินสุดๆ กับฉากตื่นเต้นๆ สำหรับเด็ก (อย่างฉากชนช้างกันระหว่างก้านกล้วยและช้างพม่า) จนต้องยกขาขึ้นมาชันไว้บนเก้าอี้แล้วเอามือทั้ง 2 ขึ้นมาปิดตาเพื่อแอบลุ้นผ่านง่ามนิ้วอย่างตื่นเต้นระทึกใจ

แต่ระหว่างนั้นผมก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ดังขึ้นอย่างไม่อายใคร (เพราะส่วนใหญ่ก็หัวเราะด้วยเหมือนกัน) เมื่อมีฉากหรือช่วงที่เป็นมุขตลกสำหรับผู้ใหญ่ สังเกตเห็นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงบางคนน้ำตาซึมกับฉากซึ้งๆ ในเรื่อง (ขนาดผู้ชายยังมีท่าทีนิ่งสงบลงอย่างเห็นได้ชัด) และรู้สึกได้ว่าหลายๆ คนก็พลอยแอบลุ้นไปกับเหตุการณ์หรือฉากบางฉากชนิดที่ไม่แพ้เด็กเลย...

ยอมรับเลยครับว่าชมก้านกล้วย ๒ ไปด้วยความรู้สึกสนุกเพลิดเพลินตลอดเรื่องจริงๆ ความรู้สึกที่ได้จากการชมก็ราบรื่นดีและแทบจะไม่มีจุดที่ทำให้ตะขิดตะขวงใจเลย แถมยังรู้สึกว่าผู้ผลิตได้พัฒนาชั้นเชิงการเล่าเรื่องขึ้นมาได้อีกระดับทั้งๆ ที่ในภาคแรกก็สามารถทำได้ดีชนิดที่หาตัวจับได้ยากอยู่แล้ว... แม้แต่การใส่ช่วงที่มีเพลงร้องประกอบเข้ามาในเรื่องก็ยังทำได้เป็นอย่างดี ไม่มีความรู้สึกคะเขินไปกับเนื้อเพลงเลย

ที่สำคัญ... เนื้อเรื่องก็มีประเด็นน่าติดตามพร้อมอารมณ์หนังที่ครบรสสำหรับทุกวัยเหมาะที่จะเป็นหนังสำหรับครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

ด้วยคุณภาพงานในทุกด้านที่กล่าวมา... ขอยกทีมผู้สร้างให้เป็น “Walt Disney ” เมืองไทยเลยครับ..!!

 

Tags : ก้านกล้วย ภาพยนตร์ ชีวิตการ์ตูน