กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ภาพยนตร์/ดนตรี

วันที่ 24 พฤษภาคม 2555 22:36

รายงานพิเศษจาก Cannes Film Festival

เบื้องหน้าสถานที่จัดงานเทศกาลหนังเมืองคานส์

บรรยากาศพรมแดง หลังรอบกาล่า

ภายในโรงภาพยนตร์ Grand Theatre Lumiere

รอชมหนังรอบสื่อ

ภายในห้องทำงานสื่อ

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

'กัลปพฤกษ์' นักเขียนและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของเซ็คชั่น "จุดประกาย" นสพ.กรุงเทพธุรกิจ รายงานตรงจากเมืองคานส์

 

  แม้จะไม่ได้เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่และยืนยาวที่สุดในโลก แต่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการภาพยนตร์โลกในปัจจุบันเลยทีเดียว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์จัดกันเป็นประจำทุกปี ในเดือนพฤษภาคม โดยในปี ค.ศ. 2012 จัดกันเป็นครั้งที่ 65 แล้ว
 

 สำหรับเทศกาลในปีนี้ ดูจะมีอะไรให้ได้คึกคักเป็นพิเศษ ทั้งจากจำนวนหนังในสายประกวดหลักที่มีมากถึง 22 เรื่อง จากที่มีไม่เกิน 20 เรื่องมา 3 ปีติด ๆ กัน แถมยังมีหนังในสายอื่น ๆ ฉายแบบคู่ขนานกันไป ให้ได้ดูกันแบบไม่หวาดไม่ไหว
 

 ความคึกคักในปีนี้วัดได้จากหนังสายประกวดที่หลาย ๆ เรื่อง เป็นหนังฟอร์มใหญ่ มีดาราดัง ๆ มาร่วมเล่นร่วมแสดงกันมากมาย เริ่มจากหนังเปิดเทศกาล คือ Moonrise Kingdom ของผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน ที่ได้ บรู๊ซ วิลลิส, เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน, บิล เมอร์เรย์, ทิลด้า สวินตัน และ ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์ มาร่วมนำแสดง

 นอกจากนี้ก็ยังมี ดาราดังจากหนังชุด Twilight นั่นคือ โรเบิร์ต แพททินสัน กับ คริสเต็น สจ๊วต ที่จะมาปรากฏตัวที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จากหนังสองเรื่องด้วยกัน นั่นคือ Cosmopolis ของ เดวิด โครเนนเบิร์ก และ On the Road ของ วอลเตอร์ ซาลเลส (ดัดแปลงจากนิยาย Beat Generation ชื่อเดียวกันของ แจ็ค เครูแอ็ค) ตามลำดับ
 

 สำหรับ The Paperboy หนังใหม่ของผู้กำกับอเมริกันผิวสี ลี แดเนียลส์ ผู้โด่งดังจากเรื่อง Precious: Based on a True Story ก็ระดมทั้ง แมธธิว แม็คโคโนเฮย์, แซ็ค แอฟรอน , จอห์น คูแซ็ค และ นิโคล คิดแมน มาร่วมประชันบทบาท ส่วนดาราดัง ๆ คนอื่น ๆ ก็ยังมี แบรด พิทท์ จากเรื่อง Killing Them Softly ของ แอนดรู โดมินิค หรือจะเป็น  รีธ วิธเทอร์สปูน จากเรื่อง Mud ของ เจฟฟ์ นิโคล รวมถึง  ทอม ฮาร์ดี้ กับ เจสสิก้า ชาสเทน ในหนังเรื่อง Lawless ของ จอห์น ฮิลล์โค้ท ดาราฝรั่งเศส อิสซาเบลล์ อูแปร์ต์ จากหนัง 2 เรื่องคือ Love โดย มิฆาเอล ฮาเนเก้ และ In Another Country ของผู้กำกับ ฮองซางซู จากเกาหลีใต้
 

 และไม่เพียงแต่ดารานักแสดงดัง ๆ เหล่านี้เท่านั้น คานส์ปีนี้ยังมีนักร้องดัง ไคลีย์ มิน็อค มาร่วมเดินพรมแดงในฐานะนักแสดงจากหนังเรื่อง Holy Motors ของผู้กำกับ เลออส การักซ์ จากฝรั่งเศสอีกด้วย
 

 นอกเหนือจากหนังฟอร์มใหญ่มีดาราระดับแม่เหล็กมากมายเหล่านี้แล้ว หนังประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ก็ยังมีหนังนานาชาติจากประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมชิงรางวัลใหญ่ปาล์มทองคำอีกเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งก็มีทั้งหนังจากประเทศ อียิปต์ อิตาลี อังกฤษ ออสเตรีย โรมาเนีย เดนมาร์ก รัสเซีย รวมถึง เม็กซิโก
 

 เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 65 ได้เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประเดิมกันด้วยหนังเปิดเทศกาล นั่นคือ Moonrise Kingdom ของผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน ซึ่งก็มีกำหนดจะลงโรงเข้าฉายในบ้านเรากลางเดือนมิถุนายนนี้แล้ว
 

 หนังเล่าเรื่องราวของ แซม (จาเร็ด กิลแมน) ลูกเสือหนุ่มน้อยวัยสิบสองปีจากสถานเด็กกำพร้าชายที่หนีค่ายไปนัดหมายและพลอดรักกับ ซูซี (คารา เฮย์เวิร์ด) สาวน้อยเบื่อชีวิตวัยเดียวกัน ณ เวิ้งหาดชื่อ Moonrise Kingdom จนฝ่ายผู้ใหญ่ทั้งคุณครูผู้คุมค่าย (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) พ่อแม่ของ ซูซี (บิล เมอร์เรย์ กับ ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์) นายตำรวจท้องถิ่น (บรู๊ซ วิลลิส) รวมถึงเหล่าลูกเสือร่วมหมู่ ต้องออกตามหาแซมกับซูซีกันอย่างจ้าหละหวั่น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่สวัสดิการเด็กและเยาวชน (ทิลด้า สวินตัน) ขู่ว่าจะจัดให้ แซม ไปอยู่ ณ สถานเด็กกำพร้า
 

 แม้เนื้อหาของหนังอาจจะแลดูมัวหม่นกันอย่างไร แต่ผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน ก็ออกแบบงานภาพและการกำกับศิลป์ของหนังเรื่องนี้ได้อย่างสุดวิ้งแหวว โดยเฉพาะการแพนกล้องไปตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านและเล่นภาพแบบสมมาตรทั้งในและนอกสถานที่ รวมถึงการใช้โทนสีเหลืองออกหวานเป็นสีหลักไปตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เรื่องราวหนัก ๆ เกี่ยวกับการเรียกร้องอิสรภาพของเด็กวัยเจริญพันธุ์บาลานซ์ กับความสดใสในส่วนขององค์ประกอบศิลป์ของหนังได้อย่างน่าดูชมยิ่ง
 

 แม้หนังจะเข้าโรงฉายที่ฝรั่งเศสในคืนเดียวกัน กับการฉายรอบกาล่าในคืนวันที่ 16 แต่ผู้คนก็ยังสนใจมาเข้าชมหนังเรื่องนี้ที่โรง Grand Theatre Lumiere อันเป็นโรงหลักของเทศกาลกันอย่างเนืองแน่น ขนาดหนังฉายอีกครั้งในรอบดึกเวลา 23.00 น. ผู้คนก็ยังเดินทางมาชมกันจนเต็มโรง แถมยังสนุกสนานไปกับหนังกันอย่างคึกคักครื้นเครงเป็นกันเองมากกว่าการฉายในรอบสื่อที่อาจจะเก็บอาการกันมากกว่า
 

 สำหรับหนังประกวดเรื่องอื่น ๆ ที่ฉายในวันแรก ๆ ของเทศกาลก็มีเรื่อง After the Battle ของผู้กำกับ ยูสรี นาสราลลาห์ ที่เล่าเหตุการณ์ร่วมสมัยซึ่งอิงกับการปฏิวัติประธานาธิบดี มูบารัค ในอียิปต์เมื่อปี ค.ศ. 2011 เมื่อ มาห์มุด ชายเลี้ยงม้าผู้ยากจนเข้าไปมีส่วนเป็นหน้าม้าพัวพันกับการปฏิวัติจนได้รับบาดเจ็บและตกงาน ทำให้เขาต้องข้ามผ่านบททดสอบความเป็นลูกผู้ชายว่าจะสามารถนำพาครอบครัวผ่านพ้นวิกฤติเลวร้ายทั้งภายนอกและภายในชายคาครั้งนี้ไปได้หรือไม่


 หนังมีการใช้ภาพเหตุการณ์จริงสลับเล่ากับเหตุการณ์จำลองส่องสะท้อนว่าครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองลักษณะนี้ได้อย่างหนักหนาสาหัสขนาดไหน ถึงแม้หนังจะเล่าเรื่องราวตามแนวขนบทั่วไป แต่ความเป็นปัจจุบันสมัยของเนื้อหาก็สามารถทำให้มันดูใหม่ขึ้นมาได้ ดูจากลำดับเหตุการณ์แล้วผู้กำกับ ยูสรี นาสราลลาห์ คงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งรอบปีในการสร้างหนังเรื่องนี้ แต่หนังก็ไม่มีอาการ 'สุกเอาเผากิน' ให้ได้เห็นกันเลย หนำซ้ำตัวบทยังมีรายละเอียดยิบย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ทำให้ความยาวสองชั่วโมงเศษ ๆ ของหนังไม่ได้รู้สึกว่ายาวเลย

  สำหรับใครที่สงสัยว่าผู้กำกับสามารถสร้างหนังพาดพิงถึงบริบทการเมืองประเทศตัวเองอย่างตรงไปมาตรงแบบนี้ได้อย่างไร แล้วจะไม่โดนเพ่งเล็งจากรัฐบาลแบบเดียวกับที่หนังไทยได้เจอมาหรือ ก็ขอบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้ได้ทุนสร้างร่วมมาจากฝรั่งเศสเสียส่วนใหญ่ ผู้กำกับเลยไม่มีปัญหาในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี
 

 น่ายินดีที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีนี้ มีหนังไทยเข้าร่วมฉายด้วยหนึ่งเรื่องนั่นคือ แม่โขงโฮเต็ล ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งเป็นหนังขนาดย่อมความยาวเพียง 61 นาที โดยจัดอยู่ในโปรแกรม Special Screening หรือหนังที่ฉายเป็นการพิเศษ โดยฉายอย่างเป็นทางการไปเพียง 2 รอบคือรอบสื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม และรอบปฐมทัศน์ในวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา
 

 'แม่โขงโฮเต็ล' เป็นงานภาพยนตร์แนวความเรียงเชิงทดลองในแบบเรียบง่ายดูสบาย ๆ มากที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดาผลงานทั้งหมดของ อภิชาติพงศ์ โดยหนังได้ถ่ายทอดทั้งเรื่องราวเบื้องหน้าและเบื้องหลังการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับหนังเรื่อง Ecstasy Garden โครงการภาพยนตร์ที่อภิชาติพงศ์เคยร่างเอาไว้แต่ไม่สามารถสานต่อให้สำเร็จได้ โดยในส่วนของเนื้อหาเรื่องราวก็จะเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ฝน’ หญิงสาวที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณแม่เจนจิราของเธอเป็นผีปอบสตรีที่ชอบกินตับไตมนุษย์และกำลังคุกคามวิญญาณของ โต้ง ชายหนุ่มที่เริ่มเข้ามาพัวพันกับเธออยู่
 

 หนังถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ในลักษณะของบทร่างที่ดูสมบูรณ์ในตัวเอง ผ่านการแสดงแบบแข็ง ๆ บ้าน ๆ กึก ๆ กัก ๆ ในแบบฉบับของอภิชาติพงศ์และการสนทนาพาทีถึงเรื่องต่าง ๆ ของตัวละครที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง โดยจะมีเสียงกีตาร์อะคูสติกเล่นคลอประกอบตลอดเวลา สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบาย ๆ คล้าย ๆ กับหนังขนาดย่อมเรื่อง Worldly Desires ที่เขาเคยทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2548
 

 น่าเสียดายที่การฉายทั้ง 2 รอบของหนังเรื่องนี้ จัดกันที่โรงเล็กความจุเพียง 300 กว่าคน ทำให้มีผู้สนใจมาเข้าคิวรอดูกันมากมาย จนสุดท้ายก็ไม่สามารถเปิดรับได้หมด โดยในรอบสื่อมวลชน หนังได้รับเสียงปรบมือชื่นชมอย่างพอประมาณ แต่คนที่ไม่คุ้นเคยกับผลงานของอภิชาติพงศ์มาก่อนก็อาจจะเพลิดเพลินไปตัวหนังได้ยากสักหน่อย.

.................................

หมายเหตุ : ติดตามการรายงานพิเศษของ 'กัลปพฤกษ์' กับความเป็นไปในเทศกาลหนังเมืองคานส์ได้อย่างต่อเนื่องในเซ็คชั่นจุดประกายนี้

Tags : หนัง ภาพยนตร์ คานส์

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement