ผู้กำกับและนักแสดงนำหญิงจากเรื่อง The Lady ควงคู่กันมาเปิดหนังที่ประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา
ผู้กำกับและนักแสดงนำหญิงจากเรื่อง The Lady หนังชีวประวัติความรักและการต่อสู้ของหญิงแกร่งแห่งพม่า อองซานซูจี ควงคู่กันมาเปิดหนังที่ประเทศไทย หลังจากที่ปีที่แล้วซุ่มเงียบถ่ายทำในเมืองไทย
ลุค เบซง ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส เจ้าของผลงานโด่งดังอย่าง La Femme Nikita และ The Fifth Element กำกับหนังจากเรื่องราวช่วงชีวิตของอองซานซูจี เมื่อเธอหวนคืนบ้านเกิดและต้องเลือกระหว่างครอบครัวที่อยู่ในประเทศอังกฤษ และการเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในดินแดนพม่า เป็นอีกงานที่เบซง ได้นำเสนอตัวละครหญิงแกร่ง
ในวันเปิดรอบปฐมทัศน์ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา เบซง ตอบคำถามนักข่าวไทยถึงการทำงานหนังเรื่องนี้
ส่วนอองซานซูจี ได้ดูหนังเรื่องนี้หรือไม่ เบซงตอบว่า "เอ่อ ยัง แต่คิดว่าวันหนึ่งเธอคงจะดู และเธอคงจะดูแบบส่วนตัว เพราะเนื้อเรื่องมันเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่สะเทือนใจสำหรับเธอ มันก็คงไม่ง่ายนักที่จะกลับไปดูเรื่องราวนั้น"
เบซง ยังบอกด้วยว่าเขาสร้าง The Lady เพื่อให้คนทั่วไปได้ดูได้รู้เรื่องราวและแรงบันดาลใจจากเธอมากกว่า จะทำหนังเพื่อให้ซูจีเองดู"
การเล่าเรื่องนี้ เบซงบอกว่า มันจับใจเขาที่สุดตรงที่ "มันคือการต่อสู้ภายในจิตใจ ตอนเริ่มต้น เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเหมือนพวกคุณที่อยู่ตรงนี้ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ตัดสินใจที่จะสละชีวิต สละเวลา และทุ่มเทแรงกายแรงใจ สู้เพื่อประชาชนในประเทศของเธอ โดยสันติวิธี คนในหลายๆประเทศอย่างอัฟริกา ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน แต่ซูจี เธอต่อสู้เพื่อสันติภาพ"
"ง่ายๆเลย เพราะผมมองไม่เห็นว่าจะทำหนังแอ็คชั่นเกี่ยวกับอองซานซูจีได้ และเรื่องราวนี้มันต้องมีคนเล่า นำเสนอให้โลกได้รู้ มันเป็นเรื่องสำคัญ และตอนนี้ก็มีหนังแอ็คชั่น 20-30 เรื่องออกฉายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหนังดราม่าสักเรื่องมันสำคัญนะ ผมขอเชิญชวนให้คุณพาญาติๆ เด็กๆ พี่น้องไปดูหนังเรื่องนี้กัน เพราะมันจะให้บางสิ่งกับชีวิตคุณแน่นอน"
ขณะที่ มิเชลล์ โหย่ว นางเอกนักบู๊ชาวมาเลเซีย ที่สวมบทบาทอองซานซูจี ได้เผยถึง ความเหมือนระหว่างเธอกับอองซานซูจี ไว้ว่า ทั้งเธอและอองซานซูจี เป็นผู้หญิงเอเชีย แต่อองซานซูจีนั้นฉลาดและหัวใจแกร่งกว่าเธอแน่นอน
"ฉันจะพยายามให้เหมือนเธอสักนิดก็ยังดี" มิเชลล์บอก ในวันฉายรอบแรกที่กรุงเทพฯ
เมื่อถูกถามถึงความต่างระหว่างบทหญิงแกร่งที่เธอเคยเล่นในหนังแอ็คชั่นเทียบกับงานดราม่าเรื่องนี้
"เมื่อนึกถึงการต่อสู้ของอองซานซูจี เธอสู้ด้วย สันติวิธี และเสื้อเกราะของเธอคือความรัก อาวุธของเธอคือ ความมุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตย สำหรับฉัน(ผู้หญิงแกร่ง)จึงไม่ใช่ การเล่นบู๊หรือบู๊ บางทีเธอแข็งแรงมากกว่ากว่าตัวละครใดๆ ที่ฉันเคยเล่นในหนังแอ็คชั่นซะอีก มองในแง่ของความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว การที่จะต้องฝ่าฟันกับสถานการณ์เหล่านั้น และไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอาวุธ"
มิเชลล์ ยังแสดงความเห็นต่อหนังที่อาจจะกระทบต่อสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติในเมืองไทยว่า ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะ The Lady เล่าเรื่องจริงและเป็นเรื่องราวความรักที่น่าทึ่ง (ระหว่างอองซานซูจีและสามีนักวิชาการชาวอังกฤษ) และเนื้อหาก็เป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้คนดูรู้จักช่วยเหลือกัน
มิเชลล์ยังแสดงความชื่นชมที่คนไทยมีในหลวง และรู้สึกว่าประเทศไทยมีเสรีภาพ วัดจากการทำงานของกองถ่ายหนังที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีและเปิดโอกาสให้ทำงานอย่างไร้อุปสรรค คนไทยจึงถือว่ามีส่วนร่วมในหนัง The Lady ด้วย
"ซูจีเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ คนหนึ่งในโลก และปลื้มมากที่ฉันมองดูคล้ายๆ เธอสักเสี้ยวหนึ่ง แต่ต้องขอบคุณทีมงาน ทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์และทีมแต่งหน้าเสื้อผ้าที่พยายามทำให้ฉันดูใกล้เคียงกับเธอมากที่สุด" มิเชลล์ บอก
นอกจากนี้ทั้งมิเชลล์ และลุค เบซง ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยและทีมงานผลิตหนังของไทยที่พวกเขาได้ร่วมงานด้วยในระหว่างถ่ายทำเรื่องนี้ว่า เป็นมืออาชีพ และ สามารถเก็บความลับไว้ได้ตามคำขอ
ก่อนมาเมืองไทย ลุค เบซง รับรางวัลคริสตัลอวอร์ด เชิดชูเกียรติจากงาน World Economic Forums ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในฐานะศิลปินผู้ใช้งานศิลป์ของตนเพื่อสร้างสรรค์โลก
The Lady เปิดฉายแล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์
Tags : อองซานซูจี • The Lady
