กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ภาพยนตร์/ดนตรี

วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 16:09

ทวนกระแสเห่อ “อูกูเลเล่” ย้อนกลับไปฟังงานชั้นครู

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แนะนำอัลบั้ม อูกูเลเล่ โดยศิลปินจากฮาวาย

 

 กระแสเพลงเกาหลีมาแล้ว และกำลังโบกมืออำลาเพราะสร่างซาความนิยมลง ตามลักษณะวัฒนธรรมที่ฉาบฉวย จนทำเอาหลายคนพยายามวิเคราะห์ต่อว่า เมื่อเกาหลีไปแล้ว ใครจะมาแทนที่ ?

 “อูกูเลเล่” (Ukulele) อาจไม่เหมือนกระแสเห่อเพลงเกาหลี ที่มีแรงขับเคลื่อนจากต้นทางในฐานะ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” แต่เครื่องดนตรีขนาดเล็กชิ้นนี้ ก็สร้าง “ปรากฏการณ์” ขึ้นมาเหมือนกัน  ดังที่มีผู้คนรายรอบตัวควักเงินซื้อกีตาร์ตัวจิ๋วนี้มาหัดร้องบรรเลง แถมบนแผงหนังสือตามร้านก็ยังมีคู่มือการจับคอร์ดเครื่องดนตรีชนิดนี้พิมพ์ขายออกมาหลายเจ้า

 ไม่ว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลของฮอลลีวูด , การหยิบมาร้องบรรเลงโดยนักร้องดังอย่าง เจสัน มราซ จนถึงวันนี้ เวทีคอนเสิร์ตในบ้านเรา มีศิลปินบางคนเปลี่ยนมาใช้เครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นเสมือน “พร็อพ” หรือเครื่องประดับ เพราะดู “อิงเทรนด์” บางรายหยิบไปใช้ในสปอตโฆษณา ทำราวกับว่าเป็นอวัยวะที่สามสิบสามก็ไม่ปาน ทุกวันนี้ เราจึงได้เห็นผู้คนมีความสุขกับการเดินถืออูกูเลเล่ติดกายเวลาไปไหนมาไหน

 เคยมีคนถามผมว่า ดูจากกระแสความนิยม อูกูเลเล่ จะมาแทนที่ กีตาร์ หรือไม่ ?

 ผมขอตอบสั้นๆ ว่า หาก อูกูเลเล่ มีศักยภาพขนาดนั้น ก็คงแทนที่กีตาร์มานานหลายปีดีดักแล้ว และผมเชื่อว่าอีกไม่นานกระแสนิยมนี้จะลดลง เหลือเพียงแต่มิตรรักแฟนเพลงตัวจริงเท่านั้นที่ยังดื่มด่ำกับเสน่ห์ในแบบของมัน

 อันที่จริง เครื่องดนตรีน่ารักชิ้นนี้ ก็เหมือนเครื่องดนตรีอื่นๆ ในโลก มันมีเสียงอันไพเราะเฉพาะตัว ด้วยโครงสร้างและวัสดุ ทำให้โทนคัลเลอร์ของมันค่อนข้างห้วน ไม่กังวานมากนัก แถมยังมีช่วงเสียงค่อนข้างแคบ (range) แตกต่างไปจากกีตาร์ และก็ไม่เหมือนเครื่องสายที่ใช้ดีดอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น แมนโดลิน, แบนโจ หรือแม้กระทั่งพิณ

 “อูกูเลเล่” มีอัตลักษณ์ มีวิธีจูนเสียงไม่เหมือนกีตาร์ การจับคอร์ดก็แตกต่าง เป็นเครื่องดนตรีคู่บ้าน “ฮาวาย” ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในบ้านเมืองนั้น


 ด้วยขนาดค่อนข้างเล็ก มีเพียง 4 สาย แถมฟิงเกอร์บอร์ดก็ย่อส่วนเหมือนกีตาร์เด็ก ทำให้มีข้อจำกัดในการบรรเลงอยู่มาก อย่างไรก็ดี มีนักอูกูเลเล่จำนวนไม่น้อยที่พยายามข้ามผ่านเงื่อนไขเหล่านี้ ทั้งสไตล์การบรรเลง พวกเขาพัฒนาแนวทางการเล่น จนก้าวมาเป็นระดับ Virtuoso หลายต่อหลายคนด้วยกัน

 ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมนั่งค้นหางานเพลงเด่นๆ ที่บรรเลงด้วยอูกูเลเล่ ทำให้ได้พบผลงานของ บิลล์ ทาเปีย (Bill Tapia 1908-) และ อิซ อิสราเอล คามาคาวิโวโอเล (Israel Kamakawiwo'ole 1959-1997) ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

  ไหนๆ จะ “เห่อ” อูกูเลเล่กันแล้ว ขอชวนมาฟังงานเพลงแท้ๆ ของศิลปินฮาวายกันหน่อย

 บิลล์ ทาเปีย (Bill Tapia 1908-) จัดเป็นศิลปินรุ่นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ อายุเกินกว่า 100 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีงานร้องบรรเลงอยู่เรื่อยๆ  บิลล์ เกิดในครอบครัวชาวโปรตุเกสที่อพยพมาอยู่ฮาวาย เล่นอูกูเลเล่และกีตาร์มานาน 9 ทศวรรษ ทั้งในสไตล์แบบฮาวายดั้งเดิมที่เป็นดนตรีโฟล์ค แต่ก็พยายามยกระดับศักยภาพของอูกูเลเล่ให้เท่กว่านั้น ด้วยการบรรเลงในวงแจ๊สด้วย

 อัลบั้ม Livin’ It Live เป็นบันทึกการแสดงสดที่ซานฟรานซิสโก ช่วงปี 2005 ตอนนั้น คุณปู่บิลล์อายุ 97 ปีแล้ว เป็นการร่วมเล่นกับวงรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักดนตรีท้องถิ่นในย่าน “เบย์ แอเรีย” โดยมีศิลปินรับเชิญจากฮาวายจำนวนหนึ่ง

 เพลงที่เลือกบรรเลงในการแสดงสดเป็นเพลงสแตนดาร์ด สลับกับเพลงท้องถิ่นฮาวาย เริ่มกันด้วย Undecided เป็นสวิงนุ่มๆ ตามด้วย I Want To Learn To Speak Hawaiian ที่คุณปู่กึ่งพูดกึ่งร้อง อย่างมีเสน่ห์ ส่วน Secret Love โชว์ไลน์อิมโพรไวซ์ที่ลื่นไหล ก่อนจะผ่อนอารมณ์สวิงลงด้วยบัลลาดหวานเศร้า อย่าง The Nearness of You

 E Ku'u Morning Dew มีแขกรับเชิญเป็นนักร้องเสียงดี มิฮานา ซูซา ในบรรยากาศดื่มด่ำแสนโรแมนติค ตามด้วย Honeysuckle Rose ที่ได้ เลดเวิร์ด คาปาน เล่นสแล็คคีย์ กีตาร์ แบบชิลล์ๆ ต่อด้วยเพลงเก่าของ ดุ๊ก เอลลิงตัน Satin Doll เต็มอิ่มสำหรับคนชอบอูกูเลเล่ ตรงที่มี ไลล์ ริทซ์ มาเล่นอูกูเลเล่อีกตัว

 ในอัลบั้มนี้ ยังมีเพลงน่าสนใจอื่นๆ เช่น All Of Me ที่ปู่บิลล์ร้องดูเอ็ทอย่างแสนหวานกับ มิฮานา , The Sheik Of Araby, The Lady Is A Tramp และ In A Mellow Tone ก่อนจะปิดท้ายด้วย Stars And Stripes Forever เพลงของ จอห์น ฟิลิป ซูซา ที่คุณปู่เกริ่นว่า เล่นเพลงนี้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 1918 (ตอนนั้นอายุ 10 ขวบ) - ฮา

 ในช่วงชีวิตอันยาวนานของคุณปู่บิลล์ ทาเปีย ท่านหันไปเล่นกีตาร์อยู่นาน จนระยะหลังหันมาจับอูกูเลเล่อีกครั้ง โดยเฉพาะภายหลังการเสียชีวิตของภรรยาและลูกสาวๆ ในช่วงเวลาใกล้ๆ กันเมื่อปี 2001

 อัลบั้มนี้ ถือเป็นการสำแดงความจัดเจนในการเล่น แทนที่จะสตริมมิงคอร์ดพื้นๆ บิลล์ สร้างไลน์โซโล่ได้อย่างงดงาม ทั้งที่สำหรับคนทั่วไปแล้ว ฟิงเกอร์บอร์ดขนาดเล็กทำให้ยากในการบรรเลงโซโล่ไม่น้อยเหมือนกัน เช่นเดียวกันกับการเลือกใช้คอร์ดแจ๊สที่นุ่มนวลและลงตัว บ่งบอกถึงความเข้าใจในแนวทางแจ๊สฮาร์มอนีอย่างลึกซึ้ง

 ส่วนอีกอัลบั้มเป็นผลงานของ อิซ - อิสราเอล คามาคาวิโวโอเล (Israel Kamakawiwo'ole 1959-1997) นักร้องนักเล่นอูกูเลเล่ ที่ฝากลายเซ็นต์ไว้ให้คนทั่วโลกรู้จัก ในเวอร์ชั่นของเพลงเมดลีย์ Over The Rainbow / What A Wonderful World ที่เคยใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Meet Joe Black, Finding Forrester และ  50 First Dates

 อิซ อัด Ka 'ano'i  ในปี 1990 ซึ่งคว้ารางวัลนักร้องชายยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยมจาก "แกรมมี่ ฮาวาย" แม้ลักษณะดนตรีจะไม่เข้มข้นหรือหยั่งรากลึกในสไตล์ดนตรีฮาวาย และมีความเป็นป๊อปค่อนข้างสูง แต่อัลบั้มนี้ก็เป็นภาพสะท้อนของเพลงร้องคลอเคล้าด้วยอูกูเลเล่ที่โดดเด่นอีกชุดหนึ่ง ด้วยเพลงโฟล์คท้องถิ่น อย่าง Coney Island Washboard Woman  และเพลงป๊อปที่หยิบมานำเสนอในแบบฉบับของตัวเอง เช่น Sea of Love เพลงเก่าของ ฟิล ฟิลิปส์  ตามด้วย I'be There / Warren's Song และ You Don't Know Me เป็นต้น

 เหนืออื่นใด อิซ ถ่ายทอดบทเพลงเหล่านี้ได้อย่างมีชีวิต งดงาม และลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความเพลิดเพลิดให้แก่ทุกคนที่ได้ฟัง

 อิซ เป็นชาวฮาวาย โดดเด่นด้วยรูปร่างขนาดยักษ์ ครั้งหนึ่งเขามีน้ำหนักเพิ่มถึง 757 ปอนด์ หรือราว 343 กิโล ด้วยความสูง 1.88 เมตร นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักในความอายุสั้นของเขา โดยอิซเสียชีวิตด้วยโรคอันเกี่ยวเนื่องจากน้ำหนักเมื่อปี 1997 ด้วยอายุเพียง 38 ปีเท่านั้น

 ทั้งอัลบั้ม Livin' It Live และ Ka 'ano'i เป็นอัลบั้มที่ "อูกูเลเล่" มีบทบาทหลัก ชุดแรกฉายแววศักยภาพในการเล่นที่เน้นความจัดเจนอย่างมาก น้อยคนนักจะบรรเลงได้ระดับนั้น ขณะที่ชุดหลัง เป็นภาพสะท้อนของอูกูเลเล่ที่สอดผสานอยู่ในวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวฮาวายที่เรียบง่าย

 โดยภาพรวม ถือว่าคุ้มค่าแก่การฟังครับ. 

 

Tags : ดนตรี อูกูเลเล่

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement