กระแสดนตรีแจ๊สโดยคนเอเชียที่สหรัฐอเมริกากำลังมาแรง
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมมิได้กล่าวถึงเฉพาะ "จีน" เท่านั้น
เพราะในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการปรากฏตัวของศิลปินอเมริกันเชื้อสายอินเดีย อย่าง รูเดรช มะหันธัพพา (แซ็กโซโฟน) และ วีเจย์ ไอเยอร์ (เปียโน) ที่กำลังได้จากความสนใจจากประชาคมดนตรีที่นั่นอย่างล้นหลาม
อีกคนหนึ่ง ซึ่งผลงานของเธอได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ดีจากนิตยสารดาวน์บีท ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2010 คือ ลินดา โอห์ (Linda Oh) ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน
นอกจาก ซี อาวี (Zee Avi) นักร้องป๊อปเชื้อสายมาเลย์ที่คนทั้งโลกรู้จัก - ลินดา โอห์ คือดาวรุ่งมาเลย์อีกคนที่กำลังมาแรงในโลกดนตรีศิลปะ
ผลงานแรก Entry ของเธอ นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ในฐานะมือเบสที่นำวงทริโอสูตรพิเศษ (ทรัมเป็ต-เบส-กลอง) โดย ลินดา มีสมาชิกชายอีก 2 คนเป็นลูกวง ประกอบด้วย โอเบ็ด แคลแวร์ (Obed Calvaire) มือกลองชาวไมอามี และ แอมโบรส อะคินมูซีเรย์ (Ambrose Akinmusire) มือทรัมเป็ตชาวไนจีเรีย
ลินดา โอห์ เกิดที่มาเลเซียก็จริง แต่เธอไปเติบโตที่ออสเตรเลีย
ชีวิตตั้งแต่เด็กคลุกคลีกับดนตรีมาโดยตลอด จับเครื่องดนตรีมาแล้วหลายชนิด ตั้งแต่เปียโน , บาสซูน และเบสไฟฟ้า (กีตาร์เบส) ก่อนจะหันมาจับ "ดับเบิลเบส" อย่างจริงจังเมื่อ 8 ปีก่อน (ใครบางคนในดินแดนล้านนา เรียกเครื่องดนตรีชิ้นนี้ว่า - กีตาร์หลวง - ฮา) เพื่อเข้าเรียนต่อที่ Western Australian Academy of Performing Arts (WAAPA) และจบมาในคะแนนเกียรตินิยมเหรียญทอง
สาระนิพนธ์ที่เธอทำ เพื่อขอจบในตอนนั้น นับว่าน่าทึ่งไม่น้อย สำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งมีชื่อว่า "A New Approach to Rhythmic Bass Improvisation: an exploration of rhythmic devices used by Dave Holland and the rhythmic aspects of North Indian Classical Music”
หากจะแปลให้ได้ใจความคร่าวๆ ก็คือ วิธีการใหม่ในการอิมโพรไวซ์เบส : สำรวจจากแบบแผนทางจังหวะที่ใช้โดย เดฟ ฮอลแลนด์ (มือเบสชื่อดังชาวอังกฤษ) และแง่มุมด้านจังหวะของดนตรีคลาสสิกอินเดียทางเหนือ
หลังจากเรียนจบ ลินดา มุ่งหน้าสู่ "บิ๊กแอปเปิล" นครนิวยอร์ก ซิตี สมัครเรียนต่อโทที่ "แมนฮัตตัน สกูล ออฟ มิวสิค" ที่นั่น เธอได้เรียนกับคนดังอย่าง เดวิด เลียบแมน, ร้อดนีย์ โจนส์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจย์ แอนเดอร์สัน (มือเบสอาวุโส ซึ่งกำลังจะมาเวิร์คช็อพและแสดงในงาน TIJC 2010 สุดสัปดาห์นี้)
ก่อนเรียนจบโท เธอคว้ารางวัล ASCAP Young Jazz Composer’s award ในปี 2008 และในปีถัดมา เธอสามารถฝ่าเข้ารอบสุดท้าย (ได้รับ honorary mention) จากการประกวดดนตรีที่มีชื่อเสียง อย่าง Thelonious Monk Competition ซึ่งเป็นปีของ "เบส" (รางวัลนี้ตกให้แก่ เบน วิลเลียมส์ ในที่สุด)
อัลบั้ม Entry เป็นตัวอย่างของพลังความสามารถทางดนตรี ซึ่งปกติแล้ววงการนี้ มีผู้หญิงก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นแทบจะนับคนได้ ส่วนใหญ่มักทำหน้าที่เป็นนักร้องเท่านั้น
ก่อนหน้า ลินดา เราเคยมีสาวร่างเล็กจากเมืองโอเรกอน ชื่อ เอสเปอรันซา สปัลดิง สร้างความเกรียวกราวในการดีดเบสไป-ร้องเพลงไปมาแล้ว
คราวนี้ เมื่อ ลินดา ก้าวขึ้นมาปรากฏตัวบนแสงไฟ จึงเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของผู้หญิง ซึ่งหากจะเอาจริงกับดนตรี ก็คงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
ราวกับประเมินได้ว่า เอสเปอรันซา ซึ่งเป็นข่าวดังในวงการเมื่อช่วง 1-2 ปีนี้ ได้ครอบครองพื้นที่การรับรู้ของผู้คนต่อฟอร์แมทการบรรเลงแบบ "คอมโบ" โดยที่มีมือเบสหญิงเป็นตัวเอกไปแล้ว
ดังนั้น ในอัลบั้มนี้ ลินดา โอห์ จึงสร้างความแตกต่างขั้นต้น ด้วยการฟอร์มวงแบบ "ทริโอ" เพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนไปเลยว่า แค่เครื่องดนตรี 3 ชิ้นก็สร้างความสมบูรณ์ให้แก่เสียงดนตรีได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ทรัมเป็ตทำหน้าที่บรรเลงทำนองหลัก กลองควบคุมโครงสร้างของจังหวะให้แม่นมั่น ขณะที่ ลินดา ในฐานะมือเบส ดูแลร่วมทั้งรากฐานด้านฮาร์มอนีจากเสียงย่านความถี่ต่ำผ่านเบสของเธอ ขณะเดียวกันก็ช่วยยึดกุมหัวใจของเพลงไปพร้อมๆ กัน บ่อยครั้งเราพบว่าเธอกระโดดออกมาโลดเต้นอย่างมีชีวิตชีวา ดังกรณีของเพลง Fourth Limb ที่ ลินดา เผยให้เห็นไอเดียที่เปิดกว้าง โดยนำจังหวะพื้นถิ่นของอินเดียมาผสมผสานอย่างลงตัว
Morning Sunset (แค่ชื่อเพลงก็บ่งบอกถึงความขัดแย้งที่แปลก ระหว่าง รุ่งเช้า กับ ตะวันตกดิน) เป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่โชว์ศักยภาพของทุกคนในวง เสียงทรัมเป็ตที่แน่วแน่ พลังอันไม่เหนื่อยล้าของกลอง และความลึกซึ้งในน้ำหนักของแต่ละตัวโน้ตของดับเบิลเบส
Patterns มีจังหวะโยกโยนแอบแฝง ส่วน Numero Uno ค่อนข้างเผยถึงกระแสอารมณ์ที่เชี่ยวกราก ขณะที่ Gunners เป็นเพลงสั้นๆ ที่สนุกและเต็มด้วยพลัง
A Year From Now งดงามทั้งบทประพันธ์และการบรรเลง ก่อนจะขยับไปสู่ความรื่นรมย์ใน Before the Music ขณะที่ 201 อิงกลิ่นอายบ็อพ ก่อนจะปิดท้ายด้วย Soul to Squeeze ที่ร้อนแรงในความเยือกเย็น
ไม่เพียงการประกาศถึงตัวตนของลินดา โอห์ มือเบสหญิงที่สร้างสีสันให้วงการดนตรี ผลงานชุด Entry ยังเป็นอัลบั้มแรกที่บ่งบอกถึงความ "เหนือ" มาตรฐานของนักดนตรีรุ่นใหม่ ที่บ่งบอกถึงอนาคตของวงการนี้ ทั้ง แอมโบรส อะคินมูซีเรย์ มือทรัมเป็ตวัย 28 ปี ซึ่งเคยคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที Thelonious Monk Competition ปี ค.ศ.2007 และ โอเบ็ด คัลแวร์ มือกลองที่ผ่านประสบการณ์ในการเล่นมาไม่น้อยเช่นเดียวกัน
สำหรับมุมมองคนฟังเพลงอย่างผม หากสาวน้อยจากมาเลย์ก้าวไปสร้างชื่อบนเวทีนี้ได้ เราก็พอตั้งความหวังที่จะเห็นนักดนตรีไทยก้าวสู่เวทีระดับสากลได้เช่นเดียวกัน
คงอีกไม่นานเกินรอกระมัง.
Tags : ลินดา โอห์
