จากนิยายขายดีสู่โลกแผ่นฟิล์ม Under the Mountain การผจญภัยของสองพี่น้องบนเกาะลี้ลับและมนุษย์ต่างดาวที่วางแผนครองโลก เข้าฉายมกรานี้
Under the Mountain สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิคขายดีของ มัวริส กีย์ ซึ่งเคยถูกนำไปสร้างเป็นซีรี่ย์ขนาดความยาว 8 ตอนจบในปี 1981
โดยเป็นเรื่องของสองพี่น้องฝาแฝดที่มีความสามารถในการปลุกไฟ ซึ่งเดินทางไปพักที่เกาะแห่งหนึ่งในอาณาเขตเมืองโอ๊คแลนด์ ก่อนที่จะพบว่าเพื่อนบ้านของพวกเขา ตระกูลวิลเบอร์ฟอร์ส เป็นมนุษย์ต่างดาว
ซึ่งกำลังสั่งสมกำลังภายในอุโมงค์ใต้ภูเขาไฟในการยึดครองโลก ซึ่งก็มีเพียงแต่ความสามารถของฝาแฝดเท่านั้น ที่อาจเป็นความหวังสุดท้าย และเป็นกุญแจสำคัญที่จะหยุดยั้งเรื่องเลวร้ายนี้ได้
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำทั้งหมดในประเทศนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะ เกาะแลงกิโตโต ซึ่งเป็นภาษาเมารีที่แปลว่า "ท้องฟ้าสีเลือด" โดยนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโอ๊คแลนด์ เกิดขึ้นมากลางทะเล มื่อประมาณ 600 ปีมาแล้ว
โดยถือกำเนิดขึ้นจากภูเขาไฟจำนวนมากที่ระเบิดกลางทะเล ซึ่งในปัจจุบันก็มีภูเขาไฟที่สงบแล้ว ภายในอาณาเขตขนาดความกว้าง 5.5 กิโลเมตรมากกว่า 50 ลูก
ซึ่งเรื่องราวในวรรณกรรมของ Under the Mountain ก็ใช้ เกาะแลงกิโตโต เป็นฉากหลังในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยผู้กำกับ โจนาธาน คิง เล่าถึงการไปถ่ายทำสถานที่จริงว่า "พวกเราคงไม่สามารถหาเกาะไหนที่มีลักษณะโดดเด่นแบบนี้มาทดแทนได้อีกแล้ว
"สภาพแวดล้อมทุกอย่างดูสอดคล้องกับเรื่องราว ซึ่งเล่าถึง ตระกูลวิลเบอร์ฟอร์ส ที่กำลังสั่งสมกำลังอยู่ใต้ภูเขาไฟ ซึ่งพวกเราก็สามารถไปถ่ายทำในสถานที่จริงได้เลย โดยไม่ต้องสร้างฉากในอุโมงค์ขึ้นมาใหม่ในสตูดิโอ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นตัวแทนเสน่ห์ของนิวซีแลนด์ ที่ต้องการให้ผู้ชมในโลกทุกคนได้เห็น"
นอกจากสถานที่ถ่ายทำที่งดงามแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือการสร้างพวกวิลเบอร์ฟอร์ส กลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่กำลังวางแผนยึดครองโลก โดยพวกเขาก็ได้รับการออกแบบโดย สตีเว่น บอยล์ หนึ่งในทีมงานของ Weta Workshop มือเอฟเฟคสร้างสัตว์ประหลาด ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานให้กับหนังดังมาแล้วมากมาย
เช่น Star Wars: Episode II, King Kong และ The Matrix Revolutions รวมถึงเป็นผู้ให้กำเนิดเอเลี่ยนกุ้งใน District 9 ภาพยนตร์สุดฮิตประจำปี 2009
โจนาธาน คิง พูดถึงกระบวนการสร้างสัตว์ประหลาดว่า "พวกเราโชคดีที่ได้ทีมงานเอฟเฟคจาก Weta เข้ามาเพื่อสร้าง มิสเตอร์ วิลเบอร์ฟอร์ส และเหล่าลูกสมุนให้กับเรา ซึ่งจากในบทภาพยนตร์ก็จะเป็นสัตว์ประหลาดที่มีเมือกห่อหุ้มตัวและมีหนวดโผล่ออกมาตามร่างกาย
เราต้องการทำให้พวกมันออกมาดูน่าสะพรึงกลัวที่สุด ให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและน้ำ ผมอยากจะสร้างภาพยนตร์ที่จะทำให้เด็กวัย 10 ขวบฝันร้าย เด็กอายุ 14-15 รู้สึกสนุกไปกับสิ่งที่ได้เห็น และพวกผู้ใหญ่ที่พาเด็กๆเข้าไปดู ก็รู้สึกหวนถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ดูซีรี่ย์ทางโทรทัศน์"
ขณะเดียวกันในส่วนของสเปเชี่ยลเอฟเฟคต่างๆ ได้รับการดูแลโดย ชาร์ลี แม็คคลีแลนด์ จาก Weta Workshop ผู้ดูแลเอฟเฟคให้กับหนังแวมไพร์อย่าง 30 Days of Night, Underworld: Rise of the Lycans รวมถึงมหากาพย์ The Lord of the Ring ทั้งสามภาค ซึ่งความท้าทายก็คือการทำให้กลุ่มภูเขาไฟที่สงบแล้ว กลับมาระเบิดในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
แม็คคลีแลนด์ เล่าถึงความท้าทายนี้ว่า "เอฟเฟคไฟถือว่าเป็นองค์ประกอบหลักของภาพยนตร์ เพราะว่าคู่แฝดนั้นเป็นผู้มีพลังพิเศษในการปลุกไฟ ในขณะที่ ตระกูลวิลเบอร์ฟอร์ส ก็ต้องทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะหยุดยั้งไฟ เพราะว่ามันเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของพวกเขา
พวกเราได้สร้างสรรค์เอฟเฟคไฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟที่ลุกท่วมตัวนักแสดง หรือว่าไฟที่เกิดจากการประทุของลาวา ผมว่านี้จะเป็นภาพยนตร์ที่มีเอฟเฟคตื่นตาพอๆกับเนื้อเรื่องเล่าที่มีความคลาสสิกอยู่ในตัวอยู่แล้ว"
Tags : Under the Mountain • มัวริส กีย์ • เกาะแลงกิโตโต •
