ผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ของนักออกแบบไทยซึ่งทำให้ "ของใช้ธรรมดาในบ้าน" มีความสวยงาม ถูกใจตลาดสินค้าแต่งบ้านระดับสากล
นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยในฐานะ 'ของใช้ในบ้าน' ที่ตรงตามจุดประสงค์การใช้งาน นักออกแบบชาวไทยที่วัยไม่ใช่ข้อจำกัด ยังใส่ ความสุนทรีแบบไทยๆ ไว้ในผลิตภัณฑ์ด้วยงานทำมือและเป็นฝีมือคนไทย จนของใช้ในบ้าน เช่น พรม และ โคมไฟ มีความงดงามราวงานศิลปะ ประสบความสำเร็จเป็นที่ต้องการในตลาดสินค้าแต่งบ้านระดับสากล
พรมบัวผัด : ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติกับศิลปะ
ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์มีรูปลักษณ์สวยงามราวกับชิ้นงานศิลปะทั้งๆ ที่ประโยชน์ใช้สอยคือ พรม ซึ่งใช้ปูพื้นห้อง ทำให้พรมของร้าน บัวผัด (Bua Bhat) เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวต่างประเทศในระดับเจ้าของบ้านและนักออกแบบตกแต่งภายในที่รับงานให้กับโรงแรมขนาดใหญ่และบูติคโฮเต็ล
ความน่าสนใจของชิ้นงานอยู่ที่พื้นผิวของผลิตภัณฑ์ที่มีมิติจริงๆ และได้รับการออกแบบสีสันไว้อย่างงดงาม ผืนพรมที่ดูเหมือนมีปุ่มนุ่มๆ ผุดขึ้นมาอย่างหนาแน่นดูปุกปุยชวนสัมผัส
“ปกติการทำพรมจะเกิดจากการทอ แต่เราเพิ่มเทคนิคจากการทอเป็นการเกี่ยว ภาษาเหนือเรียกว่า 'ก๊อน' หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกว่าฮุค (hook)” คุณ วิไล ไพจิตรกาญจนกุล กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวผัดแฟคทอรี่ และผู้ก่อตั้งร้าน 'บัวผัด' กล่าว
นอกจากพรม คุณวิไลยังคิดนำเทคนิคการก๊อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ เช่น หมอนอิง เก้าอี้แบบสตูล(stool)ทรงสี่เหลี่ยมแบบเตี้ย ตัดโฟมเป็นลูกบอลขนาดใหญ่แล้วหุ้มด้วยงานก๊อนทำเป็นเก้าอี้ ทำเบาะนั่งสไตล์ Bean Bag และสินค้าใหม่ล่าสุดคือการนำงานก๊อนหุ้มลูกบอลพิลาทีส ทำเป็นเก้าอี้นั่ง ทำให้การนั่งมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นั่งแล้วยังใช้ออกกำลังกายแบบง่ายๆ ได้ด้วย เช่น การซิตอัพ สามารถวางทิ้งไว้ในห้องรับแขกได้เลย เพราะดูสวยงามในตัว
ร้านบัวผัดเริ่มต้นธุรกิจจากโรงงานเคหะสิ่งทอซึ่งก่อตั้งขึ้นในเมื่อปีพ.ศ.2530 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมทอพรมแบบทอมือโดยมีดีไซน์แบบลายผ้าทอแบบไทย เริ่มพัฒนาลวดลายจริงจังในปีพ.ศ.2550 เมื่อดีไซเนอร์ของกรมส่งเสริมการส่งออกเข้ามาช่วยออกแบบ และโรงงานผลิตตาม เมื่อมีโอกาสออกงาน TIFF (Thailand International Furniture Fair) และ BIG & BIH (Bangkok International Gift Fair, Bangkok International Houseware Fair) ได้พูดคุยกับลูกค้าต่างชาติมากขึ้น คุณวิไลก็ทราบแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น
“ในผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น เราใช้เทคนิคมากกว่าหนึ่งอย่างในการสร้างงาน” คุณวิไลกล่าวถึงวิธีผลิตชิ้นงานและสร้างสรรค์ความน่าสนใจในคราวเดียวกัน
ผลิตภัณฑ์ของบัวผัดใช้ ผ้าไหม ผ้ายืด ผ้าฝ้าย ที่เหลือเป็น 'เศษผ้า' จากโรงงาน มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานใหม่ให้มีมูลค่ากลับมา เลือกใช้วัสดุที่มีความอ่อนนุ่ม แล้วนำมาย้อมสีเองด้วยเทคนิครักษ์โลก คือย้อมซ้ำหลายครั้ง ให้ผ้าดูดซับสี จนแทบไม่เหลือผงสีในน้ำที่เหลือทิ้ง ผลิตโดยสตรีท้องถิ่นซึ่งมีบ้านเรือนตั้งอยู่ใกล้โรงงาน ช่วยให้มีการสร้างงานสร้างรายได้ด้วยการทำงานที่บ้าน และรักษาวิถีชีวิตชุมชนไว้ด้วยทางหนึ่ง
ด้วยความเป็นอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ลวดลายบนพรมและผลิตภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ จึงมีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น ก้อนกรวด วงปีของต้นไม้
“เราใช้เทคนิคการขดเศษผ้าให้เหมือนวงปีของไม้ แล้วจับวางบนผืนพรม ซึ่งดูไปกลับให้ความรู้สึกคล้ายกับภาพวาดของศิลปินชื่อดังในยุโรป เราผสมระหว่างธรรมชาติกับศิลปะ อยากให้งานเป็นงานศิลปะในบ้านคน” คุณวิโลกล่าวและว่า
งานเคหะสิ่งทอของร้านบัวผัดจากเชียงใหม่ได้รับรางวัล Thailand Prime Minister’s Export Award 2008, Good Design Award 2008-2009, Design Excellence Award 2008 และ 2010 เป็นที่ต้องการของลูกค้าส่งออกไปจำหน่ายในหลายประเทศแถบยุโรป ออสเตรเลีย ฮ่องกง
ด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ พรมจากเศษผ้าของ 'บัวผัด' โดยฝีมือช่างท้องถิ่นล้านนาสามารถจำหน่ายได้ในราคาหลักหมื่นบาท
ติดตามงานของร้านบัวผัดได้ ณ ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ คลิก www.buabhat.com
tazana : งานผลิตแบบหัตถอุตสาหกรรม
'แสงสว่าง' เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของการตกแต่งพื้นที่ เราได้แต่มองเห็นแสงสว่าง แต่จับต้องไม่ได้ แต่ tazana (ทาซาน่า หรือ ทัศนะ) กล้าเล่นกับการออกแบบแสงสว่าง
ทีมนักออกแบบของทาซาน่า นำโดย ศุภพงศ์ สอนสังข์ ดีไซน์ไดเรคเตอร์ และดีไซเนอร์อีกสองคน มาโนช บุญนิยม อภิรักษ์ บูรณเจต พวกเขาออกแบบแสงสว่างโดยใช้รูปลักษณ์ของโคมไฟเป็นเครื่องมือควบคุม โคมไฟของพวกเขามีรูปทรงที่ทั้งละเอียดอ่อนและดูน่าฉงน
โคมไฟที่เหมือนใช้ไม้ชิ้นเล็กๆ ซี่บางๆ จำนวนมาก มาเรียงต่อกันให้มีรูปทรงคล้ายระแนงไม้บิดเป็นเกลียว ช่างดูสะดุดตา ใครกันที่มีความพยายามเรียงชิ้นไม้ที่หั่นอย่างประนีตเหล่านี้
“นี่คืองานโคมไฟซีรีส์ไม้ฝีมือคนไทยทั้งการผลิตและการออกแบบ” คุณ มาโนช ซึ่งมีโอกาสพบกันในงาน TIFF ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กล่าวและอธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมออกแบบของทาซาน่าออกแบบลักษณะรูปทรงของโคมไฟที่ต้องการ จากนั้นคิดคำนวณวิธีว่าจะตัดไม้อย่างไรให้ออกมาเป็นรูปทรงที่วางไว้ เสร็จแล้วจึงวาดลวดลายของ วิธีการตัดไม้ ลงบนไม้กระดานเพียงหนึ่งแผ่น ซึ่งเป็นไม้อัดประกบวีเนียร์สองหน้า ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร แล้วจึงนำไม้แผ่นนั้นเข้าเครื่องตัดด้วยเลเซอร์ ต่อด้วยการขึ้นรูปประกอบให้เป็นโคมไฟด้วยศักยภาพฝีมือช่างชาวไทย ด้วยการออกแบบจะทำให้ไม้แต่ละชิ้นล็อคเข้าด้วยกันในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้กาวหรือนอตเข้าช่วย
การตัดไม้ด้วย 'เลเซอร์' นี่เองที่ทำให้ชิ้นไม้ดูมีความเพรียว เรียว บาง และประนีต
“เป็นการขึ้นแบบด้วยงานอุตสาหกรรม คือการตัดไม้ด้วยเลเซอร์ และจบด้วยงานหัตถกรรม คือใช้ฝีมือช่างดึงแผ่นไม้ที่ตัดแล้วให้เป็นรูปทรงโคมไฟให้ได้สัดส่วน” คุณมาโนชกล่าว
การใช้ 'ไม้อัด' เป็นวัสดุหลักในการผลิต ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนทางหนึ่ง เนื่องจากไม้อัดคือเศษไม้ ไม่ได้ใช้ไม้จากการตัดโค่นโดยตรง และเป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
ลักษณะเฉพาะของโคมไฟแบรนด์ทาซาน่า คือความพยายามนำ เอกลักษณ์ความเป็นไทย ซ่อนและสอดแทรกไว้ในผลงาน เช่น รุ่น กังวาน (Kangvarn) ในปีพ.ศ.2552 ดีไซน์จากเสียงระฆังของไทย มีให้เลือก 7 แบบ มีทั้งแบบที่ทำจากอะคริลิคและไม้ แบบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Kangvarn Double Twist อาศัยเทคนิคการออกแบบวิธีตัดไม้ให้เมื่อดึงเป็นโคมไฟแล้วได้ตัวโคมที่ยืดยาวให้ความสูงถึง 2.50 เมตร ดูอลังการ
ผลงานการออกแบบ รุ่น Pagoda (พาโกดา -เจดีย์) ในปีพ.ศ.2554 ใช้เทคนิคตัดแล้วยกขึ้นซ้อนบิดทีละชั้น มีให้เลือก 3 แบบ คือกลีบดอกไม้ สี่เหลี่ยม และย่อมุม
ซีรีส์ไม้รุ่น หอม (Hom) ที่ได้แรงบันดาลใจจากสมุนไพรไทย 'หัวหอมแดง' มีดีไซน์ให้เลือก 3 แบบ คือ หัวหอม ดอกหอม และต้นหอม (โคมไฟตั้งพื้น) เป็นดีไซน์ที่ออกในปีพ.ศ.2554
ดีไซน์ใหม่ล่าสุด โคมไฟซีรีส์ไม้รุ่น หมากรุก (Makruk) แผ่นไม้ที่ตัดแล้วสามารถดึงให้เป็นโคมไฟที่มีเค้าโครงรูปขุน เม็ด โคน เรือ ตามรูปทรงหมากรุกไทย โดยไม่ต้องใช้กาวในการติดประสาน
แบรนด์ 'ทาซาน่า' เกิดจากการที่คุณศุภพงศ์ สอนสังข์ นำโครงการเข้าไปเสนอ Microtek Products Co., Ltd. (MPC) บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจรับผลิตแม่พิมพ์และผลิตภัณฑ์พลาสติกมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2542 (ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ) เปิดตัวผลงานดีไซน์ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2548 ด้วยโคมไฟคอลเลคชั่น Stemcell สร้างความฮือฮาให้กับวงการออกแบบ โดยเฉพาะนักออกแบบตกแต่งภายในและเจ้าของบ้านที่มองหาความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ของโคมไฟ ตัวโคมทรงกลมที่ดูเหมือนผ้าโครเชต์ถักทำจาก Engineering Plastic ที่ผสมขึ้นมาให้มีคุณสมบัติที่ดีและปลอดภัยในการนำมาทำเป็นโคมไฟ (lamp shade) ความจริงแล้วนั่นคือแผ่นพลาสติกผสมชิ้นเล็กๆ ที่สามารถเกาะเกี่ยวเป็นรูปทรงต่างๆ มากมาย
นอกจากงานไม้ ทาซาน่ายังผลิตโคมไฟเทคนิคเดียวกันนี้จากวัสดุประเภทพลาสติก ซิลิโคน เหล็กแผ่น แนวคิดและชิ้นงานได้รับรางวัล Thailand Prime Minister’s Export Award 2011, Good Design สามารถชมผลงานการออกแบบของทาซาน่าได้ที่ tazana Studio ถ.เทพารักษ์ บางพลีใหญ่ สมุทรปราการ คลิก www.tazana.com
หมายเหตุ : ชมภาพมากกว่านี้ได้ที่ fan page เซ็คชั่น 'กรุงเทพวันอาทิตย์ กรุงเทพธุรกิจ' คลิก http://www.facebook.com/sundaybkk
ภาพ : เอกรัตน์ ศักดิ์เพชร





