กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : Art & Living

วันที่ 4 เมษายน 2553 00:00

เปิดอาณาจักร Loft คิดแบบญี่ปุ่น

Misty-Garden สวนดอกไม้อะโรม่า

บัตรอวยพรในโอกาสวันเปิดภาคเรียน

ตุ๊กตาผ้าสไตล์ลอฟท์ที่ลอฟท์ชิบุย่า

ลำโพงสำหรับคนรักตุ๊กตาหมี

แผ่นรองกันกระแทกในอ่างล้างจาน เล็มออกได้เพื่อให้วางได้ทุกขนาดอ่าง

ใส่ด้วยเช็ดฝุ่นที่พื้นไปด้วย

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อ่านชีวิตคนญี่ปุ่นผ่านร้านจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตของคนเรา ไม่ว่าชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน ล้วนเกี่ยวข้องกับข้าวของเครื่องใช้มากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสมุด ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด กระเป๋าเอกสาร สมุดบันทึก ฯลฯ ของนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน เครื่องใช้ในครัวของคนชอบทำอาหาร เฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน-อุปกรณ์จัดงานปาร์ตี้ ของขวัญ ของสะสม ฯลฯ สำหรับคนที่มีความสนใจเฉพาะด้าน สินค้าเหล่านี้คนรุ่นใหม่เรียกว่า สินค้าแนวไลฟ์สไตล์ ที่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีความน่าทึ่งทั้งรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอย

นักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวตะวันตกสร้างแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ไว้มากมาย แต่สำหรับ มร.โยชิฮารุ เอนโด (Yoshiharu Endo) เลือกก้าวเข้าสู่ธุรกิจสินค้าแนวไลฟ์สไตล์ด้วยการสร้างแบรนด์ร้านค้า ภายใต้ชื่อร้าน ลอฟท์ (Loft) และขยายความยิ่งใหญ่หรือประกาศศักดาการเติบโตทางธุรกิจด้วยการขยายสาขาร้าน

มร.โยชิฮารุ ก่อตั้งร้านลอฟท์แห่งแรกขึ้นในปี พ.ศ. 2530 ในย่าน ชิบุย่า (Shibuya) ซึ่งเป็นย่านจับจ่ายซื้อของชื่อดังใจอันพลุกพล่านสุดทันสมัยกลางมหานครโตเกียว ในคอนเซปต์ร้านที่นำเสนอสินค้าอันหลากหลายสำหรับชีวิตประจำวัน สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็นำความสุขมาสู่การใช้ชีวิต โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มอายุ 20-30 ปีที่มีความฉลาดในการเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพและมีดีไซน์ กลุ่มรองลงมาคือกลุ่มอายุ 30-50 ปีที่มีกำลังซื้อสูง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 มร.โยชิฮารุสามารถเปิดร้านลอฟท์ได้เพิ่มอีก 2 สาขา คือใน อูเมดะ (Umeda) เมืองโอซากา กับในย่าน อิเคะบุคุโระ (Ikebukuro) ของกรุงโตเกียว ธุรกิจเติบโตจนต้องก่อตั้งเป็นบริษัท ลอฟท์ จำกัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2539

คอนเซปต์ร้านจำหน่ายสินค้าแนวไลฟ์สไตล์แบบนี้ประสบความสำเร็จมาก ปัจจุบันร้านลอฟท์ในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวน 49 สาขา ด้วยรูปแบบร้าน 3 รูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ในแต่ละย่านของญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะและราคาแพงแตกต่างกันไป เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้ลอฟท์เติบโต คือ

1. ร้านแบบ Full Concept Store ร้านลอฟท์ประเภทนี้มีขนาดใหญ่สุด คือเหมาะกับพื้นที่ขนาด 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป ถือเป็นร้านลอฟท์เต็มรูปแบบ เพราะต้องตระการตาไปด้วยสินค้าไอเดียสร้างสรรค์หลากหลายจำนวนมากกว่า 100,000 รายการ ครบครันทุกประเภทสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับเปิดในเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 1,000,000 คน มร.โยชิฮารุมีร้านลอฟท์ลักษณะนี้จำนวน 20 ร้าน เช่นที่ชิบุย่า, อิเคะบุคุโร่, อูเมดะ, ซัปโปโร่, โอมิย่า, โกเบ, เกียวโต, โยโกฮามา, เซนได, ชิบะ เป็นต้น

2. ร้านแบบ Compact Store ลักษณะของร้านลอฟท์รูปแบบนี้มีสินค้าที่เลือกสรรสินค้าเจาะจงเฉพาะอย่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในพื้นที่ ซึ่งมีความต้องการที่แตกต่างจากร้านในโซนอื่นๆ โดยเน้นสินค้าประเภทสุขภาพและความงาม เครื่องเขียนอุปกรณ์ในการทำงาน และของใช้ในชีวิตประจำวัน ควรมีขนาดพื้นที่อย่างน้อย 1,000 ตารางเมตร นิยมตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าชั้นนำในเมืองใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวน 23 ร้าน เช่นที่ทาคัตซูกิ, โอทาซู, โตโกโรซาว่า, อาซาคิวาระ, โออิตะ, มิโต, โคคูบันจิ เป็นต้น

3. ร้านแบบ Mini Loft เป็นร้านลอฟท์เทรนด์ล่าสุดที่กำลังมาแรง เหมาะสำหรับเจาะตลาดพื้นที่ใหม่ๆ ใช้พื้นที่ร้านอย่างน้อย 330 ตารางเมตร เหมาะกับสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟหรือภายใน Specialty Store ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 6 ร้าน คือ มารูนอุนจิ, ทาซิกาว่า, ไซตามะ-ชินโตชิน, อุราวะ, อิเคะบุคุโระ-ซันชายน์ และ โออิมาชิ

อิเคะบุคุโระ (Ikebukuro) เป็นย่านการค้าทันสมัยแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว มีร้านค้าอินเทรนด์มากมาย ร้านลอฟท์ในย่านนี้ หรือ ลอฟท์ อิเคะบุคุโระ ตั้งอยู่บนชั้นที่ 10-11-12 ของห้างเซบุ มีสินค้าไลฟ์สไตล์อินเทรนด์ให้เลือกจุใจ มุมกระเป๋าเอกสาร มุมเครื่องเขียนสารพัดดีไซน์ สมุดบันทึกหุ้มปกเก๋ไก๋ บัตรอวยพรลวดลายคลาสสิกไปจนถึงลวดลายกวนๆ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร อุปกรณ์ทำครัวน่ารักน่าใช้ เครื่องใช้เกี่ยวกับการทำความสะอาดหน้าตาแปลกๆ ฯลฯ คนแน่นทุกมุม โดยเฉพาะแผนกเกี่ยวกับเครื่องครัว-ของใช้ในครัว-ของใช้บนโต๊ะอาหาร ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวที่จูงมือกันมาเลือกซื้อ

ชิบุย่า (Shibuya) ย่านจับจ่ายซื้อของและแหล่งบันเทิงอันโด่งดังของญี่ปุ่น มีตึกสูงที่ภายในเป็นห้างสรรพสินค้าและร้านค้าแฟชั่นมากมายหลายประเภทเรียงต่อๆ กันไปตลอดเส้นทาง ทั้งภายในตึกและทางเท้าพาเหรดไปด้วยหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งตัวราวกับจะไปถ่ายแบบให้นิตยสารแฟชั่น เป็นย่านที่มีสีสันมากแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ร้านลอฟท์ที่นี่ หรือ ลอฟท์ ชิบุย่า ซึ่งเป็นสาขาแรกของโตเกียวและสาขาแรกของลอฟท์ ปัจจุบันมีพื้นที่ด้วยกัน 7 ชั้น ได้รับการปรับปรุงใหม่ล่าสุด เป็นที่นิยมมาก เพราะพื้นที่กว้างขวาง มาที่นี่ที่เดียวมีสินค้าให้เลือกครบทุกประเภท เริ่มจากชั้น B1 มีเครื่องเขียนให้เลือกแบบจุใจทั้งรูปลักษณ์ คุณสมบัติ ขนาดและดีไซน์ สมุดบันทึกปกหนัง-ปกลายพิมพ์-ลายกราฟิก, ชั้น 1 เต็มไปด้วยสินค้าแนวของขวัญ อุปกรณ์นาฬิกา, ชั้น 2 ว่าด้วยหมวดสินค้าสุขภาพ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์หอมระเหย ผลิตภัณฑ์ดูแลผม-ผิว การออกแบบ, ชั้น 3 สินค้าใช้ในบ้าน เครื่องใช้สำหรับโต๊ะอาหาร สินค้าเกี่ยวกับการทำครัว-ห้องน้ำ เวชภัณฑ์บางประเภท, ชั้น 4 ถูกใจคนชอบสินค้าตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับพื้นที่จำกัดแบบญี่ปุ่น โคมไฟ กรอบรูป, ชั้น 5 สินค้าเพื่อการตกแต่งภายในประเภทสิ่งทอ ผ้าปูที่นอน พรม เสื่อ ม่าน, ชั้น 6 สินค้าวาไรตี้สำหรับงานปาร์ตี้-งานแฟนซี กระเป๋าเอกสาร กระเป๋าอเนกประสงค์ เกมส์

ความรู้สึกประการหนึ่งของคนซึ่งเดินเข้าไปในร้านลอฟท์คือความตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มีดีไซน์สวยงามแปลกตา ของกระจุกกระจิกน่ารักมากมาย ของใช้ที่มองครั้งแรกอาจนึกไม่ออกว่าคืออะไร สินค้าที่สร้างความสุขและความสะดวก มีสินค้าใหม่ๆ หมุนเวียนตลอดเวลาและหมุนเวียนมาให้เลือกเร็วทันใจ ฯลฯ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างบุคลิกของความเป็นร้านลอฟท์ ซึ่งลอฟท์อาศัยซัพพลายเออร์ในญี่ปุ่นกว่า 1,200 รายเป็นแมวมองหาสินค้าลักษณะดังกล่าวเข้าประจำการในร้านรวมกันแล้วกว่าหนึ่งแสนรายการ ร่วมกับสินค้าอีก 2-5% ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ไว้บริการนักช้อปชาวญี่ปุ่น

ร้านลอฟท์ถึงแม้มีสินค้าจำนวนมหาศาลจากหลายแหล่งผลิต แต่ลอฟท์ก็วางมาตรฐานสินค้าที่คัดสรรมาเข้าร้าน มร.โยชิฮารุ เอนโด ประธานบริษัทลอฟท์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า นอกจากมาตรฐานสินค้าที่ต้องมี ความปลอดภัย มีประโยชน์ใช้สอย ราคาสมเหตุสมผล มีดีไซน์ เป็นสินค้าที่ มีคุณภาพ แล้ว ซึ่งอาจเป็นมาตรฐานสินค้าของร้านอื่นด้วย แต่องค์ประกอบที่จะทำให้สินค้าร้านลอฟท์แตกต่างจากร้านอื่นขึ้นไปอีกคือ สินค้าเหล่านั้นยังต้องมี คุณค่าของความสวยงาม คุณภาพสูง และแฝงไว้ซึ่ง ความเป็นผู้นำเทรนด์ อีกด้วย

เคล็ดลับอีกประการที่ทำให้ร้านลอฟท์เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือสินค้าทุกชิ้นในร้านล้วนได้รับการไตร่ตรองตัดสินใจจากคณะผู้บริหารแล้วว่า ตอบสนองความต้องการ-ความชอบ-วิถีชีวิตของลูกค้า ซึ่งก็คือชาวญี่ปุ่นนั่นเอง นอกจากเครื่องเขียนที่เป็นแผนกใหญ่ของลอฟท์ ซึ่งแสดงว่าชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเลือกเครื่องเขียน ไลฟ์สไตล์ของชาวญี่ปุ่นที่นิยมปฏิบัติกันมากอีกอย่างคือ การส่งบัตรอวยพร ให้แก่กันในโอกาสต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ วันเปิดภาคเรียน ก็มีบัตรอวยพรสำหรับโอกาสนี้ออกวางจำหน่ายและได้รับความนิยมมากด้วยเช่นกัน

ไลฟ์สไตล์สำคัญอีกอย่างของชาวญี่ปุ่นคือการเดินทาง (ทั้งเดินทางไปเรียนและเดินทางไปทำงาน) ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชาวญี่ปุ่นทั้งชายและหญิงจะสะพายกระเป๋าติดตัวกันแทบทั้งนั้น ใบเล็กใบใหญ่บ้างแตกต่างกันไป ดังนั้นสินค้าแผนกใหญ่อีกแผนกของลอฟท์ก็คือ แผนกกระเป๋าเอกสาร-กระเป๋าทำงาน ที่มีแบบกระเป๋าให้เลือกมากมายทั้งแบบคนทำงานและวัยรุ่น

ของใช้ประเภทที่มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นสินค้าอีกหมวดที่ชาวญี่ปุ่นนิยม เช่น  Misty-Garden ออกแบบฟิลเตอร์แอนตี้แบคทีเรียเป็นรูปสวนดอกไม้ ใช้เพิ่มความชื้นให้อากาศแห้งในฤดูหนาว วิธีใช้คือเติมน้ำลงในถาด หรือเพิ่มความหอมให้อากาศภายในห้องก็ได้ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์อะโรม่าที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายเทลงในถาดแทนน้ำธรรมดา แล้ววางถาดสวนดอกไม้นี้ไว้ในห้องต่างๆ ภายในบ้านตามต้องการ ฯลฯ

กล่าวได้ว่า ถ้าต้องการรู้จักคนญี่ปุ่น รสนิยมคนญี่ปุ่น ก็ให้เดินเข้าไปดูสินค้าในร้านลอฟท์

 

Tags : ลอฟท์ ไลฟ์สไตล์

advertisement

advertisement

advertisement