Think Global Dress Local 7 แบรนด์ 1 เทรนด์.. เข็นสู่รันเวย์โลก
(ภาพ : อุทร ศรีพันธุ์)
บ่ายๆ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 7 แบรนด์ไทยที่ไป "กรุยทาง" ในรันเวย์โลก พร้อมด้วย ภาณุ อิงคะวัต ประธานสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society : BFS) เจียดคิวที่แน่นเอี้ยดของแต่ละคน มาเผยคอลเลคชั่น Spring-Summer 2010
ความพิเศษของงานนี้อยู่ที่ ทั้ง 7 แบรนด์ อันได้แก่ ASAVA , Disaya , Greyhound , Kloset , Playhound , Senada และ Theatre ที่ร่วมกันระดมสมองก่อนหน้านั้นราวๆ 6-7 เดือน เพื่อคิดเทรนด์ คอนเซปท์ของเสื้อผ้าฤดูร้อนร่วมกัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และทิศทางที่ชัดเจน
จนได้ออกมาว่า "Think Global Dress Local"
"เราต้องการบอกโลกว่า แบรนด์ไทยก็มีศักยภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องการการสนับสนุน" ภาณุ เปิดงานด้วยการตรงเข้าเรื่องทันที “โลกมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ ทุกวันนี้ โลกมองแฟชั่นเป็นตลาดเดียวไปแล้ว การรวมกลุ่มจึงจำเป็นเพื่อสร้างศักยภาพ” ผ่านการสร้างเทรนด์ร่วมกัน ซึ่งประธาน BFS บอกว่า "ไม่ง่ายเลย"
โดยธรรมเนียม แฟชั่นแต่ละคอลเลคชั่นจะวางแผนกันล่วงหน้า 12 เดือน แต่เพื่อการนี้ มีการนัดระดมสมองเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสร้างเทรนด์
"เอามาจากกระแสสังคม สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา" ภาณุ
เป็นที่มาของกระแส Power of Nature หรือ กลับสู่ธรรมชาติ เพราะคนปัจจุบันโหยหากลับไปสู่สีเขียว เสื้อผ้า เครื่องประดับฤดูร้อนนี้ จึงเน้นลายดอกไม้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ การกลับไปสู่ความเรียบง่าย พื้นฐานของชีวิต ผ่านการใช้ วัตถุดิบต่างๆ ที่คงสภาพเดิมมากที่สุด ปรุงแต่งน้อยที่สุด
ชนิดา ปรีชาวิทยากุล “ลี่” จาก Senada ช่วยเสริมเรื่องลวดลาย สไตล์ ที่มาสรุปกันที่ Blossom Summer สื่อให้เห็นพลังธรรมชาติ
"อย่าง Greyhound จะใช้สีพาสเทล ส่วน Theatre จะใช้สีขาว ลายดอกไม้บานหรือปักฉลุก็มี"
อีกสไตล์คือ Modern Folk หาก Folk ในคอลเลคชั่นนี้ ไม่ได้ออกกลิ่น Country แต่เป็น Modern Folk หยิบเอาวัสดุพื้นบ้านมาแต่งตัวให้ทันสมัย แต่ก็ไม่ทิ้งกลิ่นอาย Folk
"Theatre ก็ใช้ ผ้าลายตารางหมากรุก Senada ก็คล้ายๆ กัน ส่วน kloset ออกแบบแอคเซสซอรี่ โดยใช้หนังดิบต่างๆ มาทำที่คาดผม Senada ก็จะลายพรินท์รูปนก"
สำหรับ Modern Folk ของคุณผู้ชาย สื่อผ่านแจ็กเก็ตลายพิมพ์ใบไม้ ขาว-น้ำเงิน (Theatre) หาก Playhound จิตต์สิงห์ สมบุญ บอกรวมๆ ว่า เน้นลูกเล่นการตัดต่อ สูทหรือเสื้อจะมาในแบบ Slim Fit
เทรนด์ร่วมกันข้อถัดมาคือ New Identity เพราะทุกวันนี้ทุกคนพยายามแหกคอก สร้างตัวตนของตัวเองให้ชัดเจน จึงต้องการใส่เสื้อผ้าที่แตกต่าง ออกนอกกรอบตลอดเวลา
"กับอีกลุคคือ Romatic Grunge ใครอยากแต่งอะไรก็แต่ง มิกซ์แอนด์แมทช์ในสิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ รุ่งๆ ริ่งๆ ใช้ผ้าพันกัน แต่รวมๆ แล้วออกมาดู Feminine ใส่แล้วเข้ารูป บางทีก็คล้ายๆ Baby Doll" ชนิดา เล่าต่อ
แต่เทรนด์(ร่วม)ที่ดูเหมือนจะใหม่ที่สุด คือ Assmmetry cutting edge หรือ เหมือนจะตกขอบแต่ไม่ตกขอบ เน้นการจับจีบ จับพลีท ในแพทเทิร์นที่ฉีกจากรูปแบบเดิมๆ
การใช้สี Spring Summer หนนี้ทั้ง 7 แบรนด์พร้อมใจกันระบายสีพาสเทล อย่าง ขาว ฟ้า เขียว ชมพู โทนอ่อนลงบนผ้า กับ สี Nude and Classic Color เช่น ขาว น้ำเงิน ดำ แต่ก็ยังหยอดสีฮ็อตประจำหน้าร้อนในหมวด Bright Acid Color เช่น แสด มัสตาร์ด หรือ โทนสีแปลกๆ ไปด้วย เพื่อความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
ในส่วนของรูปทรง ที่มาแรงจริงๆ คือ Mini Skirt ซึ่งมีตั้งแต่สั้นกุดไปจนถึงเหนือเข่า
กับอีกชิ้นที่แรงไม่แพ้กันคือ Micro Pants กางเกงขาสั้น ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเอาท์ไปได้ง่ายๆ หรือ Maxi Dress เดรสยาวลากพื้นที่ฮอตมาตั้งแต่ปีที่แล้ว "ใครชอบเดรสสั้นต้อง Straight Dress เดรสทรงตรง ไม่ตีปลายบานอย่างที่ผ่านมา หรือ ถ้าชอบทะมัดทะแมงต้อง Paint Suit สูทกางเกงขาสั้น" ประโยคสุดท้ายของแม่งานอย่างชนิดา
ส่วนพ่องานอย่างภาณุ ก็ปิดงานด้วยทีท่าและจุดยืนต่อไปของ BFS
"เหตุผลที่เราพยายามรวมกันเป็นกลุ่ม สร้างเทรนด์ร่วมกันขึ้นมา คือ พวกเราต้องช่วยตัวเอง ไม่อยากจะหวังพึ่งภาคส่วนไหน ที่สำคัญแบรนด์ไทยมีการเติบโตอยู่ แต่คงไม่ถึงขนาดหยิบเอาความเป็นไทยมาใส่ เราพยายามสร้างบุคลิก สไตล์ตรงนั้นอยู่ อาจจะหวานๆ ละเอียดเหมือนญี่ปุ่นแต่ก็มีความต่างกันอยู่ ดูแล้วรู้เลย"
Tags : แฟชัน • แบรนด์ไทย • ภาณุ อิงคะวัต • ASAVA • Disaya • Greyhound • Kloset • Playhound • Senada • Theatre





