กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : Art & Living

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 01:00

สวนแนวตั้ง

สวน Local Rotate สวนแนวตั้งแบบพอเพียงของคนเมือง ปลูกผักสวนครัวและนำเครื่องจักสานแบบไทยๆ มาใช้ประโยชน์ คว้ารางวัลรองชนะเลิศมหาชน

กำแพงที่เคยเป็นคอนกรีตทึบ-ทาสี ทดแทนด้วยชั้นวางกระถางต้นไม้ แนวคิดการเปลี่ยนมุมมองสวนสลับกันระหว่างแนวตั้งและแนวนอนทำให้เกิดภาพสวนใหม่ ออกแบบโดย ณัฐวดี เตชะวิจิตรไพศาล, ชนฝัน อติชาติ, พิมสิริ นาคสวัสดิ์

กำแพงที่เคยเป็นคอนกรีตทึบ-ทาสี ทดแทนด้วยชั้นวางกระถางต้นไม้ แนวคิดการเปลี่ยนมุมมองสวนสลับกันระหว่างแนวตั้งและแนวนอนทำให้เกิดภาพสวนใหม่ ออกแบบโดย ณัฐวดี เตชะวิจิตรไพศาล, ชนฝัน อติชาติ, พิมสิริ นาคสวัสดิ์

นำปล้องไม้ไผ่มาเป็นกระถางปลูกต้นไม้แบบแขวน เจาะรูระบายน้ำ ใช้แผ่นตะแกรงช่วยยึดหน้าดิน รดน้ำแบบพ่นละออง - การจัดองค์ประกอบสวนให้อยู่ในรูปแบบของตารางที่ปรับเปลี่ยนได้ เหมาะกับสวนพื้นที่น้อย ออกแบบโดย สรคม คล่องเวสสะ และ สโรชา ดีบุญชัย

สวน Bamboo Space สวนแนวตั้งมุมเล็กๆ วัสดุไผ่ป่า (เนื้อหนา ปล้องใหญ่) ขนาดอายุ 2 ปี อบน้ำยากันมอด-ปลวก ขึ้นโครงเป็นราวยึดเกาะให้ไม้เลื้อย เหมาะที่จะประดับด้วยพันธุ์ไม้ชนิดที่ไม่มีกิ่งก้านมาก ไม้แคระ ไปจนถึงผักสวนครัว ออกแบบโดยทศพล มงคลดี, ปรัชญา บัวสมบูรณ์, สมบูรณ์ เผือกผ่อง คว้ารางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชนะเลิศมหาชน

เส้นสายลายชะลอมไม้ไผ่ที่ปรากฏบนผนัง

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน และที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินจินตนาการ ของนักคิดกลุ่มนี้ซึ่งนำผลงาน

การออกแบบ สวนแนวตั้ง (Vertical Garden) ในพื้นที่จำกัดไปจัดแสดงเพื่อประกวดในงาน 'บ้านและสวนแฟร์ 2009' เช่นตัวอย่างสวนซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า Local Rotate สวนที่มีสไตล์ขนาด 6-8 ตารางเมตรรูปแบบนี้สร้างขึ้นตามแนวคิดที่เล่าถึงความต้องการของชีวิตคนเมืองที่เติบโตมาจากต่างจังหวัด กลางทุ่งนา เมื่อมาอยู่ในเมืองก็ยังคงต้องการพื้นที่ที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘บ้าน’ นั่นคือมีความพอเพียง มีความอบอุ่น ปลอดภัยและเป็นกันเอง แต่ด้วยความที่พื้นที่ในเมืองหลวงมีน้อย ต่างจากบ้านเกิด จึงต้องประยุกต์พื้นที่สวนที่คุ้นเคยนั้นให้เหมาะกับพื้นที่ในเมือง โดยการขยายมิติการรับรู้จากพื้นที่ราบไปสู่ แนวตั้ง มีการนำสิ่งของเครื่องใช้ที่เคยเห็นบ่อยในวัยเด็ก องค์ประกอบของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงที่บ้านเกิด มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับสวนแนวตั้งแห่งนี้

 การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงที่บ้านเกิดรูปแบบหนึ่งคือ มีการปลูกผักกินเองที่หลังบ้าน กลายเป็นแรงบันดาลใจในการใช้พืชผักสวนครัวทำเป็นสวนแนวตั้ง จากที่เคยปลูกผักเป็นแปลงยาวๆ ไปตามพื้นดิน ก็ยกแปลงผักขึ้นในแนวตั้ง นอกจากให้ความรู้สึกที่คล้ายกับบ้านในต่างจังหวัด ยังสามารถนำผักไปรับประทานได้ด้วย

 นอกจากปลูกผักสวนครัวแล้ว ภาชนะที่ใช้ปลูกผักยังทำให้สวนแห่งนี้สวยงามแปลกตาด้วยการใช้ ชะลอมไม้ไผ่สาน ซึ่งทำให้เกิดลวดลายและเส้นสายราวกับงานหัตถกรรมซึ่งประดับอยู่บนผนัง คุณ ญาดา อัยศิริ นิสิตคณะภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งออกแบบสวนแห่งนี้ร่วมกับเพื่อนอีกสามคน ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยมีเครื่องจักสานที่งดงาม มีรูปแบบเฉพาะตัวที่ประเทศอื่นไม่มี แต่ปัจจุบันไม่ค่อยได้นำมาใช้ประโยชน์ เกรงว่าจะหายากขึ้นเรื่อยๆ หรือสูญหายไป จึงอยากเสนอแนวคิดให้ร่วมกันอนุรักษ์ โดยการนำมาใช้ประโยชน์แทนกระถางต้นไม้ แทนที่จะใช้ถุงดำหรือเมื่อซื้อต้นไม้ขนาดเล็กมาแล้ว ให้ถอดถุงดำออก แล้วปลูกต้นไม้หรือผักสวนครัวในถุงกระสอบแทนถุงดำ เพื่อให้น้ำซึมออกได้ แล้วนำถุงกระสอบไปใส่ไว้ในชะลอมไม้ไผ่อีกที จริงอยู่ชะลอมไม้ไผ่มีอายุการใช้งานจำกัด เมื่อเปื่อยยุ่ยย่อยสลายไปตามธรรมชาติก็ไม่สร้างมลภาวะ ขณะเดียวกันการซื้อชะลอมไม้ไผ่ทดแทนก็ช่วยให้งานหัตถกรรมลักษณะนี้คงอยู่ต่อไปเพราะมีตลาดต้องการ

 ผักสวนครัวที่ในสวนลักษณะนี้ปลูกได้ตั้งแต่ สะระแหน่ โหระพา กะเพรา ตะไคร้ ฯลฯ แซมด้วยผักสวยๆ อย่างปูเล่และหนวดปลาดุก แม้ต้นไม้ที่ปลูกจะเป็นพืชผักสวนครัว แต่สวนครัวนี้ก็ดูร่วมสมัยไม่น้อย เนื่องจากการจัดวางที่เล่นลายเรขาคณิตและมีจังหวะช่องไฟ

 พื้นที่ที่เลือกทำสวนลักษณะนี้ คุณญาดาแนะนำให้ลองพิจารณาพื้นที่ข้างรั้วที่ไม่มีการใช้งานก็ได้ โดยตกแต่งให้คล้ายคลึงกับชานบ้านไทย มีความอเนกประสงค์ สามารถใช้นั่งรับประทานอาหาร เป็นพื้นที่รวมสมาชิกในบ้าน เป็นการนำพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานแปรเป็นพื้นที่ที่อบอุ่นของบ้านได้ทางหนึ่ง

 สวนอีกลักษณะหนึ่งที่มีความน่าสนใจในตัวเองคือ สวน Green for Health สวนบนพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้เจ้าของสวนห่างไกลจากพิษภัยของ สารพิษที่อยู่ในบ้าน โดยเจ้าของบ้านหรือผู้ทำงานในอาคารสำนักงานอาจคิดไม่ถึงเนื่องจากมองไม่เห็น

 การใช้ชีวิตปัจจุบันต้องอาศัยเครื่องอุปโภคบริโภคมากมาย ซึ่งทำจากวัสดุต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น พลาสติก วัสดุเคลือบผิวของใช้ต่างๆ ประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง แม้แต่วัสดุก่อสร้างอย่างไม้ ฉนวนกันกระแสไฟฟ้า พรม สิ่งทอ ฯลฯ สิ่งของต่างๆ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของที่มาของสารพิษในอากาศในรูปแบบของ 'ไอ' และ 'ละออง' ภายในอาคารบ้านเรือนพบสารที่เหมือนผู้ร้ายจำนวน 3 ตัว คือ ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldyhyde) ไตรคลอโรเอทธิลีน (TCE) และ เบนซิน มากที่สุด

 # ฟอร์มัลดีไฮด์: ใช้อย่างกว้างขวางกับวัสดุก่อสร้างและสิ่งตกแต่งภายใน วัสดุที่เป็นแหล่งที่มาของฟอร์มัลดีไฮด์ที่สำคัญได้แก่ ไม้อัดและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้อัด โฟมที่ใช้ทำฉนวนกันความร้อน ผลิตภัณฑ์กระดาษไฟเบอร์กลาส ผ้าม่านและพรมปูพื้น รวมทั้งใช้เป็นส่วนผสมของสารเคลือบผิวเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะตู้ต่างๆ และพื้นผนังที่ทำด้วยไม้ สารตัวนี้มีผลก่อให้เกิดอาการตั้งแต่ ระคายเคืองต่อผิวหนังและตา ปวดศีรษะ ไปจนถึงที่ร้ายที่สุดคือ โรคหอบหืด

 # ไตรคลอโรเอทธิลีน: พบในตัวทำละลายเป็นส่วนมาก เช่น การซักแห้ง หมึกพิมพ์ สีทา แล็กเกอร์ น้ำมันซักแห้ง กาวสังเคราะห์ต่างๆ สารตัวนี้ก่อให้เกิดการระคายเคือง ในปี  พ.ศ.2518 สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกา รายงานว่าหนูที่ได้รับ TCE เป็นจำนวนมาก มีอาการมะเร็งตับสูงมาก และต่อมาได้จัดอันดับว่า TCE เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งตับ

 # เบนซิน: นอกจากพบในน้ำมันรถยนต์ ยังพบในวัสดุสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น หมึก สีทาพลาสติก ยาง เบนซินเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและดวงตา หากมีการสูดดมในปริมาณมากในทันทีจะมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ อาเจียน ตัวสั่น เกิดโรคทางเดินหายใจ เป็นสารที่ก่อให้เกิดลูคีเมีย ต่อมาพบว่าสารตัวนี้ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของโครโมโซมของมนุษย์

 เมื่อเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งของที่เสี่ยงต่อ 'ไอและละออง' ของสารพิษข้างต้น วิธีบำบัดหรือลดอันตรายจากสารพิษในบ้านในและที่ทำงานที่ดีวิธีหนึ่งคือ การปลูกต้นไม้ มีต้นไม้หลายชนิดที่ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ เช่น

 1. พลูด่าง สามารถขจัดสารฟอร์มัลดีไฮด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี

 2. เดหลี ใบเขียวเข้มเป็นเงาวาว ดอกสีขาว (หรือขาวแกมเหลือง) คล้ายดอกหน้าวัว เป็นไม้ที่คายความชื้นสูงและมีความสามารถในการดูดสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์และไตรคลอโรเอทธิลีนได้ดี

 3. กวักมรกต ไม้ใบสวย ช่วงแตกใบอ่อนม้วนซ้อนกันเหมือนกลีบดอกไม้ มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศได้ดี ช่วยเพิ่มออกซิเจน

 4. เยอบีร่า ไม้พุ่มลำต้นอยู่ใต้ดิน ให้ดอกสีสันสวยสดใส ใบสีเขียวสดแตกเป็นแฉก ดูดสารพิษจำพวกไตรคลอโรเอทธิลีนและสารเบนซินได้ดี

 5. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง ไม้เลื้อยที่นิยมปลูกให้ทอดคลุมกำแพง มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวกเบนซินและมีคุณสมบัติฟอกอากาศได้ดี สิงคโปร์นิยมใช้ปลูกคลุมเสาคอนกรีตรับสะพาน

 6. บอสตันเฟิร์น ช่วยทำความสะอาดอากาศภายในอาคารได้ดีชนิดหนึ่ง ดูดสารพิษได้มากโดยเฉพาะพวกฟอร์มาลดีไฮด์ที่มาจากกาวและฝ้าเพดานสำเร็จรูป แต่เป็นไม้ที่ต้องการความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ จึงต้องหมั่นรดน้ำหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำ

 7. ลิ้นมังกร ขจัดสารเบนซินได้ดีและมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในอาคาร หลายคนเรียกไม้ชนิดนี้ว่า 'หอกพระอินทร์' จึงนิยมปลูกไว้ประจำบ้าน เชื่อว่าช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ตามชื่อที่หมายถึงอาวุธชนิดหนึ่งของพระอินทร์

 8. เศรษฐีเรือนใน ไม้ประดับที่ดีชนิดหนึ่งในการดูดสารพิเศษในอาคาร การทดลองของ Wolverton ได้ผลว่าดูดคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ 96% และฟอร์มาลดีไฮด์ 86% เป็นไม้ประดับชนิดแรกๆ ที่ได้รับการเผยแพร่จากองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ว่ามีคุณสมบัติในการดูดสารพิษภายในอาคารได้เป็นอย่างดี

 การสร้าง สวน Green for Health ที่ช่วยขจัดสารพิษและฟอกอากาศที่สะอาดให้เรา ภายในอาคารซึ่งมีพื้นที่จำกัด ผู้จัดสวนออกแบบเป็นสวนแนวตั้ง ส่วนมากใช้ 'วัสดุอุปกรณ์เหลือใช้' เป็นส่วนประกอบ เช่น กระบะไข่ที่ใช้แล้ว (หรือชำรุด) นำมาเป็นภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้ และใช้ ใยมะพร้าว ที่เหลือจากการปอกมะพร้าว รวมกับ แกลบ ที่เหลือจากการสีข้าวและผสมกับ ขี้เถ้าแกลบ เป็นวัตถุดิบในการปลูก

 การให้น้ำ ใช้หลักการเก็บน้ำกักน้ำไว้บริเวณกระบะปลูกพลูด่างด้านบน เป็นน้ำที่มาจากน้ำทิ้งเครื่องปรับอากาศในส่วนห้องนอนด้านบน ถ้าน้ำมีปริมาณมากก็จะล้นกระบะด้านบนไหลลงมายังกระบะด้านล่าง รวมถึงไหลไปยังท่อไม้ไผ่ที่มีการเจาะรูสำหรับให้น้ำต้นไม้ชนิดอื่นๆ ในส่วนน้ำที่ไหลลงสู่ด้านล่างจะมีกระบะขนาดใหญ่ใช้รับน้ำและมีปั๊มน้ำขนาดเล็กสำหรับดูดน้ำกลับไปยังกระบะพลูด่างด้านบนในบางเวลาที่ไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ และกระบะรับน้ำด้านล่างนี้ยังเตรียมช่องน้ำล้นเข้าสู่ระบบน้ำทิ้งของบ้านในกรณีน้ำมีปริมาณมากเกินไป สวน Green for Health นี้ร่วมกันออกแบบโดยธีรพงษ์ ชำนิ, รุ่งรดิศ พวงแก้ว, ศิริพงศ์ ทรัพยาคม, ชูเกียรติ แซ่ลิ้ม สามารถนำไปติดตั้งบริเวณส่วนระเบียงพักผ่อน ส่วนรับแขกที่ไม่ปรับอากาศ หรือชานบ้านของคนทั้งครอบครัว มีคุณค่ามากกว่าความสวยงาม

 การปรับพื้นที่แนวตั้งมาทำเป็นสวน เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยลดอุณหภูมิความร้อน และฟอกอากาศในบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี

Tags : สวนแนวตั้ง (Vertical Garden) ญาดา อัยศิริ

Adsense

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ศุนย์รวมที่ดินที่ต้องการขาย ใน อ. เชียงของ Click ที่เว็บ ขายที่ดิน อ.เชียงของ www.dakanda.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement