กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 22 ตุลาคม 2555 09:00

"โดราเถื่อน" โปรดใช้ความเกรียนในการชม

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ถ้าไม่ต้องใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ไตร่ตรองอะไรมาก การ์ตูนกากๆ เรื่องนี้ก็น่าจะเหมาะสมกันดีกับเด็กเกรียน

ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังร่วมกันเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 100 ปี ให้กับหุ่นยนต์แมวเหมียวสีฟ้าจากโลกอนาคตอย่าง "โดราเอมอน" ณ มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของประเทศไทย คนกลุ่มหนึ่งกลับพยายามสร้างตัวตนใหม่ให้กับการ์ตูน "ขวัญใจตลอดกาล" ด้วยการผลิตซีรีย์การ์ตูนสุดโหดขึ้นมา และใช้ชื่อว่า "โดราเถื่อน"


.........................


"โดราเอมอนนนนน" โนบิตะวิ่งหน้าตาตื่นมาหาโดราเอมอนเพื่อขอความช่วยเหลือ(อีกเหมือนเคย) และ....


"นี่ก็คือปืนไรเฟิลจากอนาคตที่สามารถยิง 300 นัด ภายใน 1 วินาทีได้ จงเอาไปล้างแค้นซุเนโอะซะ" ของวิเศษจากโดราเอมอนทำให้โนบิตะตาโต ก่อนที่เด็ก ป.4 ผู้อ่อนแอจะคว้าปืนไปยิงถล่มบ้านซุเนโอะอย่างสะใจ


ความรุนแรงที่แฝงไว้กับมุกตลกร้ายในการ์ตูน โดราเถื่อน ซึ่งนำเสนอผ่านเว็บไซต์ที่มีการอัพโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอชื่อดัง ทำให้เด็กและเยาวชนไทยกลุ่มหนึ่งติดตาม กระทั่งบอกต่อจนขยายเป็นวงกว้าง แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่ามันเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมจากเด็กไทยยุคนี้ขนาดไหน ให้ลองทำแบบนี้ดู...


พิมพ์คำว่า "โดราเถื่อน" ลงไปในเว็บไซต์ search engine ชื่อดัง จะพบว่ามีเว็บไซต์ที่ลิงก์กับคำค้นหานี้ให้สืบค้นมากถึง 75 หน้า แต่ถ้าลองเปลี่ยนไปค้นหาด้วยคำเดียวกันในเว็บไซต์ที่มีการอัพโหลดวิดีโอดูบ้าง จะเห็นวิดีโอลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหานี้จำนวน 252 รายการ และถ้าลองคลิกเข้าไปชมที่วิดีโอ "โดราเถื่อน" # 1 - LEOPOWERBLAST ที่มีความยาวเพียง 1.20 นาที จะเห็นว่ามียอดผู้ชมมากกว่า 260,000 ครั้ง แต่นั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่าข้อความน่ากลัวๆ ที่แสดงความคิดเห็นไว้ในเว็บไซต์ซึ่งมีการลิงก์การ์ตูนเรื่องนี้ไป เป็นต้นว่า


"อยากรู้ว่าเพื่อนๆ ชาว...รู้จักพี่ออย Leopowerblast รึเปล่า"


"รู้จักและรักมาก"


"ตอนนี้แชแนลพี่ออยโดนแฮ็กและปิดบัญชีไปแล้วววววว แล้วตรูจะดูอารายยยยยยยยยยยยย ตามไปฆ่าคนแฮกกัน!!!!"


"หยิบมีดตาม คห.3 ไป"


"หยิบร๊อกเกอร์รันเชอร์เเบบพิเศษ ตาม คห.3และคห.4 ไป"


"หยิบสไนเปอร์แล้วเดินตามไปอีกคน"


"หนูอยู่แค่ป.5(จริงๆ นะ) แต่หนูโคตรรักพี่ออยเลย...หนูไม่เคยเห็นหน้าพี่ออย แต่หนูรักพี่ออยมากกว่าพี่ชายของหนูซะอีก ตอนนี้ยังแค้นไม่หายเลย เห็นด้วยกับความคิดเห็นข้างบนจริงๆ"


แม้จะเป็นการแสดงความคิดเห็นเล่นๆ สนุกสนาน ไม่จริงจัง แต่ถ้าวิเคราะห์กันจริงๆ ตามหลักจิตวิทยา นั่นอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการก่ออาชญากรรมในสังคมได้ โดยอาศัยพฤติกรรมเลียนแบบที่เด็กและเยาวชนอาจซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว


และหากสิ่งที่ทุกคนกลัวเกิดขึ้นจริง จะมีใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ


...........................


นิตยสารไทม์เอเชีย ยกย่องให้ "โดราเอมอน" เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย และโดราเอมอนก็ได้รับเลือกให้เป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อการประชาสัมพันธ์ของประเทศญี่ปุ่น แต่ในโลกออนไลน์ของเด็กไทยวันนี้กลับมี "โดราเถื่อน" เป็นตัวแทนของชัยชนะและความสะใจ


"โดราเถื่อน" ที่กำลังได้รับความนิยมกันอยู่ในหมู่เด็กๆ และเยาวชนบางกลุ่มขณะนี้ มีเค้าโครงเรื่องมาจากการ์ตูน "โดราเอมอน" ฉบับดั้งเดิมแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวละคร ลักษณะนิสัยของตัวละคร หรือการดำเนินเรื่อง เพียงแต่ฉบับ "โดราเถื่อน" จะแทรก "ความรุนแรง" ไว้ในหลายๆ ฉาก และโนบิตะก็เก่งกาจดุดันกว่าเวอร์ชั่น "โดราเอมอน" เยอะ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงวินิทรา นวลละออง จิตแพทย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายถึงการ์ตูนที่มีลักษณะเดียวกับ "โดราเถื่อน" ว่า เป็นการ์ตูนลูกผสมที่มาจากการ์ตูนหรือสื่อแนว Gore (แนวแหวะ เลือดสาด) กับฉากโป๊เปลือยหรือเรื่องเกี่ยวกับเพศ (Porn) เมื่อสนธิกันจึงเรียกสื่อลักษณะนี้ว่าเป็นแนว Gorn


"วัตถุประสงค์สำคัญของแนว Gorn คือต้องการให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น ใจเต้นตึกตัก คือขายความรู้สึกเป็นหลัก ไม่ได้ขายเนื้อหา ดังนั้นสังเกตได้ว่าการ์ตูนแนวนี้ไม่ได้เน้นลายเส้นสวยงามหรือเนื้อหาสมจริงมากนัก หรือในทางกลับกันอาจจะวาดสิ่งที่สวยงามให้ดูชวนแหวะมากขึ้น เช่น เอาเฮลโหลคิตตี้มาตัดหัวให้เลือดสาด ในทางจิตวิทยาอาจจะอธิบายได้ว่า คนที่ชอบแนว Gorn คือคนที่เสพสื่อประเภทอื่นที่คนเขาตื่นเต้นแต่ตัวเองไม่ตื่นเต้น อาจจะด้วยเหตุผลว่าด้านชาเสียแล้ว คือเห็นฉากเลือดสาดปกติมาเยอะจนเฉย หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือไม่ซาบซึ้งไปกับคำพูดดีๆ หรือกิริยาปกติที่คนอื่นเขาทำกัน"


ผศ.พญ.วินิทรา หรือ หมอโอ ยกตัวอย่างกรณีของโนบิตะที่พูดกับโดราเอมอนหรือเพื่อนๆ ในการ์ตูนโดราเถื่อนด้วยภาษาหยาบคาย หากคนที่ไม่ชอบแนว Gorn จะมองว่าเป็นความไม่สุภาพ หรือความก้าวร้าว แต่สำหรับคนที่ชอบ Gorn อาจมองว่า นี่เป็นคำพูดที่จริงใจและสื่อถึงอารมณ์ได้ดีกว่าการพูดจาสุภาพใส่กัน แต่หมอโอก็ยอมรับว่า มีโอกาสที่เยาวชนจะเลียนแบบพฤติกรรม เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องตลก ดังนั้นเด็กหลายคนจึงนำคำพูดตลกๆ แบบนี้ไปพูดกับเพื่อน แต่ก็ด้วยเจตนาที่ต้องการให้สนุกสนานเฮฮาเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม การเสพสื่อลักษณะนี้มากๆ ก็อาจส่งผลให้เด็ก ซึ่งเป็นผู้ชมหลักของการ์ตูนแนวนี้ มีความเฉยชาต่อความรุนแรง จนอาจไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความเป็นความตายที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า เรื่องนี้หมอโอ ขยายความว่า


"มีงานวิจัยในเด็กที่เล่นเกมรุนแรงเลือดสาด เขาพบว่าเด็กจะรู้สึกชินชาต่อความรุนแรงในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย คือเห็นคนตายในชีวิตจริงแล้วไม่ได้รู้สึกตื่นตกใจอย่างที่ควรจะเป็น แต่ไม่ได้ทำให้เขาทำร้ายคนอื่นเยอะขึ้นค่ะเพราะงานวิจัยนี้เขาบอกว่าแม้เด็กจะรู้สึกชินชากับความรุนแรงในเกมและโลกแห่งความเป็นจริง แต่ "ความรู้สึกผิด" กลับพบมากกว่าในโลกแห่งความเป็นจริง"


สนับสนุนผลงานวิจัยที่จิตแพทย์สาวอ้างด้วยทัศนะของ น้องอิง (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) เด็กชายวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป. 6 ของโรงเรียนประถมศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ที่ชมการ์ตูน "โดราเถื่อน" มาแล้วหลายตอน แน่นอนว่า ทุกตอนของการ์ตูนเรื่องนี้มีฉาก "เลือดสาด" ให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด


"เฉยๆ อ่ะ ไม่ได้รู้สึกอะไร" น้องอิงหมายถึงฉากที่โนบิตะคว้าปืนไรเฟิลจากอนาคตไปถล่มยิงบ้านซุเนโอะจนชิสุกะที่อยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส


"ก็ซุเนโอะไปด่าโนบิตะแล้วก็แย่งชิสุกะไปอ่ะ เขาก็มายิงเอา มันก็เหมือนใน...(เอ่ยชื่อละครแนวบู๊แอคชั่นเรื่องหนึ่ง)...ที่เขายิงกัน แต่ผมก็ไม่ได้ขำกับฉากนี้นะ เพราะมันไม่ตลก"


ถามว่า ถ้าในชีวิตจริงมีเพื่อนมาพูดจาไม่ดีหรือต่อว่าน้องอิงแบบซุเนโอะ น้องอิงจะทำอย่างไร เด็กชายวัย 12 ปี ตอบว่า


"ถ้าเขามาด่าเราก็ไม่ทำอะไร ก็คงต้องให้อภัยเขาไป จะเอาปืนไปยิงเขาได้ยังไง เดี๋ยวเขาตาย ในชีวิตจริงมันทำอย่างนั้นไม่ได้"


ฟังแบบนี้แล้วผู้ปกครองหลายคนอาจโล่งใจ แต่ความคิดแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้เพียงเพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เกิดจากตัวเด็กเอง ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็กมีส่วนอย่างมากต่อการปลูกฝังความคิดที่ถูกที่ควรให้กับเด็ก


"วิธีที่เราจะช่วยเหลือได้ในกรณีนี้ คิดว่าเราต้อง "สอน" ค่ะ ไม่มีทางที่เราจะกำจัดสื่อประเภทนี้ออกไปได้หมดแน่นอน เพราะมันมีเยอะมาก และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือสอนให้เขารู้จักว่าอะไรเป็นของดีและไม่ดี และสอนให้เขามีวิจารณญาณ ซึ่งการรับมือกับความรุนแรงจากสื่อในยุคนี้ สำหรับหมอเองคิดว่า เราไม่ควรตั้งรับด้วยการปิดหูปิดตาหรือไล่แบนสื่อที่ดูน่าจะอันตราย แต่เราหันมาเชิงรุกมากขึ้นด้วยการสอนและติดอาวุธให้เด็กสามารถใช้วิจารณญาณเพื่อแยกแยะสิ่งเหล่านี้ได้"


แม้การ์ตูน "โดราเถื่อน" จะเป็นสื่อที่จิตแพทย์บอกว่า ต้องพยายามรับให้ได้เพื่อการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเด็กและเยาวชน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เห็นชอบกับการ์ตูนล้อเลียนในลักษณะนี้ ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่ใช้ชื่อว่า มาร์ค ที่ไปตั้งกระทู้ใน http://doratalk.tha.im ว่า "เราไม่สนับสนุน โดราเถื่อน!"

"ช่วงนี้กระแสโดราเถื่อนมีมากครับ ทั้งใน Youtube และในเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย แต่ผมว่าเราไม่ควรสนับสนุนให้มีโดราเถื่อนเลยนะครับ เพราะผมว่าถ้าทำโดราเถื่อนออกมาก็เหมือนดูถูกผู้เขียนโดราเอมอนครับ และทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดี แถมทำให้ภาพพจน์ของการ์ตูนยอดนิยมตลอดกาลต้องเสื่อมเสียไปอีกด้วย"


ด้าน อ.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายไพบูลย์ จำกัด และผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดด้านคอมพิวเตอร์ มองว่า การ์ตูนเรื่องนี้มีความรุนแรงและไม่เหมาะสมกับเยาวชนอย่างมาก ที่สำคัญถ้าเอาเรื่องกฎหมายเข้ามาจับ การ์ตูน "โดราเถื่อน" ถือว่ามีความผิด สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้


"ผมเพิ่งเคยดูเหมือนกันแล้วก็รู้สึกว่ารุนแรงมาก น่ากลัวมาก ซึ่งในส่วนของกฎหมายมันผิดอยู่แล้วครับ ผมมองว่ามันผิดอยู่ 3 อย่าง คือ หนึ่งในส่วนของลิขสิทธิ์ อันนี้ผิดแน่นอน เนื่องจากเป็นเค้าโครงเรื่องที่มีการทำซ้ำ ดัดแปลงตัวงาน ทั้งในส่วนของเครื่องหมายและชื่อตัวละคร ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายการค้าของการ์ตูนเรื่องนี้ ไม่ว่าจะโดราเอมอน โนบิตะ ชิซูกะ หรือว่าตัวอื่นๆ สองเป็นการละเมิดที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เกิดความเสียหาย ซึ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่อยู่ในญี่ปุ่นสามารถดำเนินคดีฟ้องร้องได้ ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ซึ่งอาจจะระงับการเผยแพร่ได้ และสาม อันนี้ผมดูว่ายังไม่เข้าโดยตรงนะครับ สำหรับ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ แต่ถ้ามีการก่ออาชญากรรมที่เกิดจากตรงนี้โดยตรง จะเข้ามาตรา 20 แต่นี่ยังไม่เกิดก็ยังไม่ถือว่าเข้าข่าย"


ในฐานะนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ อ.ไพบูลย์ บอกว่า สื่อในลักษณะนี้มีเยอะมาก ซึ่งน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเด็กไทยในยุคที่รัฐบาลมีนโยบายแจ็กแท็บเลต เด็กๆ สามารถท่องโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างเสรี เพราะไม่มีมอนิเตอร์ที่คอยตรวจสอบอย่างจริงจัง และเมื่อไม่มีมอนิเตอร์ตรงนี้ รัฐบาลก็บอกว่า เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะต้องดูแลเด็กๆ


แม้วันนี้จะยังไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงอันสืบเนื่องมาจากการชมการ์ตูน "โดราเถื่อน" แต่ความหยาบกระด้างที่ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเด็กๆ ที่ชมสื่อในลักษณะนี้ก็มีผลต่อภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของพวกเขาในอนาคต ถึงเวลาหรือยังที่ผู้ใหญ่ในวันนี้จะมอบภูมิคุ้มกันดีๆ ให้กับเด็ก ด้วยการ "สอน" และ "แนะนำ" สิ่งที่ถูกต้องให้กับพวกเขา


Tags : โดราเถื่อน เกรียน Gorn

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement