กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 21 สิงหาคม 2555 23:17

The Day After ฮีโร่ ขาวผ่อง สิทธิชูชัย

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังตื่นเต้นกับฮีโร่ บทสนทนากับอดีตฮีโร่คนนี้มีส่วนช่วยฉายภาพสัจธรรมของวงการกีฬาที่ดูๆ ไปก็เหมือนวงการมายาได้ดีขึ้น

"ชีวิตการเป็นนักมวยของผม ไม่เหมือนชาวบ้าน มันเป็นพรหมลิขิต เป็นชะตาลิขิตจริงๆ แท้จริงแล้ว พูดอย่างลูกผู้ชาย มวยไม่ได้อยู่ในสายเลือด ไม่ได้อยู่ในความคิด ไม่ได้อยู่ในมันสมองผมเลยว่า ต้องเป็นนักมวย..."

                ทวี อัมพรมหา หรือที่ชาวไทยและชาวโลกรู้จักในนาม ขาวผ่อง สิทธิชูชัย นักมวยชาวไทยคนแรกที่ได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันชกมวยสากลในโอลิมปิกครั้งที่ 23 ปี ค.ศ.1984 ณ สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นพูดถึงชีวิตการเป็นนักมวยของเขาให้ฟัง ก่อนจะร่ายประวัติการก้าวขึ้นสู่สังเวียนมวย โดยบอกว่า ตนเองนั้นไม่เคยชอบมวย แต่พ่อชอบมวยมาก จนวันหนึ่งเมื่อพ่อเสียชีวิตลง ตั้งแต่เขาเรียนอยู่ ป.4 แม่ที่มีลูกมากถึง 6 คน จึงค่อนข้างลำบาก หลังจากกัดฟันเรียนจนจบชั้น ป.7 แล้วไปทำสวนเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ต้องตรากตรำอยู่ในสวนถั่วลิสง ก็พยายามคิดว่าทำอย่างไร ถึงจะหาเงินได้โดยไม่ต้องลำบากขนาดนี้

                "จนมีมวยในงานวัดงานประจำปีที่บ้าน นึกถึงพ่อ พ่อเป็นคนที่ชอบมวย เลยลองไปเปรียบมวย ชีวิตมวยผมมันโชคดี คือชะตาลิขิตว่ามึงต้องเป็นนักมวย ไอ้คู่ชกผมคนแรก เป็นนักมวยขี้ยา เหวี่ยงกันไปเหวี่ยงกันมา มันเป็นลม ผมไม่เป็นมวยเลย มันเป็นลม ผมชนะน็อคยกสาม ชนะเพราะมันเป็นลม ตอนนั้นได้เงินมา 90 บาท ดีใจ เหนื่อยก็ไม่เหนื่อย เจ็บก็ไม่เจ็บ เฮ้ย ! มวยมันหมูนี่หว่า"

                ขาวผ่อง พูดถึงปรัชญาการชกมวยของเขาแบบง่ายๆ ว่า "... ถ้าคู่ต่อสู้ผม หน้าตาไม่เหมือนพ่อ มาเลย ใครก็ได้ กูไม่กลัวใครทั้งนั้น ในชีวิตชกมวยมาเนี่ย ผมชกมวยไทยประมาณ 200 กว่าครั้ง ไม่เคยโดนไล่ลง ไม่เคยคิดจะทรยศต่ออาชีพของตัวเอง ผมชกต่างจังหวัดมา 20 ครั้งจนเป็นดาวรุ่งภูธร จนเนื้อหอมมาก ล่าเดิมพัน กินเดิมพัน เข้ากรุงเทพฯครั้งแรกเมื่อปี 2518 ... จากที่ค่าตัว 90 บาท มาได้สูงสุด 120,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง ตอนนี้ชกครั้งหนึ่งแม่ทำงานเป็นสี่ห้าปี มันเลิกไม่ได้แล้ว ทั้งที่ใจไม่เคยชอบมวยเลย ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ชอบ"

 

คุณมองการชกมวยเป็นการหาเลี้ยงชีพ?

                เป็นหน้าที่ ทำเพื่อหน้าที่ และโชคชะตา ผมต้องเป็นนักมวย ถ้าไม่เป็นนักมวย ไอ้คนแรกผมไม่เป็นไอ้ขี้ยาหรอก พอเริ่มชก เป็นแชมป์เวทีลุมพินี เริ่มไม่มีคู่ชก ใหญ่ขึ้น 135 ปอนด์  ค่านิยมเซียนมวยสมัยนั้นเริ่มลดน้อยถอยห่างไปเรื่อยๆ ... เลยคิดว่า อยากชกมวยสากลสมัครเล่น ไม่ได้คิดอะไรเลย  คิดอย่างเดียวว่า ถ้าเราได้เป็นตัวแทนทีมชาติเมื่อใด เราคงมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศฟรีเมื่อนั้น แค่นี้เอง ไม่ได้คิดอะไรเลย

ทำไมคิดแบบนั้น

            เห็นตัวอย่างจากสนามบินอู่ตะเภา บ้านผมอยู่ระยอง ช่วงนั้นอเมริกันยังเรืองอำนาจอยู่ B-52 บินทุกวันเลย จินตนาการ บนเครื่องบินมันต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ มันลอยอยู่ในอากาศได้อย่างไร คิดไปต่างๆ นานา ถ้าเรามีโอกาสได้ไปนะ ถ้าเรามีโอกาสได้นั่งนะ เราจะต้องนั่งไปเพื่อแข่งกีฬา มีธงไตรรงค์ติดหน้าอก มันโก้ คิดอย่างเดียวว่ามันโก้ เลยลองชกมวยสากลสมัครเล่น

เริ่มต้นที่เอเชียนเกมส์?

                มวยชิงแชมป์ประเทศไทยก่อนปี 2524 ... ปีนั้นไม่ได้เหรียญ ก็ไม่ละความพยายาม ปี 2525 ก็ได้เหรียญประเทศไทย ได้เป็นทีมชาติครั้งแรกไปชกรายการชิงแชมป์เอเชียที่เกาหลีใต้ สามวันสามคืนก่อนเครื่องขึ้น นอนไม่หลับ กูจะได้ไปต่างประเทศแล้ว กูจะได้นั่งเครื่องบินแล้ว นึกไปต่างๆ นานา จนนอนไม่หลับ ...นั่นแหละ เป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกไปประเทศเกาหลีใต้ ไปแพ้เจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ แพ้ คิม ดอง คิน ที่จำมันได้ เพราะมันต่อยกับผมสามครั้ง ชิงแชมป์เอเชียที่เกาหลีใต้ ชิงแชมป์เอเชียนเกมส์ที่อินเดีย และชิงแชมป์คิงส์คัพที่กรุงเทพฯ สามครั้งเนี่ยผมแพ้มันทั้งสามครั้ง สู้ไม่ได้

เลย เจอรอบชิงหมดเลย ไม่ได้แพ้ฝีมือ แต่แพ้แรงปะทะ แพ้ลูกทรหดอดทนมัน อาจจะเกี่ยวกับการฝึกซ้อมเราไม่ดีด้วยมั้ง

ตอนนั้นยังไม่มีวิทยาศาสตร์การกีฬา?

                ไม่มี วัตถุบุคคลดีอย่างเดียว มวยสมัยก่อนไม่มีหรอก วิทยาศาสตร์การกีฬา ชีพจรเต้นเท่าไร ทัวร์นาเมนต์นานาชาติทุกทัวร์นาเมนต์ ผมผ่านมาหมด ได้แชมป์ซีเกมส์ที่สิงคโปร์ ได้แชมป์อาเชียนอินวิเตชั่นที่มาเลเซีย ได้แชมป์มวยทหารโลกที่กรุงเทพฯ ได้รองแชมป์เอเชียที่เกาหลีใต้ ได้รองแชมป์เอเชียนเกมส์ที่อินเดีย รองแชมป์เวิลด์แชมเปี้ยนชิปที่อิตาลี รองแชมป์เวิลด์คัพที่อเมริกา ทุกทัวร์นาเมนต์ จน 11 สิงหาคม เป็นแมตช์โอลิมปิก ชิงกับ เจอร์รี่ เพลท ที่สหรัฐอเมริกา ก็ได้เหรียญเงิน...

ตอนนั้นคาดหวังว่าจะไปถึงขั้นไหน?

                ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ตอนนั้นมีสื่อมวลชนเขียนอย่างนี้ ผมยังตัดเก็บไว้เลย เขาเขียนว่า โอลิมปิกคราวนี้ ไทยเราส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ที่หวังได้ก็น่าจะมีมวยสากลสมัครเล่น ก็จะมีนักมวย ชื่อ 1, 2, 3, 4, 5 ที่เหลือก็เป็นเพียงตัวประกอบ ที่เขาเอ่ยชื่อมา ไม่มีชื่อผมเลย ผมยังตัดเก็บไว้เลยว่ากูเป็นตัวประกอบใช่ไหม ...

                จนผมชนะโรมาเนียและเข้าชิงกับสหรัฐอเมริกาชื่อ เจอร์รี่ เพจ วันที่ชิง 11 สิงหาคม ที่อเมริกา มันตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ไอ้กระดาษแผ่นนั้นที่มันว่าผมเป็นตัวประกอบ วันที่ผมชนะเปอร์โตริโก้ ได้เหรียญทองแดง ผมเดินถือมาเลย เจอหัวหน้า พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ หัวหน้าครับ ใครนะที่มันเขียนว่าผมไว้นะ คอยดู ที่ว่าผมเป็นตัวประกอบนะ ผมจะเป็นตัวประกอบยอดเยี่ยมแบบ ดี๋ ดอกมะดัน ให้ได้ ปีนั้น ดี๋ ดอกมะดัน ได้ตัวประกอบยอดเยี่ยมตุ๊กตาทอง สมัยนั้นการสื่อสารมวลชนมันช้า สักพักหนึ่งมีพี่โรจน์อนันต์ จากไทยรัฐเขียน ผ่องเอ๊ย พระเอกตายหมดแล้ว ก็เหลือแต่ตัวประกอบนี่แหละที่จะไปช่วยนางเอกได้ เขาเขียนปลอบผมไง

                วันเข้าชิง ก่อนชก พี่เลี้ยงนั่งคุย เฮ้ย ! ไอ้ผ่อง มึงต่อยกับเจ้าภาพ ถ้ามึงน็อคมันไม่ได้ มึงแพ้มันนะ ทุกคนพูดอย่างนี้หมดเลย เอาวะ ตายเป็นตาย พอระฆังยกหนึ่งดัง ผมซัดใส่มันอย่างเดียว เดินอุตลุด ไล่ต่อยอุตลุด ทั้งสามยกไม่มีถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว หมดยก เจอร์รี่ เพจ เกาะเชือกหมดสภาพ แต่นี่เป็นบ้านมันไง มันยอมไม่ได้ มันทนทุกอย่างที่จะประคองตัวให้ครบยกอย่างเดียว ... ผมแพ้ 5 - 0 ในสมัยนั้นไม่มีอะไร คือแพ้ แต่เทปการชกเพิ่งส่งกลับมาที่ช่อง 5 อีกประมาณอาทิตย์หนึ่ง ตอนนั้นยังพักอยู่ ยังไม่ได้กลับ มารู้ทีหลังว่าเทปมันส่งมาแล้ว พอคนมาดู แพร่ภาพออกไป วันชิงผมสู้มาก ตายเป็นตายเลย ตรงนั้นเริ่มเป็นกระแสมากขึ้น เริ่มเป็นการผลักดันความสนใจของคนทั้งประเทศมากขึ้น จนวันที่ผมเดินทางกลับ สจ๊วร์ตบนเครื่องบินเดินมาบอก ตอนนี้มีคนมารอรับที่ดอนเมือง ตอนนั้นประมาณเที่ยงคืน พอเครื่องลง เขาบอกว่าเดี๋ยวนักกีฬาไทยลงทางนี้นะครับ ผู้โดยสารลงอีกทางหนึ่ง คนลงคนแรก ขาวผ่องลงนะครับ ตอนเครื่องลงรันเวย์มามองไม่เห็นคนนะ มันมืด พอประตูเปิดปั๊บ โอ้โห คนแน่นไปหมดเลย ลงบันไดมา จำได้ คนแรกเลย ท่านรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนำพระสยามเทวาธิราชมาให้หนึ่งองค์ ตอนนี้ยังเก็บไว้บูชาที่บ้าน หลังจากนั้นเจ๊กลากไป-ไทยลากมา เมาคน สายันต์ สัญญา สมัยนั้นดังมาก สู้ผมไม่ได้เลย พวงมาลัยยกออกไปเดี๋ยวมาอีกแล้ว เต็มแล้วเต็มอีก ระบมไปหมด ชกมวยยังไม่เจ็บเลยนะ แต่รับพวงมาลัยดอกไม้สดหมดเลย ถ้าผมขายพวงละ 10 บาท ผมจะมีเงินสักสองแสนได้ คนเยอะมากเลย คนต้อนรับเยอะมากเลย

ก่อนหน้านั้น มีปรากฏการณ์แบบนี้ไหม?

                ไม่มี มีพเยาว์ พูนธรัตน์ ได้เหรียญทองแดงก่อนหน้าผม 8 ปี ได้จากมอนทรีอัล ประเทศแคนาดา คนก็ไปต้อนรับน้อย

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้คนไทยกับโอลิมปิกเริ่มมีการอัดฉีด?

            เริ่มจากปีผม ก็อัดฉีดเหมือนกัน ถ้าได้เหรียญทองจะได้บ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน เงินหนึ่งล้าน ปรากฏว่าได้แค่เหรียญเงิน คุณวินัย เสริมสิริมงคล เขาเป็นผู้จัดการทีมไป ช่วงนั้นเขาก็ปรึกษาหารือกับทีมเพื่อนธุรกิจเขา เขาบอกว่าถึงเป็นเหรียญเงิน ก็...เหมือนเหรียญไอ้แก้วนี่แหละ เหรียญชนะใจคนดู งั้นให้บ้านด้วย ปรากฏว่าเขาขอจากเพื่อนเขามา เป็นบ้านมาหนึ่งหลังพร้อมกับหนี้ติดแบงก์อยู่...ชีวิต ผมอยู่ได้สองปี หมู่บ้านบอกว่า คุณขาวผ่องครับ หมู่บ้านมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบว่า บ้านหลังนี้ติดแบงก์อยู่เท่านี้นะครับ คุณเอาเงินไปปลดแบงก์ได้ไหมครับ ตอนนั้นทำไมมันออกข่าวว่ายกบ้านให้ฟรีๆ สุดท้ายผมขายบ้านนั้นไป รักษาไว้ไม่ได้ ช่วงนั้นที่ผมกลับมา หน้าตาแบบนี้ คุณคิดดูเถอะ เป็นพระเอกหนัง หน้าตาอย่างกับจะกินหมาดิบได้ เป็นพระเอกหนัง วิลลี่ แมคอินทอช ว่าหล่อๆ ยังเสร็จผม ช่วงนั้น สิ่งที่ไม่เคยได้เห็นก็ได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยได้กินก็ได้กิน

ถือเป็นช่วงสูงสุดของอาชีพชกมวย?

                ของชีวิตเลยแหละ ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต

นิสัยเปลี่ยน?

                เปลี่ยน ความเป็นอยู่มันเปลี่ยน พอผมได้เหรียญมาปั๊บ สภาพความเป็นอยู่ของตัวเองเปลี่ยน จากหน้าเท้าเป็นหลังมือ มันเปลี่ยนไปขนาดนั้น แต่พอหลังจากได้เหรียญมาปีหนึ่ง มันเปลี่ยนกลับไปเหมือนเดิมแล้ว หมด ใช้ชีวิตแบบไม่สว่างไม่กลับบ้าน ใช้ชีวิตสารพัดรูปแบบ เหล้า บุหรี่ นารี ครบหมด จนถึงวันหนึ่งประมาณปี 2535 เจ็ดปีหลังจากได้โอลิมปิกมา ผมถลุงใช้หมดเลยเจ็ดปี สมัยนั้นโรคเอดส์ยังไม่ดังด้วย ถ้ามีโรคเอดส์ ป่านนี้ผมเป็นโรคเอดส์ตายไปแล้ว จนถึงปี 2535 ผมมานั่งปลงตัวเองแล้วว่า ถ้าเราไม่เลิกประพฤติตัวแบบนี้ เราจะไม่เหลืออะไรเลย วันนั้น 31 ธันวาคม 2535 เป็นวันสุดท้ายที่ผมดึงตัวเองขึ้นมาจากห้วงเหวนรก

นักกีฬาทุกคนที่ประสบความสำเร็จ มีโอกาสพบเจอสิ่งยั่วยุ?

                99.99 เปอร์เซ็นต์ มันดังไง คุณไม่ดัง คุณไม่รู้หรอก ความดังของฮีโร่ แล้วมันมีเหรียญ เหรียญนี้เป็นเหรียญวิเศษ พาเราไปไหนก็ได้นะ พาไปขึ้นสวรรค์ พาไปลงนรก พาไปได้หมด

ตอนนี้กระแสทุ่มไปที่การอัดฉีด คุณมองเรื่องนี้อย่างไร

            ผมบอกตรงๆ นะ มันดีทั้งสองอย่างแหละ การอัดฉีดตอนปลายเหตุ ได้เหรียญแล้วมันก็ดี ดีกว่าไม่ให้ ดีกว่าคนมีเงินร่ำรวยล้นฟ้า แต่ไม่ให้ เฮๆ เชียร์ด้วย แต่ไม่ให้ ผมว่าไม่เข้าท่า แต่ถามว่าถ้าเราสนับสนุนตั้งแต่ต้นเหตุ ตั้งแต่การเตรียมตัว มันเป็นการทำงานง่ายของสมาคม เพราะมีเงิน มีอะไรเข้ามา อย่างโอสถสภา เราช่วยสมาคมมวยสมัครเล่นทุกปี ปีละ 5 ล้านบาท มีสื่อบางฉบับหาว่าโอสถสภาชุบมือเปิบ แต่เราสนับสนุนมวยสากลสมัครเล่นทุกโอลิมปิก สนับสนุนยกน้ำหนักปีละ 2 ล้านบาท สองสมาคมนี้ช่วยมาตลอดนะครับ ถามกลับไปว่าตาตัน (ภาสกรนที) ให้ 10 ล้านดีไหม ผมว่าดี ดีกว่าคนอื่นที่มีมากกว่าตาตันอีก แต่ไม่เคยให้เลย

ทำอย่างไรถึงปลุกกระแสให้คนมาสนับสนุนตั้งแต่ต้นทาง?

                มันปลุกไม่ได้หรอกครับ กีฬาทุกกีฬา คนทุกคน ถ้าทุกคนมีจิตสำนึก นักกีฬามีจิตสำนึก ผู้สนับสนุนมีจิตสำนึก ถ้าคุณไม่เห็นแก่ตัวมาก คนเห็นแก่ตัวถึงเอาตีนมาถีบ มันก็ไม่ให้หรอก คุณเห็นนี่ครับว่า แก้วเขาชก เขาเป็นอย่างไร เขาลำบากแค่ไหน ยกน้ำหนักนี่เขายกลำบากแค่ไหน บางคนข้อพังหมด นักยกน้ำหนักเขาน่าสงสารนะ สังเกตไหม ผู้หญิงเสียงจะเป็นผู้ชายหมดเลย หุ่นเขาเสียหมดเลย เพราะอะไรรู้ไหม นักยกน้ำหนักต้องมีสารตัวหนึ่งที่ต้องช่วย แล้วสารตัวนี้จะไปทำให้เส้นเสียงผู้หญิงกลายเป็นผู้ชายไปหมดเลย มันเหมือนฮอร์โมนอะไรพวกนี้ ต้องสั้นๆ เตี้ยๆ ขาใหญ่ บึ้กๆ

                แต่ถ้าเขานึกถึงนักกีฬาพวกนี้นะ นักกีฬามีความตั้งใจที่จะทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติเป็นหลัก แต่นักกีฬาเองก็มีความตั้งใจเหมือนกันว่า หลังจากได้เหรียญรางวัลแล้ว เงินทองก็จะตามมา ทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น

ซึ่งเราก็ไม่ได้ผิดอะไร?

                ไม่ผิด ผมไม่โทษใครเลย ผมได้เงินอัดฉีดมาหนึ่งล้านบาท ผมได้ขันน้ำพานรองมาหนึ่งใบจากกทม. จากรัฐบาลผมไม่ได้สักสลึงเลยนะ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่สามารถย้อนหลังได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมเสือกเกิดเร็วเอง เสือกไปได้เหรียญมาเร็วเอง มาโทษผมไม่ได้หรอกอย่างนี้ ต้องโทษพ่อกับแม่ผมสิแบบนี้ จีบกันเร็วก็มีผมเร็ว... ผมเคยรักษาตัวเอง ไปนอน sleep test หมอบอกว่าผมมีภาวะขาดอ็อกซิเจน กรนมาก ต้องรักษา ถ้าไม่รักษามีโอกาสเป็นไหลตาย ผมก็ไปตัดทอนซิลไปข้างหนึ่ง พับลิ้นไก่ขึ้น เปิดช่องคอให้มันกว้างขึ้น เสร็จแล้วมีค่ารักษาประมาณ 99,000 กว่าบาท ผมทำเรื่องไปขอเบิกที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนากีฬาชาติ เขาแทงกลับมาว่า ไม่อนุมัติเนื่องจากแพทย์ไม่ได้ระบุว่า ถ้าไม่รักษาแล้วจะตาย โกรธมาก ผมสั่งลูกสั่งเมียเลยว่า ถ้าผมเป็นอะไรไปนะ ถ้าการกีฬาฯ เอาเช็คมามอบหน้าศพอย่ารับนะ ถ้ารับจะมาเข้าฝันหักคอให้หมดเลย ตายแล้วจะเอาไปทำอะไร แต่คิดไปคิดมาอีกที คนข้างหลังก็ยังอยู่ แต่ผมไม่พอใจเอามากๆ เลย ทำไม เป็นความผิดของผมเหรอ ที่ผมได้เหรียญมา แล้วผมได้แค่ขันน้ำพานรอง ที่ผมได้เยอะสุดนะ คือคุณพระศรีรัตนตรัย เดี๋ยวก็มาแล้ว ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยดลบันดาลให้คุณขาวผ่องมีความสุขนะครับ สาธุ

จากประสบการณ์ มีอะไรฝากอยากบอกคนรุ่นหลังๆ ที่ได้เหรียญรางวัลพร้อมเงินอัดฉีดบ้างมั้ย

            ตัวแก้ว (พงษ์ประยูร) เอง ผมไม่ห่วงเขาเท่าไร ผมเชื่อว่าสถาบันครอบครัวสามารถเหนี่ยวรั้งกันได้ ยกเว้นผัวไปทาง-เมียไปทาง แต่ถ้าผัวทำไม่ดี-เมียคอยดึงไว้ นี่ช่วยได้เยอะ ส่วนคนอื่นๆ คนโสดๆ โดยเฉพาะผู้ชาย เอาเฉพาะนักมวยแล้วกัน ผมเห็นใจเขา พอได้เหรียญมาแล้ว เหมือนได้ทะลุออกจากกำแพง แล้วหนทางที่เขาเห็นจะเป็นของสวยงาม ถึงแม้จะรู้ว่าจอมปลอมก็จริง แต่มันสวยงาม มันสนุก ได้ยินข่าวของฮีโร่บางคนที่หมด หลงแสงสีหมด เล่นการพนันหมด ผมเข้าใจพวกเขานะ ถ้าเขาคิดไม่ได้เหมือนผม เขาจะลำบากจริงๆ แล้วพวกนี้ ถ้าหมดไปแล้วจะเรียกกลับมามันยาก ไม่มีใครในบรรดานักมวยทั้งหมด ความเป็นอยู่ในปัจจุบันไม่มีใครเหมือนผม ปัจจุบันผมทำธุรกิจขายเครื่องสำอางนะครับ แล้วขายดีด้วย ผมทำแบรนด์ของตัวเอง ชื่อ ลิลลี ไวท์ แฟนผมเขาถนัด

แล้วแวดวงกีฬาเข้าไปข้องเกี่ยวอะไรบ้าง

            ทุกวันเสาร์ ผมยังภาคมวยช่องสามอยู่ ที่ผมทำนี่ผมรู้ว่ามันไม่ได้อะไรหรอก แต่ผมไม่อยากให้คนลืมฮีโร่โอลิมปิก และผมชอบเสนอหน้ามาก กล้อง สื่ออยู่ตรงไหน ผมก็ออกตรงนั้น ไม่สนใจหรอก ผมชอบเสนอหน้าจริงๆ แล้วเรื่องกีฬา ฟุตบอลนี่ทุกแมตช์ในไทยพรีเมียร์ลีก ผมดูตั้งแต่รปภ.จนถึงหมอ ผมดูแลหมด จัดการแข่งขัน

มองกีฬามวยวันนี้ เปลี่ยนไปเยอะไหม

            เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนไม่เป็นธุรกิจขนาดนี้ นี่เป็นธุรกิจระหว่างประเทศ ธุรกิจระดับโลก เพราะฉะนั้น สมาคมกีฬาหนึ่งสมาคม มันยาก หากจะทำให้มันดีได้ มันยาก ผลประโยขน์มันเยอะ ผลประโยชน์ระหว่างประเทศเลย

ด้านคุณภาพชีวิตนักมวยล่ะ ?

            ดีขึ้นมาก สมัยผมได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 100 บาท สมัยสมรักษ์ คำสิงห์ ได้วันละ 1,000 บาท ได้เงินเดือน 50,000 บาท สมัยนี้ก็ประมาณนี้

ความรู้สึกตอนเป็นฮีโร่ มันพองโตขนาดไหน

                มันพอง ความรู้สึกก็คิดว่า วิลลี่ แมคอินทอช ยังสู้เราไม่ได้ คิดเอาเองก็แล้วกันว่า ความรู้สึกเราเป็นอย่างไร

เดินไปไหน ยืดเลย?

                เสื้อนี่ใส่ไม่ได้ มันแตกหมด มันยืด จริงๆ ความรู้สึกนั้น เหมือนมีคนจับตาตลอด แต่มันวางตัวลำบากนะ เพราะเหรียญนี้จะพาเราไปทางไหนเท่านั้นเอง พาไปในสิ่งอโคจร พอไปเจอนักข่าวเข้า มันก็เอามาเขียนเราไม่ดี มันเป็นดาบสองคม มีท้งด้านมืดด้านสว่าง แต่คำว่าฮีโร่ คำว่าวีรบุรุษ ทำให้เราเป็นบุคคลพิเศษขึ้นมา จะทำอะไร จะแวะฉี่ข้างทางก็ไม่ได้ จะแวะกินก๋วยเตี๋ยวหน้าปั๊มก็ไม่ได้ ต้องระวัง

ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาไม่ได้เลยหรือ

            ปัจจุบันได้แล้ว เมื่อก่อนลำบาก วางตัวลำบากมากเลย เดี่ยวนี้ไม่สนใจ

ยังมีคนมาทักทาย?

                เยอะ ก็ผมเสนอหน้าเก่งไง คนจำได้เยอะ อีกอย่าง ผมคิดอย่างเดียวว่า ผมจะทำอะไรก็ได้ ถ้าผมไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ผมทำหมด หักมุมตัวเองอยู่เรื่อยๆ

ตกลงตอนนี้มีภรรยากี่คน (ฮา)

                คนเดียว (หัวเราะ) คนที่มีเมียเยอะ คนที่มองผู้หญิงคนอื่นสวยกว่าเมียตัวเอง คนนั้นดวงเริ่มตกแล้ว ลองคิดดูให้ดี ถ้าคุณจีบคนอื่นแล้วหวังที่จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง นั่นน่ะดวงเริ่มตกแล้ว เริ่มยุ่งยาก ยุ่งมาก คนที่มีครอบครัว สถาบันครอบเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิต ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ดีที่สุดในโลก

ลูกกี่คนแล้ว

                ลูกสอง คนโต 16 คนเล็ก 12 แต่ลูกผมตัวใหญ่มาก ลูกชายสูง 187 ลูกสาวอายุ 12 ปี สูง 168 พอคนที่สองเป็นผู้หญิง บอกแฟนว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ทำหมันให้ พี่ยอมทำหมันเอง เพราะไปเชื่อหมอ คุณขาวผ่อง ผู้ชายทำหมันเจ็บเท่ามดกัดเอง มดทั้งรังสิ เป็นลมเลย

หลังจากผ่านวันที่เป็นฮีโร่ของคนไทยแล้ว ความเป็นฮีโร่สอนอะไรเราบ้าง

            สอนเยอะ สอนเยอะมากเลยนะ คำว่าฮีโร่ มันเหมือนครูเลยนะ ผมไม่เคยสนใจเรื่องฮีโร่หรอก ผมสนใจไอ้เหรียญนี้เหรียญเดียว มันเป็นเหรียญวิเศษ เหรียญนี้ทำให้ผมเป็นอะไรก็ได้ มันสอนให้ผมเป็นอะไรก็ได้ แล้วแต่เราจะให้มันไปทางไหน บางสิ่งบางอย่างเราดูเหมือนกับความสุข มันเหมือนกับความสนุก แต่จริงแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นสิ่งหลอกลวงเหมือนกัน ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เพราะเหรียญสามารถทำให้เรารู้ว่าสุดขั้วเป็นอย่างไร เที่ยวสุดขั้วเป็นอย่างไร เลวสุดขั้วเป็นอย่างไร เหรียญนี้ทำให้เราไปถึงสุดขั้วได้หมดเลยนะ พาเราไปได้หมด ความสุขที่แท้จริงของเราคือครอบครัวก็มาจากเหรียญนี้ มันทำให้เราสูบฝิ่นสูบกัญชาก็เหรียญนี้ ผมเคยสูบฝิ่น สูบกัญชานะ เคยสูบบุหรี่ เคยกินเหล้า ทุกอย่าง เพราะเหรียญนี้

ดังนั้น ใครก็ตามที่จะได้รับมันควรจะ... ?

            ตั้งรับมันให้ดี มีทุกรูปแบบเลยนะ เมื่อวานอยู่ๆ มีคนโทรเข้ามา ผมเป็นนักมวยเก่าครับ ปัจจุบันมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ ผมไปรับงานเขามา 3 หมื่นบาท รับมัดจำเขามาแล้ว 2 หมื่น ผมทำเงินหาย ผมขาดเงิน 5 พัน ขาวผ่องช่วยผมหน่อยสิ ผมยืม 5 พัน บอกเฮ้ย ! เอากับผมถึงขนาดนี้เลยเหรอ มีผู้หญิง (โทร.มา) จะติดต่อคุณสามารถ พยัคฆ์อรุณค่ะ อ๋อ ! ที่นี่ไม่มีหรอกครับ มีแต่ขาวผ่อง ขาวผ่องก็ได้ค่ะ ทะเลาะกับผัวแล้วขอตังค์ 600 บาท ลงทุนลูกชิ้นปิ้ง เขาโทรมาขอผม บางคนโดนเทศกิจยึดรถ ขอตังค์ผม 1,200 ไปไถ่รถคืนมา แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผมไม่ให้เลยนะ มันอาจจะจริงก็ได้ หรือไม่จริงก็ได้ เราไม่รู้  แต่ที่มาหาผมถึงบริษัท ผู้หญิงพาลูกมา แฝดสี่ ล่าสุดผมเจอเขา ลูกโตเป็นสาวหมดแล้ว ช่วงนั้นมาขอให้ผมช่วย ขอนมขออะไร ผมขอบริษัทให้ อันนั้นผมช่วย จนล่าสุดไปเจอ คุณขาวผ่องคะ นี่ลูกหนูที่หนูพาไปหา เนี่ยเราช่วย บางคนเดินมาที่โอสถสภานี่มาบ่อย มาเยอะ มาหาผม บางทีช่วยค่ารถ พระมาเยอะมากเลยนะ แต่ที่โทรศัพท์มา ผมไม่ช่วย

            ช่วงนี้รอดูอย่างเดียวว่า ชีวิตลูกเราจะไปถึงฝั่งอย่างไร เท่านั้นเอง ถ้าลูกผมช่วยตัวเองได้แล้ว มีครอบครัวไปแล้ว ผมจะบวช จะไปอยู่อาศรม.

 

 

 

 

Tags : ขาวผ่อง สิทธิชูชัย ทวี อัมพรมหา นักมวย กีฬา โอลิมปิก

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement