กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 15 สิงหาคม 2555 02:57

เหรียญทอง ต้อง 'อัดฉีด'

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เพราะ 'เงิน' ส่งผลโดยตรงต่อ 'เหรียญ' แต่จะดีกว่าไหม หากธุรกิจไทยเปลี่ยนวิธีคิด หันมาอัดฉีดเงินในรูปของการ 'สนับสนุนกีฬา' ตั้งแต่ต้นทางแทน

หลังเดินทางกลับจากการ 'สู้เพื่อชาติ' ในสนามการแข่งขันระดับโลกอย่างโอลิมปิก 2012 ทันทีที่เครื่องแตะลงพื้น โปรแกรมการ 'เดินสาย' ของทัพนักกีฬาไทยก็ถูกกางไว้คอยท่าเรียบร้อยแล้ว

ไหนจะต้องขึ้นรถแห่รอบเมือง ตระเวนขอบคุณสื่อมวลชน ตลอดจนเข้าคารวะบุคคลสำคัญของประเทศ แต่ที่พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดก็คือ การเดินทางไปรับมอบเงินรางวัลก้อนโต ตามคำสัญญาของธุรกิจเงินหนาทั้งหลายที่เคยประกาศไว้

รวมๆ แล้วเม็ดเงินทั้งจากภาครัฐและเอกชนรวมกัน มูลค่ารางวัลขั้นต่ำสำหรับ 'คนมีเหรียญ' ก็เหยียบสิบล้านบาทเข้าไปแล้วสำหรับเหรียญทองแดง ส่วนนักกีฬาที่พลาดหวัง ไร้เหรียญห้อยคอกลับบ้าน ก็ได้รับเงินปลอบใจกันไปตามสมควร

จริงอยู่ว่า ถึงแม้จะไม่ได้มีเงินรางวัลการันตี นักกีฬาไทยทุกคนต่างต้องสู้กันอย่างสุดใจแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของ "เงิน" กับ "เหรียญรางวัล" นั้น ส่งผลต่อกันอย่างชัดเจน

เพียงแต่ 'เงิน' ในมุมมอง และความต้องการของคนในแวดวงกีฬานั้น อยากให้อยู่ในรูปของ 'การสนับสนุน' ตั้งแต่ต้นทางเสียมากกว่าการ'เงินอัดฉีด' (แถมด้วยซีนถ่ายรูปอีกนิดหน่อย) ที่ปลายทางอยู่เพียงอย่างเดียว

 

  • ไม่มีเงิน ไม่มีเหรียญ

 

ไม่ว่าจุดประสงค์ตั้งต้นของเม็ดเงินอัดฉีดจากภาคธุรกิจรายใหญ่จะเป็นด้วยเหตุผลใด แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ก็คือ 'เงิน' ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของนักกีฬาไทย

เพราะในขณะที่งบจากส่วนกลาง สำหรับการเตรียมตัวนักกีฬาเพื่อเข้าแข่งขันในมหกรรมโอลิมปิก 2012 นั้นอยู่ที่ 67 ล้านบาท สำหรับนักกีฬาไทย 37 คน จาก 16 ประเภทกีฬา 

แต่หากนำมาเทียบกับงบประมาณการเตรียมทีมนักกีฬายกน้ำหนักสำหรับโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา ประเภทกีฬาเดียวแต่จัดสรรงบสูงถึง 80 ล้านบาท!

"เฉพาะค่ายาบำรุงร่างกายที่ต้องสั่งซื้อมาจากจีน ก็ตกอยู่ที่ 6 แสนบาทต่อคนต่อปีแล้ว" เสธ.ยอด พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย  นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทยเอ่ยถึงความจำเป็นของการใช้จ่ายเงินที่ต้องสูงถึงเพียงนั้น

ยังไม่นับรวมค่าอาหารที่ต้องจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านบาท เพราะเรื่องของโภชนาการคือ สิ่งสำคัญมากสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมให้นักกีฬา ซึ่งถึงแม้จะสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกสมาคมกีฬาจะทุ่มเทในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหาหลักยังคงเป็นเรื่องของ "เงิน"

...ไหนจะต้องจ้างโค้ชเงินเดือนหลายแสน (ขณะที่เรทที่การกีฬาแห่งประเทศไทยจ่ายให้ได้อยู่ที่ราว 4.5 หมื่นบาท) ไหนจะต้องหาทางผลักดันให้ทีมงานก้าวขึ้นไปอยู่ในสมาคม หรือหน่วยงานในระดับสากลให้ได้ เพราะการ "คลุกวงใน" ก็ส่งผลอย่างมากสำหรับการเตรียมวางแผนอย่างรู้เขารู้เรา แล้วยังต้องเตรียมงบให้นักกีฬาตระเวนแข่งในหลายๆ สนามระดับโลก ฯลฯ

จะเห็นว่า ระหว่างเส้นทางกว่าจะปั้นนักกีฬาให้มีลุ้นได้นั้น ร้อยทั้งร้อย ต้องใช้เงินทั้งสิ้น!

แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้คือ

...นักกีฬายิงปืนอย่าง """เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ต้องลงทุนซื้อลูกกระสุนสำหรับซ้อมเอง ถึงขนาดโค้ชยูเครนยกกระสุนให้เอาไปซ้อม!

...นักกีฬายิงปืนประเภทเป้าบิน "น้องณี สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ก็มีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนหลักทั้งยังจ้างโค้ชเองด้วย

...นักกีฬาขี่ม้า "น้องณีน่า รุจิราภรณ์ ล่ำซำ ลิเกิ้น ก็ทุ่มเงินส่วนตัวซื้อม้าสำหรับแข่ง ในราคาเฉียด 10 ล้าน

 

  • หว่านพืช ต้องมีปุ๋ย

 

เพราะรู้กันดีอยู่ว่า แรงสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นค่อนไปทางอัตคัตเสียมากกว่า โดยถ้ารอแต่งบส่วนกลาง การจะพัฒนากีฬาสู่ระดับโลกคงยากจะถึงฝัน

และก็ยังรู้กันดีอีกด้วยว่า อย่าถามหาเหตุผล! เพราะนี่คือเรื่องที่หลายๆ คนในวงการ ขอละไว้ไม่อยากจะให้ความเห็น

แต่เอาเป็นว่า ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ ก็คงต้องพึ่งลำแข้งของตัวเอง

"สมาคมไหนหาเงินไม่เก่ง นักกีฬาก็อดอยากเลยล่ะครับ" คำเปรยจาก นักชกเหรียญทองคนแรกของประเทศไทยอย่าง สมรักษ์ คำสิงห์ เมื่อถูกถามถึงความสำคัญของการลงทุนกับการกีฬา

เพราะแค่การเลี้ยงชีพในฐานะนักกีฬาทีมชาติ ก็ต้องเรียกว่าไม่ใช่จะสบาย อย่าเพิ่งคิดไปถึงเหรียญรางวัล หรืออนาคตที่ยังไม่มาถึง โดยเฉพาะกับนักกีฬาสมัครเล่น ที่ไม่ได้มีแข่งอยู่ตลอด จะมารอหวังเงินรางวัลอย่างเดียวก็ไม่พอ ขณะที่ค่าตอบแทนในฐานะนักกีฬาทีมชาติกลับจ่ายเป็น "รายวัน" ในราคาที่แพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำแค่นิดเดียว

แน่นอนว่า "ใจ" เท่านั้นที่ทำให้ "สู้" อยู่ได้

"สมัยผมเป็นทีมชาติได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาท เดือนๆ หนึ่งก็ได้ไม่เยอะ เพราะผมไม่ค่อยซ้อม" สมรักษ์ เล่าติดตลก ถึงจะดูขี้โม้ตามสไตล์ แต่นั่นก็สะท้อนถึงชีวิตนักกีฬา "ทีมชาติไทย" ที่จะหวังรวยนั้นคงยาก หากไม่มีเหรียญกลับมา

ขณะที่ เสธ.ยอด ก็ยืนยันถึงความสำคัญของเม็ดเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากภาคเอกชนว่า "ถ้าไม่มีสปอนเซอร์ สมาคมฯ ไม่มีทางทำได้สำเร็จอย่างทุกวันนี้"

โดยปัจจุบัน สมาคมยกน้ำหนักฯ มีผู้สนับสนุนหลัก คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งสนับสนุนเงินทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 85  ล้านบาท และยังเตรียมที่จะเดินเรื่องให้การสนับสนุนต่อไปอีกเป็นเวลา 4 ปี สำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล รวมเป็นจำนวนเงิน 64 ล้านบาท

และยังมี บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ประกาศว่าจะให้การสนับสนุนสมาคมยกน้ำหนักฯ ต่อเนื่องอีก 4 ปีจนถึงโอลิมปิกเกมส์ครั้งต่อไป ด้วยงบประมาณ 20 ล้านบาท

"นอกจากนี้เราก็ยังมีสปอนเซอร์หลักอย่าง โอสถสภา เอ็ม 150 ซึ่งส่งเครื่องดื่มเกลือแร่มาให้อยู่ตลอด เช่นกันกับ เอเชีย ไรซ์ ที่สนับสนุนข้าวสารมาให้สมาคมต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ยังไม่นับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ในการรักษาพยาบาลให้กับนักกีฬาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย" เสธ.ยอดแจง

โดยไม่ใช่แค่สมาคมยกน้ำหนักรายเดียวเท่านั้น ที่มองหาผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน เพราะทีมวอลเล่ย์บอลหญิงเอง ทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งพิงกำลังเงินจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเบียร์ช้าง เป็นต้น

 จะเห็นว่า รูปแบบการสนับสนุน ไม่ได้ออกมาเป็นตัวเงินอย่างเดียวเท่านั้น เพราะสุดแล้วแต่ ใครจะถนัดด้านใด ก็สามารถช่วยได้ในด้านนั้นๆ โดยการสนับสนุนเช่นนี้ อย่างน้อยนักกีฬา จนถึงเจ้าหน้าที่ของสมาคมต่างๆ ก็ได้รับรู้ว่า ตนเองนั้นไม่ได้สู้อยู่คนเดียว

 

  •  อัดฉีด คู่ สนับสนุน

 

ส่วนเรื่องของเงินรางวัลที่จะได้ติดปลายนวมกลับมา หากมีเหรียญรางวัลนั้น ตัวเสธ.ยอด และ สมรักษ์ เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ว่าไม่ควรให้ เพียงแต่หากปรับน้ำหนักเสียใหม่ ก็อาจจะมีโอกาสที่นักกีฬาไทยจะได้ขึ้นแท่นรับเหรียญรางวัลจะมีเพิ่มมากขึ้น

"เงินอัดฉีด จริงๆ แล้วไม่ได้มีผลโดยตรงกับการได้เหรียญ เพราะนักกีฬาไม่ได้สู้เพราะอยากได้เงิน แต่ต้องยอมรับว่า เงินอัดฉีด ทำให้เด็กรุ่นใหม่สนใจอยากจะเล่นกีฬามากขึ้น และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เรามีโอกาสจะได้นักกีฬาเก่งๆ เข้ามาในทีมชาติมากขึ้นด้วย" เสธ.ยอด เอ่ย

พร้อมกับประเมินว่า ยังมีอีกหลายชนิดกีฬาที่มีแววจะพัฒนาได้ หากมีเงินทุนที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นยูโด, มวยปล้ำ, ยิงปืน กระทั่งแบดมินตัน และเทควันโดที่มีลุ้นเหรียญมากก็ยังได้รับการสนับสนุนเรื่องเงินทุนไม่เพียงพอ

"ส่วนของสมาคมผม ต้องบอกว่าอยู่ตัวแล้วครับ สำหรับโอลิมปิกเกมส์ครั้งหน้า เราเตรียมงบประมาณกันไว้แล้ว ว่าจะใช้ที่ประมาณ 120 ล้านบาท ตกอยู่ที่ปีละ 30 ล้านบาท สำหรับการเตรียมทีม เพราะนอกจากจะต้องพัฒนานักกีฬาตัวหลักที่มีอยู่ เราก็ต้องเตรียมสำหรับรุ่นที่จะขึ้นมาผลัดใบใหม่ด้วย

เพราะการเตรียมนักกีฬาตั้งแต่ในระดับเยาวชน คือ เรื่องสำคัญ หากยังไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน เพราะยังไม่มีผลงานที่เห็นได้ชัด แต่สำหรับการเข้ามาช่วยเป็นผู้สนับสนุนให้กับนักเทนนิสเยาวชนดาวรุ่งที่อันดับโลกกำลังดีวันดีคืน 'เจ้าแม็ก' ชญานนท์ แก้วสุทอ นั้น ต้องเรียกว่าเป็นโชคของนักกีฬา เพราะหากไร้แรงสนับสนุนจาก วัชระ สุทธิวนา ในนามบริษัท 2010 โกลบอลซอร์สเซส จำกัด การจะไปให้ถึงฝันคงจะริบหรี่อย่างแน่นอน

เรื่องนี้ วัชระ ในฐานะเจ้าของเงิน แถมยังไม่ได้เป็นญาติสนิทชิดเชื้อกับตัวนักกีฬามาก่อน แต่เพราะมองเห็นศักยภาพในตัวนักกีฬาที่พัฒนาได้อีกไกลหาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่

วัชระ จึงตกลงใจเป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่เสื้อผ้า อาหาร การกินอยู่ อุปกรณ์กีฬา ค่าโค้ช จนถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแข่งในสนามระดับนานาชาติ เพื่อให้นักกีฬาเพิ่มพูนประสบการณ์ เพราะยิ่งได้แข่งมากสนาม ประสบการณ์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

โดยผลที่ออกมาก็คือ เจ้าแม็ก มีอันดับที่ดีวันดีคืน หลังจากเริ่มสนับสนุนมาได้ราวปีเศษ โดยตั้งเป้าหมายที่จะขึ้นมาอยู่ใน ท็อป 50 ให้ได้ในที่สุด

"มันก็เหมือนกับการปลูกข้าวนั่นแหละครับ ถ้าโรยปุ๋ยเสียหน่อย ก็จะได้รวงข้าวที่ดีออกมา แล้วรวงข้าวที่ดี ที่สมบูรณ์ก็จะย้อนกลับมาสร้างรายได้ให้เราเอง"

เป็นคำเปรียบเทียบของเสธ.ยอด ที่ฉายภาพในอีกมุมหนึ่งให้นักธุรกิจมองเห็นการปลูกพืชอย่างใจเย็น ที่แม้จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ในทันที แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ต้องถือว่า "คุ้มค่า" มากกว่า

"เงินไม่กี่ล้าน มันไม่ได้ช่วยแค่นักกีฬ่า หรือสมาคมฯ แต่มันคือการช่วยชาติ ที่ได้กันทั้งประเทศเลยนะครับ!" เสธ.ยอดเอ่ย

 

Tags : เหรียญทอง กีฬา

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement