กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 1 สิงหาคม 2555 01:00

โลกนี้ยังมี 'เรา'

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ขณะที่แฟนกีฬาชาวไทยกำลังใจจดจ่อกับ "โอลิมปิค 2012" ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามสื่อสารผ่านกีฬา ให้สังคมรับรู้ว่า ยังมี "พวกเขา" อยู่

ไม่แน่ใจว่า ระหว่าง "ใต้เงาแดด" กับ "แรงกดดัน" บนลู่วิ่งในราชมังคลากีฬาสถาน อะไรจะ "จริง" กว่ากัน

ที่แน่ๆ รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้า หลังก้าวข้ามเส้นนั้นเป็น "ของจริง" อย่างแน่นอน

หลังเสียงปืนสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น นักกีฬาทั้งหมดบนลู่ต่างตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปตามเส้นทางตรงหน้าของพวกเขา เท่าที่กำลัง และแรงจะอำนวย หากเป็นนักวิ่งทั่วไป เมื่อเข้าเส้นชัยตรงหน้า การแข่งขันถือเป็นอันยุติ

แต่สำหรับเหล่า "นักกีฬาพิเศษ" แล้วล่ะก็ จนกว่าใครบางคนจะมาสัมผัสตัวแล้วบอกให้พอนั่นแหละ การแข่งขันของเขาถึงจะสิ้นสุดลง และนั่นถือเป็นภาพชินตาสำหรับการแข่งขัน "สเปเชียลโอลิมปิค" มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
 
เปลี่ยน 'พิการ' เป็น 'ความพิเศษ'

"หลายคนเข้าใจว่า นี่คือโอลิมปิกรอบคัดเลือกหรือเปล่า" นั่นคือความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับสเปเชียลโอลิมปิคที่ นริศ ชัยสูตร ประธานอำนวยการ คณะกรรมการสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย มักได้ยินอยู่เสมอ

อันที่จริง สเปเชียลโอลิมปิค (Special Olympics) เป็นโครงการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย และความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของบุคคลที่พิการทางสมองและปัญญาอย่างเป็นธรรมชาติ  โดยใช้การกีฬาเป็นสื่อ

"เราจะไม่เรียกคนเหล่านี้ว่า 'คนปัญญาอ่อน' แต่เราจะเรียกว่า 'คนพิเศษ' ซึ่งการใช้กีฬาสนับสนุนคนเหล่านี้ให้พัฒนาตนเองทั้งทางด้านสุขภาพ รวมทั้งพัฒนาไอคิว (IQ) ด้วย" เขาอธิบาย

ความพิการที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสมอง และสติปัญญาโดยตรงทำให้สเปเชียลโอลิมปิคไม่เหมือนกับ พาราลิมปิค (Paralympic Games) ซึ่งจะมีความพิการหลากหลายกว่า

"เราไม่ได้แข่งเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศในหมู่คนพิการ แต่เพื่อทำให้คนพัฒนา" นี่ก็เป็นความแตกต่างอีกข้อ

หลังจาก สเปเชียลโอลิมปิคสากล (Special Olympics International) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2511 อีก 19 ปีต่อมา สเปเชียลโอลิมปิคประเทศไทย ก็ถือกำเนิดขึ้น ก่อนจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาหนึ่งใต้สังกัดการกีฬาแห่งประเทศไทยเมื่อ 2534

โดยปัจจุบัน มีนักกีฬาพิเศษประมาณ 15,000 คนร่วมโครงการ

สำหรับรูปแบบที่ใช้ในการแข่งขันจะมีการจำแนกตามประเภทกีฬา เพศ อายุ และระดับความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน อย่างในการแข่งขันกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งชาติ 2555 นี้ ได้มีการจัดการแข่งขัน 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา บอคชี่ ปิงปอง ฟุตบอล และว่ายน้ำ

"ก่อนอื่นเราต้องจัดแข่งขันคัดเลือกเอาคนที่มีความสามารถระดับ (ดิวิชั่น) เดียวกันเข้าแข่งกัน" ชาติชาย เนนฐานันท์ หรือ ครูป้อม National Competition Manager ที่ผ่านประสบการณ์การเป็นผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินกีฬาระดับชาติมาอย่างยาวนานให้รายละเอียด

"ถ้าเป็นกรีฑามีแบ่งถึง 5-6 ดิวิชั่นก็มี"

เขายืนยันว่า รูปแบบการฝึกที่นำมาใช้ก็ใช้มาตรฐานเดียวกันกับแบบฝึกกีฬาทั่วไป แต่สิ่งที่ "พิเศษ" และทำให้นักกีฬาเหล่านี้ต่างออกไปในมุมของผู้ฝึกสอนก็คือ "ความถี่" ในการฝึก

"เพราะเขาไม่สามารถที่จะจำ แล้วเอาไปฝึกเองได้ วันพรุ่งนี้มาก็ลืมแล้ว อย่างให้วิ่ง 50 เมตร ถ้าครูไม่บอกก็ไม่ได้ วิ่งยกเข่าสูงก็ไม่ได้ เป็นแบบฝึกซ้ำๆ"

ที่สำคัญ...

"ต้องใจเย็นครับ" เขาย้ำ

สิ่งที่ครูป้อมเจอกับตัวก็คือ ครั้งหนึ่งเมื่อกำลังเตรียมนักกีฬาเพื่อไปแข่งขันในต่างประเทศ การซ้อมระหว่างเก็บตัว เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กถึงจำไม่ได้สักที

"ไอ้เราก็โมโห ทำไมทำไม่ได้สักที ว่าเขา เขาก็ได้แต่ยิ้มกลับมา"  

รอยยิ้มนั้นทำให้เขาเข้าใจว่า ที่ต้องปรับก็คือตัวเองต่างหากไม่ใช่เด็ก

"เราให้อะไรเขาได้ เขารับได้..รับ แต่จะไปยัดเยียดกับเขาไม่ได้เลย ปวดท้อง เจ็บเท้า เขาก็บอกไม่ได้ บอกได้แค่ ไม่สบายไม่อยากวิ่ง" ก็ต้องเป็นผู้ฝึกสอนอีก ที่จะต้องค่อยสังเกต

แม้จะดูเป็นกิจกรรมสร้างเสริมพัฒนาการของคนกลุ่มหนึ่ง แต่การแข่งขันนั้นก็ยังถือเป็นการ "คัดตัวทีมชาติ" เพื่อเตรียมไปแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป

"อย่างช่วงปลายปี 2555 นี้ จะมีการแข่งขัน ASEAN Unified Football Tournament ที่ประเทศสิงคโปร์, Asia Pacific Regional Bocce Competition ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม และ The 3 rd Indo China Football Tournament ที่ประเทศพม่าเราก็ต้องหานักกีฬาจากการแข่งขันมาเตรียมตัวส่งไปแข่งต่อ" เขาบอก

นอกจากนั้นยังมีการเชิญนักกีฬาพิเศษจากประเภทในภูมิภาคอินโดจีนอย่าง พม่า ลาว และกัมพูชาเข้ามาร่วมแข่งขันด้วย

"ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเราค่อนข้างสมบูรณ์หน่อย เพราะเราเริ่มก่อนเขา และมีการพัฒนาตรงนี้ แล้วแต่ละประเทศก็มีการจัดการแข่งขันของตัวเองเหมือนกัน" ครูป้อมออกความเห็น
 
เหรียญนั้นสำคัญไฉน

"ที่สองครับ" ชาญชัย พลสันต์ ฉีกยิ้มให้กับคำตอบของตัวเองอย่างภูมิใจ ไม่แพ้ ศศิภา นันแก้ว ที่มองดูน้องชายของเธออย่างเอ็นดูอยู่ข้างๆ

น้องชายวัย 16 ปีจากฉะเชิงเทราย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ กับเธอได้ไม่นานนัก หลังจากศศิภาแต่งงาน เพราะบรรดาพี่น้องทั้ง 5 คน น้องสุดท้องคนนี้ "ติด" เธอมากที่สุด

"ตอนคลองน้องคนนี้ออกมาที่บ้านก็รู้ว่ามีความเสี่ยงค่ะ เพราะแม่อายุเยอะแล้ว" ศศิภาเล่า

ความเสี่ยงที่เธอหมายถึงก็คือความผิดปกติทางสมองที่ติดตัวชาญชัยมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการดูแลสำหรับครอบครัวเธอเท่าไหร่ ที่สำคัญ เหรียญรางวัลในการแข่งวิ่ง 400 เมตรครั้งนี้ ยิ่งทำให้ทุกคนในบ้านภูมิใจมากขึ้นด้วยซ้ำ

ยังไม่ต้องคิดถึงติดทีมชาติ แต่การแสดงออกถึงความพยายามในการเอาชนะตัวเอง เพื่ออยู่ต่อไปได้ในสังคมเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับ รัชนีวรรณ บูลกุล อดีตนักกีฬาทีมชาติที่ผันตัวเองมาทำงาน และนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ สเปเชียลโอลิมปิค-ประเทศไทยในปัจจุบัน

"เหรียญเป็นแค่วัตถุนะคะ" น้ำเสียงที่เธอตั้งข้อสังเกตแสดงอารมณ์ชัดเจน

อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติมองว่า คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ มักไปยึดที่เหรียญ ซึ่งอันที่จริงแล้ว คนที่จะชนะได้ต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ก่อน อย่างนักกีฬาพิเศษที่เธอคลุกคลีอยู่กว่า 20 ปีถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

"การที่เขาแข่ง ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกสนานนะ ลงไปในสนามแข่งคนเชียร์กันเยอะแยะเขากลัวนะ การที่เขาสามารถที่จะทำได้โดยฝืนความกลัวของตัวเอง ทำจนจบการแข่งขันตามกติกาที่กำหนด ก็ถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่แล้ว" เธอให้นิยาม

แต่อีกมุมหนึ่ง เหรียญรางวัล ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่เป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับครอบครัวเหมือนกัน

ปณิษา สมบัติมาก แม่ของ น้องอัน - อติญา กาญจนศิริ นักกีฬาบอคชี่สาววัย 17 ปีที่ไปคว้า 3 เหรียญทองที่ประเทศกรีซมาหมาดๆ เมื่อปีที่แล้วยอมรับว่า เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าลูกสาวแฝดน้องของเธอคนนี้จะสามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และนี่ถือเป็นสิ่งที่ให้ความหวังสำหรับตัวเธอในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องแบกภาระเลี้ยง ฝาแฝดเด็กพิเศษทั้ง 2 คนให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมต่อไปในอนาคตได้ 

"เหนื่อยมาก แต่ก็สู้ เราก็อยากให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวเอง" เป้าหมายของเธอกับลูกมีเพียงเท่านี้ ตอนนี้ เธอส่งลูกสาวไปอยู่โรงเรียนประจำที่เพชรบุรีเพื่อฝึกการใช้ชีวิตโดยไม่มีแม่

"ไม่มีแม่ หนูอยู่ได้ไหม" เสียงกระซิบเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน

"...อยู่ได้" เสียงตอบนั้นก็ทำให้ปณิษาใจชื้นขึ้นอีกเยอะ

และหากถามถึงศักยภาพของนักกีฬาไทยเมื่อเทียบชั้นกับเวทีกีฬาโลกแล้วระดับห่างชั้นกันแค่ไหน

"ได้เหรียญทองติดมือกลับมาทุกปีนั่นแหละค่ะ" รัชนีวรรณตอบ

เพื่อสังคมภราดรภาพ

เพราะความสำเร็จถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรับรู้ "เสียง" ที่พวกเขาจะตะโกนตามคอนเซ็ปท์ของการแข่งขันเพื่อบอกให้สังคมรู้ว่ายังมีพวกเขาอยู่ตรงนี้ ก็มีทั้งที่ได้ยิน และลอยลมผ่านไป ครอบครัวของ น้องตอง - เดชาวัต สมบุญนา วัย 13 ปีต้องย้ายจากนครสวรรค์ลงมากรุงเทพฯ ก็ด้วยความไม่รู้ และไม่เข้าใจของสังคมรอบข้าง

"เหนื่อยกว่าคนอื่น 5 เท่า" ปราณี สมบุญนา เผยความรู้สึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้

แม้จะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เธอก็รัก และอยากให้ลูกชายของเธอใช้ชีวิตต่อไปในสังคม เพื่อแก้ปัญหาสายตาของสังคมที่มองมาหาครอบครัวเธอด้วยความรู้สึกแปลกๆ รวมทั้งการเรียนของน้องตอง ปราณี และสามีจึงตกลงว่าจะย้ายลงมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อหาที่เรียนให้กับเขา

"นั่งรถจากลาดกระบังไปดินแดง 2 ชั่วโมงค่ะ" แม้จะอยู่ไกลแต่ก็ยอม เพราะลูกจะได้รับการสอนจากโรงเรียนที่สอนเด็กพิเศษโดยเฉพาะ

บ่อยครั้ง เราอาจเห็นเด็กพิเศษตามสถานที่สาธารณะทั่วไป บางคนก็ได้รับการดูแลอย่างดี บางคนก็ถูกมองเป็นตัวประหลาด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ช่องว่างเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสังคมไทยก็คือ "ความไม่รู้"

"คนพิการทางสมองถือว่าเยอะที่สุดในบรรดาคนพิการทั้งหมด ปัจจุบันเรามีสถิติว่า มีคนพิการที่ไอคิวต่ำกว่า 85 เกือบๆ 3,000,000 คน ในประเทศไทย (จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2550 คิดเป็น ร้อยละ 2 ของประชากรทั่วประเทศ 65 ล้านคน) ถือเป็นคนพิการกลุ่มใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับคนพิการแขนขาด ขาขาดยังมีน้อยกว่า แต่คนเหล่านี้จะไม่มีเสียงในสังคมเลย เพราะความพิการทางปัญญา เขาไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แค่จะบอกว่าตัวเองป่วยยังไม่ได้เลย" ประธานอำนวยการ คณะกรรมการสเปเชียลโอลิมปิค ประเทศไทยตั้งข้อสังเกต

หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ รัชนีวรรณมองว่า สังคมอื่นมีองค์ความรู้ที่ดีกว่าประเทศไทยค่อนข้างเยอะ

"เขารู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ถ้าเขารู้ วันหนึ่งเกิดพาลูกไปสวนลุม จู่ๆ มีเด็กมาแย่งของเล่น เราไปขอเขาคืน แล้วแม่บอกว่า เดี๋ยวสักครู่นะคะ อะไรกันคุณไม่เข้าใจเหรอนี่มันของชั้น เพราะเขาเป็นเด็กออฯ เขาทำไม่ได้ เพราะเขาไม่เข้าใจ ทะเลาะกันก็เพราะเรื่องนี้ คนจะเข้าใจคนพิการชัดเจน อย่าง ตาบอด หรือวีลแชร์ ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังช่วยไม่ถูก เช่น คนตาดีเอามือไปจับคนตาบอด ไม่ใช่คุณต้องเอามือเขามาจับเรา" เธอยกตัวอย่าง

ซึ่งทุกอย่างจะง่ายขึ้นหากสังคมรับรู้ และเข้าใจ

"ถ้าเจอคนเหล่านี้ไปผิดทาง หรือขึ้นรถเมล์ผิดก็จะช่วยเหลือ แต่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น ยังเป็นลักษณะเก็บไว้กับครอบครัวอยู่ ที่เราจะต้องดูแลกันเอง อุ้มชูกันเอง เนื่องจากสังคมภายนอกไม่ได้รับรู้ และถูกเรียนรู้ให้ดูแล และช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อย่างไร กีฬาทำให้เขายืนขึ้นมาด้วยตัวเอง เพราะถ้าเขาเล่นกีฬาได้ เขาก็ช่วยเหลือตัวเองได้ เขาเล่นกีฬาแล้วเคารพกฎได้ เขาก็เคารพกฎของสังคมได้" รัชนีวรรณบอก

ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของสังคมนี้ โดยเฉพาะการเริ่มรับรู้ว่าพวกเขา "มีตัวตน"

"สังคมนี้จะเปลี่ยน อนาคตจะเปลี่ยนหรือไม่อยู่ที่เราจะมองแบบไหน ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของสังคมคือ มักคิดว่าเขาทำไม่ได้ ตีตรา หรือตัดสินไปเรียบร้อยแล้วว่าทำไม่ได้ และเราก็ไม่เคยให้โอกาสเขาทำ" เธอหมายถึงเหล่านักกีฬาผู้นำที่สามารถมาเป็นผู้ช่วยในการกิจกรรมดูแลนักกีฬาพิเศษครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี นั่นเป็นเพียงมุมหนึ่งในหลายๆ มุมที่สังคมยังไม่เปิดโอกาสให้กับคนพิเศษเหล่านี้

เหมือนกับผลการแข่งขันบอคชี่ที่ น้องตอง ทำออกมาถึงแม้จะไม่ได้เหรียญรางวัลอะไรติดมือกลับบ้าน แต่เขาก็แสดงให้คนเป็นแม่อย่างสุปราณีเห็นว่า คนพิเศษอย่างเขาทำอะไรได้บ้าง

"ตอนนี้หัดบวกเลขได้แล้ว กำลังคิดว่าจะให้ออกมาขายของกับแม่น่ะค่ะ วันที่เราไม่อยู่แล้วเขาจะได้เลี้ยงตัวเองได้" เธอเล่าถึงอนาคตของน้องด้วยรอยยิ้ม.

......................................................

หมายเหตุ : คุณสามารถร่วมแบ่งปันน้ำใจให้แก่ สเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้ด้วยการบริจาคเงินที่บัญชี "คณะกรรมการสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย" เลขที่ 015-11-010135 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาคอนแวนต์ หรือติดต่อ โทร. 0 2266 6705 - 6 Email : solympicsthai@gmail.com หรือ Website www.specialolympicsthai.com ใบเสร็จของเงินบริจาคสามารถนำไปใช้หักภาษีได้

Tags : เด็กพิเศษ สเปเชียลโอลิมปิค เด็กออทิสติก

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement