กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 13:06

'กำกับ' งาน 'ป๊อป' โอลิมปิก

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แนวคิดพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกในมือของผู้กำกับหนังมือรางวัลออสการ์ เสนองานอิงจากเชคสเปียร์สถึงดนตรีป๊อป สะท้อนตัวตนวัฒนธรรมสหราชอาณาจักร

  พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ เวลาจัดพิธีเปิดตามเวลามาตรฐานกรีนนิช เริ่ม 21.00 น.-00.00 น.ของวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม ณ โอลิมปิก สเตเดียม กรุงลอนดอน เวลาราวสามชั่วโมงระหว่างนั้น จะเป็นพิธีเปิดที่แสดงความยิ่งใหญ่ของเจ้าภาพ และการต้อนรับของเจ้าบ้านต่อบรรดานักกีฬาหลากเชื้อชาติทั่วโลก ที่มาร่วมการแข่งขัน ในระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 12 สิงหาคมศกนี้

 สิ่งที่จะเกิดขึ้นในพิธีเปิดกีฬาที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดจากจำนวนประเภทกีฬา และชาติที่เข้าแข่งขันจนถึง ประวัติอันยาวนานของการแข่งขันอย่างมหกรรมกีฬาโอลิมปิก จะเป็นอย่างไรในมือของ ผู้กำกับ ภาพยนตร์ระดับมือรางวัลของสหราชอาณาจักร อย่าง สตีเฟน ดัลดรี ผู้กำกับ Billy Elliot ในตำแหน่ง ผู้ควบคุมการจัดงานพิธีเปิด(Executive Producer)และ แดนนี่ บอยล์ ผู้กำกับภาพยนตร์ Slumdog Millionair รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมปี 2009 ได้รับมอบหมายให้เป็น "ผู้กำกับศิลป์" Artistic Director ของ "งานพิธีเปิด" มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนหรือลอนดอน เกมส์ 2012

 นอกจากโอลิมปิกจะเป็น การแข่งขันกีฬาที่เปิดให้ทั้งโลกมาร่วมแข่งขันแล้ว  ตัวแทนจาก 205 ประเทศ และนักกีฬาประมาณ 10,000 คน ที่ว่ากันว่าเป็นการแสดงถึงน้ำจิตน้ำใจของการปะทะ สังสรรค์ของหลากหลายทางวัฒนธรรมจากบรรดานักกีฬาหลากชนชาติและผู้ชมที่จะมาร่วมชมด้วย และการเฉลิมฉลอง ดูเหมือนว่า งานพิธีเปิดกีฬา จะเป็น งานศิลปวัฒนธรรม ที่จะ "แสดง วัฒนธรรมเฉพาะตัว"  ของเจ้าภาพ

 ขณะที่ฝ่ายจัดงานพยายามจะปิดรายละเอียดทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับ ความลับของภาพยนตร์ที่จะรอให้ผู้ชมตะลึงในรอบปฐมทัศน์ แต่ข้อมูลต่างๆที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้สื่ออังกฤษคาดการณ์ว่า  "แนว" ของแดนนี่ บอยล์ ที่จะนำเสนอเรื่องราว ตั้งแต่การก่อเกิดประเทศจนถึงผลการปฏิวัติอุตสาหกรรมและความหวังของอนาคตบริเตน

 เรื่องราวที่บอยล์บอกว่า งานของเขาจะเป็น  “การเชิดชูและยกย่องความเป็นอัจฉริยะสร้างสรรค์อันเยี่ยมยอดของชาวบริเตนในงานพิธีเปิดนี้ โดยพวกเราหวังงานที่ออกมาจะมีความสร้างสรรค์และทำ อะไรได้เหนือความคาดหมายผู้ชมเช่นเดียวกับ(ตัวตน)ของชาวบริเตน"  (อ้างโดย www.telegraph.co.uk)

 บอยล์ กล่าวว่า " พิธีเปิดเป็นความพยายามในการจับภาพตัวตนของประชาชาติเรา จากต้นกำเนิดราเกเหง้าจนถึงอนาคตที่เราอยากจะเป็น"  (www.london2012.com)

 ตัวตนที่ว่านั้น จะแสดงเป็นทั้งทางกายภาพ โดยช่วงแรกของงานพิธีเปิดจะเป็นการแสดงชุดที่ใช้ชื่อ Green and Pleasant  เสนอ "วิถีชีวิตอุดมสมบูรณ์แบบกสิกรรมธรรมชาติ" ผ่านการจัดฉากจำลอง บรรยากาศชนบทธรรมชาติ มีลำธาร ทุ่งหญ้า เนินเขาเตี้ยและสัตว์ป่า รวมไปถึงสัตว์ในฟาร์ม มาไว้บนสนามหญ้ากลาง โอลิมปิก สเตเดียม กรุงลอนดอน เลยทีเดียว และแน่นอนว่า นอกจากจะมีนัก แสดงประกอบฉากในชุดแต่งกายแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นแล้ว จะมีสิงสาราสัตว์ทั้ง ม้า วัว แพะ หมู เป็ด ไก่ ห่าน แพะและสุนัขเลี้ยงแกะ มาร่วมแสดงตัว เสมือนยกฟาร์มมาอยู่กลางสเตเดียมเลยทีเดียว

 ขณะที่ดอกไม้สด ประดับตกแต่งในสนาม จะใช้ดอกไม้ประจำชาติของ 4 ชาติที่อยู่ในสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ (Great Britain) ได้แก่ กุหลาบแห่งอังกฤษ(England) , ดอกธิสเทิ่ลแห่งสก็อตแลนด์ ดอกแด ฟโฟดิลแห่งเวลส์และดอกแฟล็กซ์จากไอร์แลนด์เหนือ (ดอกไม้ที่มีรูปสลักอยู่ด้านหลังของเงินเหรียญ 1 ปอนด์สเตอร์ลิงค์)

 ช่วงที่สองของการแสดงจะสะท้อนยุคอุตสาหกรรม ที่สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม ก่อนจะเข้าสู่ ช่วงสาม ที่ตามแผนการณ์ของบอยล์นั้น จะสะท้อนความเป็นอังกฤษในยุคที่ " สิทธิประชาชน" แสดงออกในการทักท้วงอำนาจผู้นำ

จาก เชคสเปียร์ส  ถึง ดนตรีป๊อป

 "งานพิธีเปิด"  ใช้ชื่อว่า "‘Isles of Wonder’  ที่ได้ทุนในการผลิตทั้งสิ้น 27 ล้านปอนด์  การตีโจทย์ของผู้กำกับแดนนี่ บอยล์ จาก "คนต้นแบบนักสร้างสรรค์" สู่งานศิลปการแสดง รูปแบบของเนื้อหาที่ผู้ กำกับบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากบทละครคลาสสิกของ เชคสเปียรส์ The Tempest  หลักฐานของ "อัจฉริยะสร้างสรรค์ตั้งแต่ยุคควีนเอลิซาเบธที่ 1" จนถึงการแสดง ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมดนตรีป๊อปแห่งศตวรรษที่ 21 ยุคของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ


 ดนตรีป๊อปปูลาร์ของอังกฤษ เป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่น ตั้งแต่ยุค 60's ที่ "เดอะ บีตเทิ่ลส์" กลายเป็นศิลปินที่คนคลั่งไคล้ไปทั่วโลก และในงานพิธีเปิดโอลิมปิกปีนี้ ทางผู้จัดงานเผยว่าจะมี เพลงทุกแนว   86 เพลง ที่จะใช้ประกอบในงานแสดงคืนวันศุกร์นี้   แม้ยังไม่มีการยืนยันรายชื่อทั้งหมดอย่างเป็นทางการ  แต่เพลงที่บอยล์ ผู้กำกับศิลป์ของงานมีส่วนในการคัดเลือกนั้น ได้รับอิทธิพลจาก  ซาวนด์ แทร็คเพลงป็อปในภาพยนตร์ อย่างแน่นอน


 นั่นหมายถึง จะได้ยิน เพลงประกอบภาพยนตร์ Chariots of Fire  รางวัลออสการ์ปี 1982 ว่าด้วยนักวิ่งสัญชาติบริติชในโอลิมปิกเกมส์ปี 1924   เพลงชื่อเดียวกับหนัง โดยศิลปินแนวนิวเอจ Vangelis  จากภาพยนตร์การ์ตูนของดิสนีย์ เพลงจากละครทีวี และเพลงจากศิลปินดีเจชื่อดังของอังกฤษ อย่าง Underworld ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงอิเล็คทรอนิกแดนซ์ฮิตอย่าง Born Slippy จากภาพยนตร์  Trainspotting งานแจ้งเกิดของแดนนี่ บอยล์สู่นานาชาติ เมื่อปี 1996 นั่นเอง


 ซึ่ง ศิลปินดีเจสองหนุ่มวง Underworld ก็รับหน้าที่ "ผู้กำกับดนตรี" Music Director ประจำงานนี้
 และยังมีเพลงที่ สื่ออังกฤษอย่าง นสพ.ดิ เทเลกราฟ บอกว่าเป็นตัวเลือกที่ชวนให้ถกเถียง อย่าง God Save the Queen เพลงพังค์ร็อกของวง Sex Pistols ที่เป็นเพลงต่อต้านระบบกษัตริย์ตามทัศนคติชาวพังค์ในยุคสมัยแรงงานในอุตสาหกรรมอยู่อย่างยากแค้นในยุค 70's-80's ที่ดัดแปลง จากเพลงชาติของอังกฤษ ที่จะใช้ในงานแสดงพิธีเปิด ต่อหน้าพระพักตร์ของ "ประธานในพิธีเปิด" อย่าง สมเด็จพระราชินีนารถเอลิซาเบธที่ 2


 นอกจากนั้น พิธีกรรม "ร้องเพลง" ปิดท้ายพิธีเปิดนี้ ข่าวบอกว่า เซอร์ พอล แม็คคาร์ทนีย์ สมาชิกที่เหลืออยู่หนึ่งในสองของ "วงเดอะ บีทเทิ่ลส์" จะโชว์เพลง Hey Jude เพลงฮิตให้กำลังใจกับเด็กน้อยที่เผชิญความ ทุกข์ให้มีความหวังสู้ชีวิตต่อไปอีกด้วย


 ขณะที่วัฒนธรรมป๊อปของบริเตน ที่จะถูกยกไปไว้ใช้ในงาน "พิธีปิด" โอลิมปิกในวันที่ 12 สิงหาคม จะเป็นเน้นความรุ่งโรจน์ทางวัฒนธรรม แฟชั่น บันเทิง ดนตรี ที่ให้อารมณ์สนุกสนาน มากกว่าจะ เน้นการเล่าเรื่องและประวัติสร้างชาติอารมณ์เสพศิลป์กินความหมายจริงจังแบบพิธีเปิด ซึ่งทีมของสองผู้กำกับมือรางวัล ดัลดรีและบอยล์ เตรียมคอนเสิร์ตของศิลปินหลากหลายแนวและหลายเพศ   อย่างวง Queen ไปจนถึง Pet Shop Boy , จอร์จ ไมเคิล และ วงบอยแบนด์หน้าใหม่มาแรงแห่งปีอย่าง One Direction มาร่วมส่งนักกีฬานานาชาติกลับบ้านกันด้วย ขณะที่นางแบบระดับโลกอย่าง  เคท มอส นาโอมี่ แคมป์เบลล จะนำทีมยกแคตวอล์คมากลางสเตเดียมในชุดดีไซน์ของ วิเวียน เวสต์วู้ด สเตลลา แม็คคาร์ทนีย์ และซาราห์ เบอร์ตันจากห้องเสื้ออเล็กซานเดอร์ แม็คควีน และเพลง ประกอบแฟชั่นโชว์พิเศษนี้จะเป็นเพลง "Fashion" ผลงานของศิลปินสุดยอดนวัตกรรมคนหนึ่งของอังกฤษที่รู้จักกันในชื่อ เดวิด โบวี่


จิตอาสาพาชาติรุ่งเรือง

 ผู้กำกับบอยล์บอกว่า แม้กระทั่งกระบวนทำงานพิธีเปิดนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์ แสดงความเป็นเลิศของคนบริติช นั้นด้วย


  "ส่วนที่ดีที่สุดของการเล่าเรื่อง(ตามคอนเซปต์พิธีเปิด) คือการได้ร่วมงานกับอาสาสมัครจำนวน 10000 คน  ผมตื้นตันกับความทุ่มเทและมีน้ำใจของอาสาสมัครเหล่านี้ พวกเขานี่แหละคือตัวตนที่แท้ จริงของจิตวิญญานของงานโอลิมปิก และเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดของตัวตนประชาชาติ(สหราชอาณาจักรอังกฤษ)ของเรา" ผู้กำกับเชื้อชาติสก็อตแลนด์ กล่าวในเอกสารแถลงข่าว ผ่านทาง เวบไซต์ทาง การของลอนดอนเกมส์ www.london2012.com


 คงต้องรอดูว่าผลงาน กำกับพิธีเปิด ของผู้กำกับหนังระดับรางวัลออสการ์ชาวสก็อต จะทำได้ประทับตาตรึงใจแบบภาพงานเปิดอันสุดอลังการงานสร้างวิจิตรตระการตาที่ปักกิ่งในปี 2008 ของ จางอี้ โหมว แห่งจีนแผ่นดินใหญ่ หรือไม่

 ในทีมสร้างสรรค์ สองหัวหอกคนสำคัญในการคุมงาน "ศิลปการแสดง" พิธีเปิดโอลิมปิก 2012 ยังมี มาร์ค ฟิชเชอร์ ในตำแหน่งโปรดักชั่นดีไซน์ มีเครดิตจากงานออกแบบฉากเวทีงานคอนเสิร์ตคอนเซปต์อลังการ ของวง ดนตรีร็อคอย่าง พิงค์ ฟลอยด์ (กับคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ The Wall) และ คอนเสิร์ตของโรลลิงสโตนส์และวง U2 มาทุกงานตั้งแต่ปี 1992 แถมยังมีผลงานที่พิธีเปิดและปิดโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งปี  2008 ด้วย


 และ แฮมิช แฮมิลตัน คนคุมงานถ่ายทอดสดพิธีเปิด ที่มีเครดิตจากการคุมการถ่ายทอดสดงานมอบรางวัลบันเทิงใหญ่ๆ ตั้งแต่งานเอ็มทีวีจนถึงงานออสการ์ปีล่าสุด ซึ่งแฮมิลตันรับประกันว่า งานพิธี เปิดในโอลิมปิกสเตเดียมคืนวันศุกร์นี้ที่ลอนดอน ทีมศิลป์ ได้ "ออกแบบ" ไว้สำหรับความตื่นตาของผู้ชมผ่านหน้าจอจากทางบ้าน  แบบนึกภาพที่ต้องจัดวางให้เหมือน "งานแสดง" ผ่านทีวี ตั้งแต่ขั้นตอนแรกแล้ว


 งานพิธีเปิดที่คนเห็นผ่านจอทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นถ่ายทอดทีวีหรือ Livestream ทางออนไลน์ และมือถือ จึงน่าจะรับประกันว่าเป็นอีเวนต์งาน "ป๊อป" ที่หยุดโลกอีกงานหนึ่ง จากการประเมินไว้คร่าวๆ ว่าจะมีผู้ชมไม่ต่ำกว่าพันล้านคนทั่วโลก

Tags : โอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ สหราชอาณาจักร อังกฤษ วัฒนธรรม เพลง สตีเฟน ดัลดรี แดนนี บอยล์

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement