กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 09:10

เมล็ดพันธุ์แห่งสันติ

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ถ้า "สีแดง" หมายถึง "อันตราย" ใครบ้างอยากจะเข้าใกล้

ทว่า ทุกวันนี้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับตกอยู่ในพื้นที่ "สีแดง" ที่มีนัยทางการเมือง เรื่องอะไรจะปล่อยให้ตัวเองไม่ปลอดภัยและขาดสันติ

.................................


 "มาจาก 3 จังหวัดเหรอ เอาระเบิดมาด้วยหรือเปล่า"

 แม้จะเป็นคำทักทายทีเล่นทีจริง แต่ก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กสาวที่ได้ยินไม่น้อย

 บ่อยครั้งที่ ซากีย๊ะห์ เปี่ยมใจจิ ต้องยิ้มเฝื่อนๆ ให้กับคำสนุกปากของใครบางคน แต่ภายใต้ผืนผ้าฮิญาบที่ห่มคลุมใบหน้าอันแสนเศร้าหม่นนั้น น้ำตาของเธอถูกสกัดกั้นให้กลับไปหยดลงกลางหัวใจ

 "มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ" ซากีย๊ะห์ รำพึงรำพันกับตัวเอง

 และนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาถามหาความเป็นธรรมให้กับตัวเองบ้าง ในฐานะที่เป็น "คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้"

 -1-

 อาจคล้ายหรือเหมือนกันกับเด็กและเยาวชนคนอื่นๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มักจะถูกมองจาก "คนนอก" ด้วยสายตาอันแปลกประหลาดราวกับเป็นฆาตกรก็ไม่ปาน แทนที่จะโกรธขึ้ง ซากีย๊ะห์ เลือกต่อสู้กับความรู้สึกอันเลวร้ายนั้นด้วย "สันติวิธี"

 "100 เปอร์เซ็นต์ของคน 3 จังหวัดไม่ได้โหดร้าย มันเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น อาจจะแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่อีก 99 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ คุณจะเหมารวมเขาไปด้วยหรือ แล้วก็อยากบอกคนใน 3 จังหวัดด้วยว่า อย่ากลัวในสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราต้องพยายามพยุงให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะที่นี่คือบ้านของเรา"

 ซากีย๊ะห์ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการค่ายเมล็ดพันธุ์สันติวิธี ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นสมาชิกกลุ่ม Seed of Peace ภาคใต้ ที่ผ่านการเรียนรู้การพัฒนาสันติภายในตัวเอง และฝึกทักษะกระบวนการกลุ่ม รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์อยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างอย่างเข้าใจและเคารพในสิทธิของกันและกันอย่างเสมอภาค

 "สันติวิธีทำให้เราได้รู้ว่า การแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่เราควรทำคือการเปิดใจคุยกัน จากที่สื่อเสนอข่าวออกไปมันไม่เคยมีภาพที่ดี ทำให้ภาพ 3 จังหวัดภาคใต้ดูน่ากลัว เราถูกเหมารวมว่าเป็นโจรใต้ แต่จริงๆ เราอยู่กันอย่างปกติ แล้วเรื่องความขัดแย้งของไทยพุทธกับมุสลิมก็ไม่จริง หนูอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด อยู่กับคนไทยพุทธ ก็ไม่เห็นว่าจะต้องลำบากใจหรืออะไร เพราะเราเข้าใจซึ่งกันและกัน"

 กระบวนการลดความขัดแย้งด้วยวิธีการอันสันติในแบบของซากีย๊ะห์ คือการเปิดใจคุยกันอย่างเพื่อน เช่นเดียวกับสมาชิกกลุ่ม Seed of Peace อีกคนอย่าง ธีรพันธ์ ศรีสุวรรณ อายุ 17 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส (กศน.) บอกว่า การสร้างความเข้าใจด้วยวิธีการอันสันติ แม้จะไม่มีบทสรุปให้เห็นแบบฉับพลัน ทว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นั้น คือพัฒนาการของความสำเร็จที่กำลังจะตามมา

 "ปีนี้ปีที่ 9 แล้ว คนตายไป 9,000 กว่าคน แล้วมันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อคุณใช้ความรุนแรงไปปราบเขา เขาก็สะท้อนออกมาด้วยความรุนแรงเช่นเดียวกัน การใช้สันติวิธีเพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพียงกระแสเล็กๆ แต่นี่คือการแก้ปัญหาแบบค่อยเป็นค่อยไป"

 สารพัดวิธีที่ ธีรพันธ์ หรือ เกมส์ หนุ่มชาวไทยพุทธใช้สื่อสารกับผู้คนรอบข้างให้ได้เข้าใจและลดอคติที่ชาวไทยพุทธและมุสลิมมีต่อกัน ซึ่งเกมส์บอกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น เป็นการ "ใส่ความ" โดยคนที่อยู่นอกพื้นที่แทบทั้งสิ้น

 "มันเริ่มแยกความเป็นเขาความเป็นเรานับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ โดยเรารับเอาความเชื่อผิดๆ มาจากสื่อที่พยายามสร้างประเด็น เมื่อก่อนเราก็เป็นเพื่อนกัน แต่มาวันหนึ่งมาถ่มน้ำลายใส่กัน เราก็เอ๊ะ...เป็นเพราะอะไร เพราะเราเป็นชาวไทยพุทธอย่างนั้นหรือ ผมเคยถามเขาเหมือนกันว่าทำไม เขาบอกว่า กลัว เพราะถ้ามายุ่งกับไทยพุทธกลัวจะโดนยิง เลยต้องแสดงกิริยาแบบนั้น ตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยชอบนะ แต่พอกลับมาจากอบรมค่ายเมล็ดพันธุ์สันติวิธี ผมเปลี่ยนไปเลย ผมเข้าใจ และผมก็พยายามบอกให้ญาติๆ ทุกคนเข้าใจในความเป็นเขาเป็นเราด้วย

 ผมว่าจุดเล็กๆ อย่างเรานี่แหละเป็นตัวการสำคัญในการทำงานใหญ่ที่บางทีผู้ใหญ่ก็เข้าไม่ถึง วันนี้เราอาจจะล้ม แต่เราก็จะไม่หยุดทำ ชาวบ้านบางคนปลงแล้วกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หมดหวัง คอยแต่จะให้ฝ่ายรัฐจัดการ ผมว่า ไม่ใช่คอยเขาอย่างเดียว เราต้องมาช่วยตัวเองให้ได้ด้วย แล้วมันจะกลายเป็นพลัง ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนี้ทุกคนเริ่มปรับตัว ชาวบ้านกำลังจะปลดแอกตัวเอง เขาเข้าใจกันมากขึ้น จากตึงเครียด เขาเริ่มมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับสถานการณ์ ผมเริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว มันอาจจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ แต่ผมเชื่อว่า สักวันมันจะเกิดขึ้นจริง"

 -2-

 Seed of Peace เป็นตัวอย่างหนึ่งของกลุ่มเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อใช้สันติวิธีในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน แต่ ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ นักเขียน นักสื่อสารมวลชน คนเมืองนราธิวาส และผู้ก่อตั้งสำนักหัวใจเดียวกัน ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เยาวชนภาคใต้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดที่ใครๆ ขีดเส้นให้เป็น "พื้นที่สีแดง" นั้น กลับมีการรวมพลังของเยาวชนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 "เรามีการคุยกันในหลายๆ เวที นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ในส่วนของภาคเยาวชนเองก็มีการรวมกลุ่มกันจัดทำกิจกรรมต่างๆ ตามช่วงเวลา เช่น กิจกรรมเยียวยา การช่วยเหลือ ซึ่งภาครัฐและเอกชนก็พยายามร่วมกันสร้างสรรค์ในพื้นที่ที่ค่อนข้างขาดโอกาส เพราะเดิมทีคน 3 จังหวัด เหมือนอยู่ในพื้นที่ที่ถูกสาป ข้าราชการที่ถูกทำโทษ หรือใครทำอะไรไม่ดีก็จะส่งมาที่นี่ งบประมาณต่างๆ ก็ไม่ถูกเทลงมา พอเกิดเหตุการณ์ปุ๊บก็นำไปสู่การแสดงความร่วมไม้ร่วมมือ ซึ่งเยาวชนในพื้นที่พลอยมีโอกาสไปด้วย เป็นแง่บวกที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์"

 ทุกวันนี้เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จับกลุ่มกันทำงานที่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งที่รวมกันเพื่อสร้างอาชีพ ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม หรือกลุ่มที่ทำงานเชิงการสื่อสาร เหล่านี้ล้วนเป็นการยกระดับการพัฒนาเพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นกับภูมิภาคของตัวเองทั้งนั้น

 "ถ้าเราเชื่อเรื่องที่ว่า นี่คือบ้านของเรา คนนอกมาช่วยก็จริง แต่คนในเองต่างหากที่รู้ว่า ปัญหาของบ้านเราคืออะไร เมื่อเรารู้ว่ารูรั่วอยู่ที่ไหน ก็ไปอุดซะ เหมือนกันพลังเยาวชนเป็นพลังที่จะไปพัฒนาและช่วยอุดรูรั่วนั้นได้"

 ตัวอย่างของการรวมกลุ่มเยาวชนที่อาจจะเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของนราธิวาส นั่นคือ การจัดงานพื้นที่นี้ดีจัง "บางนรายิ้ม"  ณ ลานริมแม่น้ำบางนรา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนเครือข่ายเดินทางมาจากหลายๆ พื้นที่โดยมีหัวใจอาสาเป็นตัวนำ

 วีรวรรณ กังวานนวกุล แกนประสานจัดงาน กล่าวว่า จุดเด่นของเด็กในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการมีจิตสาธารณะ อาจเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนมีประเด็นร่วมกัน นั่นคือ อยากให้พื้นที่แห่งนี้นั้นเป็นดินแดนแห่งความสันติ
 

"อยากมีพื้นที่ที่ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่มีผลกระทบ ไม่มีพ่อแม่ที่ถูกจับ อันนี้คือประเด็นร่วม แล้วเขาก็พูดเรื่องเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเด็กในมหาวิทยาลัย เด็กประถม มัธยม หรือว่าใครก็ตามแต่ ทุกคนมีประเด็นนี้ร่วมกัน จริงๆ ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าทุกคนก็พยายามบอกว่า ฉันอยู่ได้ แต่เสียงของเขามันไม่ได้ดังพอที่จะบอกว่า มันไม่ได้เลวร้ายแบบที่ขึ้นหน้าหนึ่งทุกวันนะ เพราะว่าเขาไม่มีเครื่องมือ สิ่งที่เราเอามาคือเครื่องมือ เราให้เครื่องมือ เครื่องมือการเขียน เขียนสารคดีสิ เขียนข่าวสิ ทำนิตยสารสิ พีอาร์ทางเฟซบุ๊คสิ ทำ Blog จัดงานสิ จัดงานแล้วต้องทำให้กระหึ่มด้วย มีคนเคลื่อนไหวด้วย เพราะฉะนั้นเราให้เครื่องมือที่เขาสามารถสื่อสารได้ และลึกๆ แล้วเขาก็เชื่อในพลังของตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดถึงปัญหา แววตาเขาดูมีส่วนร่วมตลอด"

 วีรวรรณ เคยทำงานกับเด็กทั้งในกรุงเทพฯ และเด็กต่างจังหวัด ล่าสุดกับเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อเปรียบเทียบหนึ่งที่ทำให้เธอมองเห็นว่า สังคมนี้บิดเบี้ยวเพราะผลิตเด็กๆ ออกมาได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องความคิดของการมีส่วนร่วม

 "เราเคยทำงานกับเด็ก 3 มหาวิทยาลัย เป็นเด็กยะลา ปัตตานี และเด็กมหาวิทยาลัยอิสลาม ก็ลองตั้งคำถามกับเด็กว่า อยากให้เกิดอะไรขึ้น เด็กใน 3 จังหวัด บอกว่า อยากให้ไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ อีกวันหนึ่งเราตั้งคำถามกับเด็กมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ กลางเมืองด้วยคำถามเดียวกัน เขาถามว่า จบออกมาจะมีงานทำมั้ย ใครจะรับประกันว่าเรียนจบมาเขาจะมีงานทำหรือเปล่า มันต่างกันเลยนะ ทำไมเด็กกรุงเทพฯ มองปัญหาแบบปัจเจก แต่ว่าเด็กในพื้นที่ส่วนใหญ่มองปัญหาเป็นแบบสาธารณะที่เป็นปลายเปิด เพราะว่าเขามีปัญหา หรือว่าเด็กกรุงเทพฯ ถ้ามีปัญหาก็จะมองแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า ปัญหาจะเป็นตัวที่ทำให้เขามีพลังหรือเปล่า"

 พื้นที่นี้ดีจัง "บางนรายิ้ม" อาจเป็นผลงานแรกของเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ร่วมกันปลุกปั้นขึ้นมา แต่งานนี้ก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ผู้ใหญ่ในพื้นที่หลายๆ คนรับรู้แล้วว่า เยาวชนคนเล็กๆ เหล่านี้ ช่างมีพลัง "ก่อการดี" ที่มากมายมหาศาลเสียจริง
 
 

 

Tags : บางนรา เมล็ดพันธุ์สันติวิธี พื้นที่นี้ดีจัง

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement