กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

Life Style

วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 01:10

เครื่องแปลภาษา พาป่วน

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

จากความฝันถึงโลกอันสดสวย เมื่อคนต่างชาติต่างภาษาสื่อสารถึงกันได้ด้วยเครื่องมือแปลภาษาสุดไฮเทค แต่กลับกลายเป็น "ซับนรก" มุกตลกที่ขำไม่ออก เพราะแทนที่จะ "เข้าใจ" อาจบานปลายเป็น "ผิดใจ" หากใช้ไม่ถูกที่ถูกทาง

 

1. มือไม่สามารถเข้ามาติดต่อกับสองขาโลหะเมื่อเสียบที่ชาร์จ 

2. ที่ดีที่สุดภายใต้การดูแลผู้ใหญ่ของการดำเนินการเมื่อเด็กเสียบที่ชาร์จ

...ไม่ต้องขยี้ตา หรืออ่านใหม่ เพราะที่อ่านไปนั่นคือภาษาไทยไม่ผิดแน่! แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ ทั้งสองประโยคดังกล่าวมาจากสติ๊กเกอร์คำเตือนลงบนที่ชาร์ตแท็ปเล็ตของหนูๆ ชั้นป.1 ซึ่งได้รับแจกจากนายกฯ ปู เป็นล็อตแรกจำนวน 2 พันเครื่อง 

มองโลกแง่ดีหน่อย ก็อาจเป็นไปได้ว่า นี่คือกุศโลบายให้เด็กๆ เกิดแรงบันดาลใจ หันมาศึกษาภาษาไทย(ภาคพิสดาร)กันมากขึ้น แต่ความจริงมันไม่ใช่เช่นนั้น เพราะนี่คือความผิดพลาด ที่พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ ความ "มักง่าย" ของผู้ผลิตที่ไม่คิดจะจ้างคนรู้ภาษาไทยจริงๆ มาแปล แต่กลับใช้โปรแกรมแปลภาษาอัตโนมัติยี่ห้อใดไม่ทราบได้มาแปลแทน

ใครจะคิดว่า เรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่าง "คำเตือน" ในการใช้งานเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะอุปกรณ์นั้นเกี่ยวข้องกับเด็กๆ โดยตรง กลับถูกมองข้าม ปล่อยให้สมองกลที่รู้ภาษา แต่ไม่ประสีประสา มารับหน้าที่ผู้แปล หนำซ้ำคณะกรรมการตรวจรับซึ่งเป็น "คนไทย" แท้ๆ ยังอุตส่าห์รับมาได้คล้ายกับไม่ได้พลิกอ่านเลยแม้แต่นิดเดียว

กระทั่งชาวเน็ตตาดีไปเห็นเข้า และนำมาขยายความต่อจนเรื่องแดงขึ้น จึงได้สั่งให้ไปแก้ไขให้ถูกต้องก่อนจะนำส่งสินค้าล็อตต่อมาอีก 10,000 เครื่อง เรื่องจึงสรุปลงว่า ผู้ใช้แท็ปเล็ต 2 พันเครื่องแรกนั้น ก็ถือว่า "ซวย" ไป

  • "ภาษา" เชื่อมโลก

จากตำนานหอคอยบาเบล เกี่ยวกับความหยิ่งผยองของมนุษย์เมื่อครั้งบรรพกาลที่พยายามก่อสร้างหอคอยให้สูงขึ้นไปถึงสรวงสวรรค์ กระทั่งถูกพระเจ้าลงทัณฑ์ โทษฐานคิดท้าทายพระเจ้า โดยได้บันดาลให้ผู้คนกระจัดกระจายออกจากกัน และพูดจาคนละภาษากันเพื่อไม่ให้เกิดความร่วมมือกระทำการท้าทายพระเจ้าเช่นนี้ได้อีก

แต่ความฝันที่จะสื่อสารเข้าใจกันได้อีกครั้งยังฝังอยู่ในใจของมวลมนุษย์ตลอดมา ไม่เช่นนั้น "วุ้นแปลภาษา" ของหุ่นยนต์เหมียวอย่างโดราเอมอนก็คงไม่เป็นที่รู้จักและฝันถึงของเด็กๆ ตลอดจนคนเคยเด็กทั่วโลก

กระทั่งความฝันเข้าใกล้ความจริงยิ่งขึ้น เมื่อโลกได้รู้จักกับตัวช่วยแปลภาษาอัตโนมัติหลากหลายยี่ห้อ แต่ที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็น google translate จากค่ายกูเกิล ซึ่งเพิ่งจะฉลองครบรอบ 6 ขวบ ด้วยจำนวนผู้ใช้สูงถึง 200 ล้านคนต่อเดือนไปเมื่อเมษายนที่ผ่านมา

โดย Franz Och หนึ่งในทีมงานของกูเกิลทรานสเลทได้โพสท์ไว้ในเวบบล็อกส่วนตัวว่า หากนับเอาข้อความทั้งหมดที่กูเกิลเคยแปลไว้มารวมกันนั้น จะเทียบเท่ากับจำนวนข้อความที่อยู่ในหนังสือจำนวน 1 ล้านเล่มเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสารพัดบริการแปลภาษายอดฮิตจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Babel Fish ของ yahoo! และ bing จากไมโครซอฟท์ที่อำนวยความสะดวกให้นักท่องเว็บสามารถอ่านเว็บนานาชาติได้แม้ไม่เคยเรียนภาษานั้นๆ ส่วนนักแชทที่นิยมโปรแกรมสไกป์ก็มีตัวช่วยอย่าง Skype Translate มาช่วยแปลภาษาระหว่างการสนทนาข้อความบน Skype ได้แบบทันทีทันใด

ของไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีกับเขาเหมือนกัน อาทิ โปรแกรมแปลภาษาไทย-ฝรั่งเศสในชื่อ "ภาษาฝรั่งเศสพอเพียง" ซึ่งคิดค้นโดยทีมหน่วยวิจัยภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำทีมโดยนักแปลมืออาชีพอย่าง รศ.ดร.สมบัติ เครือทอง อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

และล่าสุดที่เพิ่งจะแถลงข่าวความคืบหน้าไปก็คือ โครงการความร่วมมือในเครือข่ายวิจัยนานาชาติ "U-Star" จำนวน 23 ประเทศ และมี เนคเทค สวทช. เป็นตัวแทนจากบ้านเรา ที่เข้าไปร่วมกันพัฒนาระบบล่ามอิเล็กทรอนิคส์ ช่วยแปลเสียงพูดจากภาษาหนึ่งเป็นเสียงพูดอีกภาษาหนึ่ง ผ่านกระบวนการ การรู้จำเสียงพูด สังเคราะห์เสียง และเปลี่ยนจากเสียงเป็นข้อความ เข้าเครื่องแปลภาษา จากนั้นแปลงกลับเป็นเสียงพูดอีกครั้งในคู่ภาษาที่ต้องการ จนเกิดเป็นแอพพลิเคชั่น "VoiceTra4U-M" ที่สามารถแปลได้ 23 ภาษา รับอินพุตเสียงได้ 17 ภาษา โดยพร้อมเปิดทดสอบภาคสนามในระดับนานาชาติ ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิค กรุงลอนดอน ในปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 ที่จะถึงนี้

โดยไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ หรือโปรแกรมใด แอพพลิเคชั่นไหนนั้น ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ต้องการให้คนทั่วโลกสื่อสารกันได้แบบไร้กำแพงภาษามากั้นกลาง โดยเฉพาะการช่วยเหลือในสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งจะไปหาเรียนเอาเดี๋ยวนั้นคงไม่ทันกิน

แต่พอเอาเข้าจริง ตัวช่วยเหล่านี้กลับทำให้เรื่องยุ่งเข้าไปอีก เพราะถูกคนขี้เกียจสมองใสนำมาใช้แปลในเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อคนหมู่มาก

  • ง่าย...จนเป็นเรื่อง!

ที่ประเทศมาเลเซียเองก็เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ โดยเมื่อต้นปี บนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหม ประเทศมาเลเซีย ก็ได้ปรากฏข้อความภาษาอังกฤษบรรยายถึงการแต่งกายที่เหมาะสมของกำลังพลหญิงในความหมายที่ออกไปทางเล่นมากกว่าจะจริงจัง อย่างประโยคที่ว่า "อย่าแต่งตัวเด่นเตะตาคน" (don't wear clothes that poke eye) และยังสั่งอีกว่า "อย่าลืม(ชุด) 'การต่อสู้ของพังพอน' สำหรับใช้ในงานทางการ" (remember the “Mongoose fight” uniform for official functions.)

อ่านแล้วใครไม่งงก็ให้มันรู้ไป โดยเฉพาะประโยคหลัง ซึ่งนึกให้ตายก็ไม่เข้าใจว่า เครื่องแต่งกายมันไปเกี่ยวอะไรกับการต่อสู้ของพังพอน?

จนเมื่อกระทรวงกลาโหมออกมายอมรับว่า ต้นตอของประโยคสุดงงเหล่านี้ ก็มาจากอากู๋ของชาวโลกนี่เอง ที่ช่วยแปลให้ และที่ไม่ต่างกันก็คือ หลังจากเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว ประโยคมั่วซั่วจึงถูกลบทิ้ง พร้อมกับคำบ่นเบาๆ จาก รมว.กลาโหม ว่า กูเกิ้ลนี่มั่วจริงแท้ เห็นทีจะคบไม่ได้ จากนั้นก็สั่งการให้แก้ไขคำแปล โดยให้เลิกใช้บริการกูเกิลทรานสเลททั้งหมด และให้ใช้คนเป็นๆ แปลแทนเท่านั้น

ข้ามฟากไปถึง "คาเทโลเนีย" หรือ คาตาลัน ซึ่งเป็นแคว้นปกครองตนเองในประเทศสเปน ก็ไม่ต่างกัน โดยรัฐบาลคาตาลัน ปล่อยให้มีการใช้กูเกิล ทรานสเลท แปลข่าวสารบนเว็บไซต์ทางการ โดยแปลชื่อของประธานาธิบดีแห่งแคว้นคาเทโลเนีย “อาร์ตูร์ มัส” (President Artur Mas) เป็น "ประธานาธิบดีเพิ่มเติม" (President more)  ขณะเดียวกันก็แปลชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร Josep Maria Pelegri เป็น ‘Joseph and Mary Pilgrim’

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะกูเกิล ทรานสเลท ยังสามารถแปลชื่อของอดีตประธานาธิบดี Josep Tarradellas ออกทะเลไปอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยแปลว่า "จอร์จ วอชิงตัน!"

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ควรจะทบทวนกันเสียที ถึงความเหมาะสมในการใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่าง "พอดีๆ" แทนที่จะหวังเอาง่าย คิดจะพึ่งสมองกล ให้พ่นคำแปลออกมาได้ตามใจนึก

  • แปลได้ แต่ไม่ใช่คำตอบ

ในความเห็นของ ภัชริกา ชูตระกูล นักภาษาศาสตร์ ผู้ร่วมพัฒนาแอพพลิเคชั่น "VoiceTra4U-M" ก็ยอมรับว่าตัวโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมานั้น ยังไม่สมบูรณ์จนถึงขั้นคิดจะเข้ามาแทนที่คนพูดได้ เพราะด้วยจำนวนคำที่ยังใส่เข้าไปได้ในจำนวนจำกัด และยังไม่สามารถนำไปใช้งานเฉพาะทางได้ เพราะโอกาสผิดพลาดยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะภาษาไทยซึ่งหลายคำออกเสียงคล้ายกัน โอกาสที่จะผิดพลาดจึงย่อมต้องมีอย่างแน่นอน

อาทิ คำว่า 'ไม่' กับคำว่า 'ได้' นั้น ภัชริกา บอกว่า ออกเสียงผิดไปนิดเดียว ความหมายก็เป็นในทางตรงกันข้ามได้เลย

"โปรแกรมนี้ เหมาะสำหรับเอาไว้ใช้กับการสนทนาในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ชวนไปเที่ยว หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ให้คนต่างชาติต่างภาษาสามารถสื่อสารกันได้ เพราะเรื่องของคำและไวยากรณ์ที่เราใส่เข้าไปมันไม่ได้ซับซ้อนมาก แถมการทำงานของมัน คือจะต้องรู้จักเสียงที่เราพูดเข้าไปคืออะไร เพื่อจะไปแปลงออกมาเป็นคำ และไปหาในดิคชันนารีที่เรามี ซึ่งมันซับซ้อนพอสมควร เครื่องมือมันก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงขั้นจะไปยึดติดให้เป็นเครื่องมือหลักได้"

โดยเธอบอกว่า สำคัญที่ผู้ใช้เองที่ต้องเข้าใจธรรมชาติของโปรแกรมด้วย ต้องเข้าใจข้อจำกัดในการทำงานของโปรแกรม และควรจะมีทักษะพื้นฐานในภาษานั้นๆ อยู่บ้าง เพื่อนำไปตรวจทานการแปลอีกชั้นหนึ่ง

"อย่าคาดหวังว่าโปรแกรมจะแปลออกมาได้ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะมันเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้เราสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น"

สอดคล้องกันกับความเห็นของนักแปลมืออาชีพผู้ฝากผลงานการแปลวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิค “ต้นส้มแสนรัก” อย่าง รศ.ดร.สมบัติ เครือทอง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แปลภาษาไทย-ฝรั่งเศส เพื่อการเรียนการสอนโดยใช้ชื่อโปรแกรมว่า "ภาษาฝรั่งเศสพอเพียง" ที่สนับสนุนให้นักศึกษาใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการแปลการบ้านมาส่ง แต่ รศ.ดร.สมบัติ ก็จะคอยเน้นย้ำอยู่เสมอถึงวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง

"เครื่องมือแปลภาษาทุกๆ ตัวที่ใช้งานกันอยู่ ไม่มีตัวไหนหรอกที่จะมาแทนที่นักแปลมืออาชีพได้ แต่เครื่องมือเหล่านี้หากใช้ให้เป็นประโยชน์ มันก็ทุ่นเวลาในการเปิดดิคไปได้เยอะ แถมในบางครั้งการแปลงานที่ซ้ำๆ เดิม เมื่อเรามีเครื่องมือช่วยที่จดจำไว้อยู่แล้ว ว่าเราเคยแปลอะไรไว้ มันก็ยิ่งง่าย และรวดเร็วมากขึ้นไปอีก โดยเราก็เพียงแต่มาตรวจทานความถูกต้องอีกครั้ง" รศ.ดร.สมบัติ เอ่ย

ก่อนจะย้ำอีกครั้งในตอนท้ายว่า โปรแกรมอัตโนมัติเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้แปลทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะอย่างไรเสีย "ผู้แปล" ก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สุดของงานแปล 

โดยผู้ใช้จะต้องมีความถนัดในภาษาที่จะแปล และใช้เป็นแค่ "เครื่องมือ" ช่วยในการทำงาน ไม่ใช่คอยแต่จะคว้า "คำตอบ" จากล่ามสมองกล จนไม่คิดทำอะไรเลย

 

Tags : เครื่องแปลภาษา

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement