กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 01:00

สังคมอุดม 'ดราม่า'

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คนไทยบ้า "ดราม่า" มากขึ้นทุกวัน แม้กระทั่งสื่อเองยังหากินกับเรื่องคนตีกัน ..ถามว่าทำไม? ใครจะตอบได้ดีเท่าเขาคนนี้

เมื่อนักตบสาวไทยต้องผิดหวัง อดไปแข่งโอลิมปิกเกมส์ 2012 เพราะยืมจมูกคนอื่นหายใจ หวังผลสกอร์ของเซอร์เบีย-ญี่ปุ่นเป็นใบเบิกทาง ผลก็คือ สาวยุ่นสนองให้อย่างเจ็บแสบ พลาดท่าแพ้ต่อเซอร์เบียไป 2-3 เซ็ท เขี่ยสาวไทยตกรอบไปอย่างน่าเจ็บใจ

.... แน่นอนว่าเรื่องนี้ คือ 'ดราม่า'

และเมื่อ เลดี้ กาก้า แต่งตัววาบหวิว สวมชฎา ขี่มอเตอร์ไซค์ ที่มีธงชาติไทยห้อยท้าย

... "ดราม่า" เริ่มทำงานอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้กระทั่ง กรณี ครูอังคณา และ เด็กชายพงศธร ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสังคมภายนอก หรือมีประเด็นซ่อนเร้นอย่างใด... ก็ยังอุตส่าห์ขึ้นแท่นดราม่ายอดฮิตของสังคมเสียด้วย

ยังมีใครปฏิเสธอีกไหม ว่า ไทย... ไม่บ้าดราม่า!

ขณะที่กระแสดราม่ามีให้วิจารณ์กันสนุกปาก บนโลกออนไลน์ ก็ได้ถือกำเนิด "จ่าพิชิต ขจัดพาลชน" แห่งเว็บไซต์ 'ดราม่า แอดดิก' (drama-addict) และหน้าเพจบนเฟซบุ๊คในชื่อเดียวกัน

บนเว็บไซต์ เขาบอกว่าตัวเองมีสถานะเป็น 'จ่า' ประจำการ ณ สถานีตำรวจทุ่งมหาเมพ

อีกคราวเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็น 'ยาม' กะดึกประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 

ขณะที่บางกระแสยืนยันว่าเขาเป็นคนในเครื่องแบบเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากสีกากี เป็นสีขาวของเสื้อกาวน์!

ไม่ว่าเขาจะเป็นใครในโลกแห่งความจริง ก็คงไม่สำคัญเท่ากับการเป็นเจ้าสำนักผู้เสพติดดราม่า ที่รายล้อมด้วยมิตรรักแฟนเพจ "เรือนแสน" รอเสพดราม่า เพื่อรอประโยคจบที่ว่า

...ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น!

  • ดราเอ๋ย.. ดราม่า

ก่อนจะเข้าเรื่องของจ่าพิชิต นายนี้... เชื่อว่าต้องมีหลายคนยังงงๆ กับคำว่า 'ดราม่า' และแน่นอนว่ายังมีอีกไม่น้อยที่ไม่รู้จัก drama-addict.com

"DRAMA เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความคิดเห็นที่แตกต่าง อคติ หรือจริงจังมากเกินไป แล้วก่อให้เกิดความขัดแย้ง รำคาญใจ กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด"

นั่นคือ นิยามของคำว่า 'ดราม่า' เขียนโดยบล็อกเกอร์นามว่า 'L0ui5' ซึ่งตัวจ่าพิชิตเองก็เห็นชอบต่อคำนิยามดังกล่าว และขอยืมมาใช้เพื่ออธิบายความหมายของคำว่าดราม่าในเว็บของตัวเองด้วย

ถ้าถามถึงมูลเหตุ ว่าทำไมชาวไซเบอร์จึงชอบนักชอบหนากับ เรื่องดราม่า ประสาชาวบ้านตีกัน?

คำตอบที่สะท้อนภาพคนรักดราม่าที่ชัดเจนที่สุดนั่นย่อมเป็น เรทติ้งละครหลังข่าว ที่ยิ่งปะ-ฉะ-ดะ มากเท่าไหร่ ความแซ่บก็ยิ่งมี และเรทติ้งก็จะตามมา

ไม่ต่างกันกับโลกออนไลน์ ใครๆ ก็รู้ว่าคนไทยชอบเรื่องคนตีกัน ไม่อย่างนั้น สำนวน "ไทยมุง" คงไม่บังเกิด

เพียงแต่ความพิเศษของโลกออนไลน์จะมีมากกว่า ตรงที่ 'ผู้เสพ' สามารถมีส่วนร่วมในดราม่าเรื่องนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็น หรือจะร่วมลงแสดงเองเลยก็ได้ตามสะดวก และความอยาก

บ้างมาในรูปของความเกรียน.. บ้างมาในรูปของนักสืบช่วยแฉ.. บ้างมาในรูปของนักบุญผู้พยายามไกล่เกลี่ย

และด้วยความที่เนื้อหามักหนีไม่พ้นคนตีกัน รูปลักษณ์หน้าตาของเว็บดราม่าตลอดจนตัวหนังสือที่ใช้ จึงละม้ายคล้ายกับหนังสือพิมพ์หัวสียักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ขณะที่โลโก้ของตัวจ่า ก็พัฒนาจาก 'ลุงแซม' สมัยที่อเมริกาใช้เกณฑ์คนไปเป็นทหาร รบเพื่อชาติ (คนอื่น) ซึ่งจ่าตีความว่านั่นคือ 'ดราม่าระดับชาติ'

ก่อนจะเริ่มทำเว็บไซต์ดราม่าแอดดิคอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน จ่าพิชิต เล่าว่า แรงบันดาลใจพุ่งพรวดเมื่อได้อ่านดราม่าระดับมหากาพย์ของคนดังจากเว็บไซต์พันทิปนางหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า 'คุณน้ำอบ' ผู้พยายามบอกใบ้ให้ทั้งโลกได้รู้ว่า เธอคือคนในรั้วในวัง ใกล้ชิดกับเจ้านายหลายท่าน โดยชอบนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย หรือ เรื่องราวของเจ้าขุนมูลนายมาเล่าให้แฟนคลับที่ติดตามเธอได้อ่านกัน

จนกระทั่งเริ่มมีคนระแคะระคายว่าเรื่องที่เธอเล่ามานั้น เห็นทีจะโม้มากกว่าจริง อย่างเช่นเล่าว่า มีเจ้านายเป็นมุสลิม และตัวเองได้มีโอกาสตามเจ้านายลงใต้ไปทานบักกุ๊ดเต๋!

กระบวนการขุดแคะจับผิดเจ้านายกำมะลอจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะสรุปสำนวนว่า... ที่แท้ เธอก็แค่เมียนายทหารยศธรรมดานายหนึ่งที่ไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกับเจ้านายหรือตระกูลชั้นสูงแต่อย่างใด

นั่นคือ ดราม่าขั้นเทพ ที่จ่าพิชิตบอกว่า ครบถ้วนทุกอรรถรสชนิดที่เขาบอกว่า "ถ้าพิมพ์เป็นหนังสือนิยาย ก็ขายดีบรรลัย" 

  • น้ำผึ้งหยดเดียว

เริ่มต้นจากการเป็นผู้เสพติดดราม่าได้พักใหญ่ จ่าพิชิต ก็ปิ๊งไอเดียอยากจะรวบรวมข้อมูลดราม่าที่มีอยู่มาไว้บนเว็บไซต์ให้เป็นหมวดหมู่ 

"ยุคแรกเป็นแค่การนำเสนอเรื่องดราม่าจากพันทิปโดยแปะลิงค์ แล้วก็บอกว่ามันมีเรื่องนี้ๆ นะ ไปมุงดูเร็ว แต่หลังจากนั้นก็เริ่มปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอ มีการใส่เนื้อหาบรรยายรายละเอียดของดราม่าเข้าไปจนกลายเป็นดราม่าแอดดิคอย่างที่เห็นในปัจจุบัน" จ่าเล่าถึงจุดกำเนิด ดราม่าแอดดิค

เมื่อเว็บดราม่าตั้งตัวขึ้นมาได้ราวปีกว่า กระแสเฟซบุ๊คก็เริ่มมาแรง จ่าพิชิตจึงได้สถาปนาเพจ "ดราม่าแอดดิค" ขึ้นมาสถิตย์บนเฟซบุ๊คอีกหนึ่งช่องทาง และก็เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ดราม่าแอดดิคโด่งดังขึ้นในระดับแมสก็ด้วยพลัง 'โพสท์แอนด์แชร์' ของสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คนี่เอง

สำหรับเรื่องที่หยิบมาเขียนให้สาวกได้ตามอ่าน ก็เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งที่เกี่ยวกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี ฯลฯ 

จ่าบอกว่าเขียนทุกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องของ 'คนกับคน'

"ตอนแรกก็ไม่มีสาระอะไรมาก เอาประเด็นเรื่องของชาวบ้านตีกันมานำเสนอ แต่ปัจจุบันขยายไปเป็นประมาณว่า เสนอประเด็นที่ซ่อนอยู่ในนั้น บางดราม่า มันมีประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนปัญหาสังคม สะท้อนแนวคิดของคนในสังคมที่มีต่อประเด็นสังคม การเมือง ศาสนา ในปัจจุบันได้ โดยเราจะเอาประเด็นเล็กๆ มาขยายต่อเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพสังคมปัจจุบัน

ส่วนคอนเซปท์การเขียน หลักๆ คือ เนื้อหาต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพียงแต่เราจะใส่คำ ใส่สำนวนให้แรงกว่าเดิม ให้คนอ่านสะใจกว่าเดิมเหมือนเหยาะน้ำจิ้มลงไป ซึ่งตัวผมได้รับอิทธิพลมาจากเว็บหลุดโลก (เว็บไซต์ใต้ดินที่ทั้ง หยาบ เถื่อน แต่เปี่ยมด้วยจินตนาการทางภาษา - ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) ก็จะเน้นแรงๆ เพื่อความสะใจ"

เกี่ยวกับภาพรวมของดราม่าที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านแว่นสังเกตการณ์ของจ่าพิชิตนั้น เขาบอกว่า ปัญหาหลักของสังคมไทย เป็นเรื่องจิตสำนึกความรับผิดชอบที่ยังค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะผิดไม่ยอมรับผิด ไม่ชอบขอโทษ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ในโลกออนไลน์ เพราะเป็นกันทั่วไปหมด โดยเฉพาะนักการเมือง

"จากที่เขียนดราม่ามานาน เห็นได้ชัดเจนเลยว่า บางทีประเด็นเริ่มต้นมันเล็กนิดเดียว แต่ก็บานปลายกลายเป็นดราม่า แค่เพราะไม่ยอมพูดขอโทษ บางเรื่องแค่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ พูดขอโทษ.. คำสองพยางค์เล็กๆ แต่จริงใจ เรื่องก็จบ แต่ไม่ยอมทำไง ทุกวันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นแม้กระทั่งในแวดวงการเมือง หลายเรื่องก็เกิดจากเรื่องหยุมหยิมทั้งเพ เกิดจากความขัดแย้งของคนสองคนแล้วก็บานปลายกลายเป็นเรื่องระดับชาติ" จ่าบ่น

ถึงแม้จะเป็นคนหนึ่งที่หากินกับเรื่องดราม่า แต่จ่าก็ยืนยันว่า เขาแค่หากิน แต่ไม่ได้ชี้นำ เพราะทุกครั้งที่เขียนรายงานดราม่า คำว่า 'อคติ' ห้ามมีอยู่ในใจ เขียนรายงานไปตามที่เห็นและรวบรวมข้อมูลมาได้

พร้อมทั้งยังยืนยันว่า "ดราม่า ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ถ้ารู้จักเสพ"

"ทุกอย่างมันมีสองด้านทั้งนั้น ขึ้นอยู่ว่า คนอ่านอยากได้อะไร ถ้าจะอ่านเอามันส์อย่างเดียวก็ได้แค่นั้น แต่ถ้าเอาดราม่าที่อ่านไปคิดต่อ เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์ มันก็สอนใจได้"

ปัจจุบัน หน้าเพจดราม่าแอดดิคบนเฟซบุ๊ค มีแฟนเพจเกือบๆ 9 หมื่นคน ส่วนคนอ่านที่แวะเวียนเข้ามาในหน้าเว็บไซต์นั้น จ่าบอกว่า วันๆ หนึ่งมีอยู่ราวๆ 4 แสนคน

แต่นั่นก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะเขาอยากให้ตัวเลขสูงกว่านี้ โดยเพิ่งจะทุ่มเงินหลักแสนบาทเพื่อขยายเซิร์ฟเวอร์ให้ใหญ่ขึ้น จะได้รองรับคนอ่านให้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ก็ยังอยู่ระหว่างพัฒนาทำแอพพลิเคชั่นสำหรับให้อ่านดราม่า แอดดิค บนไอโฟนได้ โดยเตรียมปล่อยให้สาวกได้ดาวน์โหลดไปอ่านกันฟรีๆ และยังเตรียมจะขยายไลน์ไปทำพ้อคเก็ตบุ๊ค และอีบุ๊คอีกด้วย

อย่างนี้แล้ว.. เชื่อหรือยัง ว่า 'ดราม่า' ไม่มีทางตายไปจากสังคมไทย!

Tags : ดราม่าแอดดิค จ่าพิชิต ขจัดพาลชน

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement