กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 07:00

ไม่ไกลเกินฝัน ทานตะวันสีแดง

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เช้าตรู่วันนี้จะลองนั่งรถฝ่าระลอกคลื่นน้ำขังของคนเมืองออกไปสูดอากาศสดชื่นที่ต่างจังหวัด โปรแกรมแบบไปเช้าเย็นกลับคงไม่เหนื่อยมากนัก

 พูดกันตรงๆ ว่าทริปนี้ไปแบบไม่ได้ตั้งใจปักหมุดไว้บนปฏิทิน แต่มีเวลาว่างทั้งทีก็ขอใช้ให้คุ้มค่า ประกอบกับเริ่มเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับข่าวน้ำท่วมที่ปัญหาก็ยังวนๆ ซ้ำๆ อยู่ที่เดิม เกิดความขัดแย้งกันไปทุกหย่อมหญ้า จึงอยากหาโอกาสปิดหูปิดตาไม่เสพข่าวสักพัก และโอกาสที่ว่าก็ลอยมาตรงหน้า เมื่อรุ่นพี่เอ่ยปากชวนออกเที่ยวต่างจังหวัดแบบไปเช้าเย็นกลับ ก็ตกปากรับคำทันที


 โปรแกรมนี้ฉันได้รับข้อมูลคร่าวๆ เพียงว่า 'จะไปลพบุรี อยากไปดูทุ่งทานตะวันสีแดง' ได้ยินแล้วก็สับสนในใจเล็กน้อย เพราะไม่เคยทราบมาก่อนว่า บ้านเรามีดอกทานตะวันสีอื่นที่นอกจากสีเหลืองด้วยหรือ แต่ก็ได้รับคำยืนยัน นั่งยัน จากทุกคนว่า มีจริงๆ ว่าแล้วต่อมอยากรู้อยากเห็นก็ทำงานแบบอัตโนมัติ อยากไปเห็นกับตา ที่ว่า 'แดง' จะแดงจริงไหม และจะ 'แดงไปทั้งทุ่ง' หรือเปล่า

-1-


 ประมาณเจ็ดนาฬิกา คณะของเราก็เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างทางร่องรอยน้องน้ำยังมีให้เห็น แต่รถเล็กก็สามารถเดินทางได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้มีเพียงรถทหารเท่านั้นที่ฝ่าทะเล (ปลอม) เข้าออกได้ พาหนะหลายสิบคันติดอยู่บนถนนพหลโยธินชั่วครู่ แต่ก็สามารถขับต่อไปได้ ถือว่าไม่อึดอัดนักเมื่อเทียบกับเวลาไพร์มไทม์ของคนกรุง ขอยืนยันว่าสามารถเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ได้แน่นอน


 เช้านี้อากาศสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใส ความไม่สะดวกสบายในการเดินทางเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้บรรยากาศแห่งการพักผ่อนหย่อนใจของวันนี้ลดลงเลย เรามุ่งหน้าสู่ จ.ลพบุรี เป้าหมายคือ ไร่ทานตะวันคุณจำปี ที่ทุกคนในก๊วนยืนยันว่ามีดอกทานตะวันสีแดงอยู่ในท้องทุ่ง เมื่อถึงสระบุรีก็เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3017 ขับตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ไม่ซับซ้อน และสังเกตซ้ายมือก็พบป้ายขนาดกลางระบุว่า ในที่สุดก็ถึงไร่คุณจำปี ได้เวลาพิสูจน์ความจริงว่าดอกทานตะวันไร่นี้จะแดงหรือไม่แดง


 ทุกคนคงคุ้นเคยกับทานตะวันที่มีกลีบดอกสีเหลืองสดใส เกสรตรงกลางสีดำกลมโตชูก้านดอกหันเข้าหาดวงอาทิตย์กันทั้งท้องทุ่ง แต่ดอกทานตะวันที่พบเจอวันนี้ ฉันต้องตะลึงไปเหมือนกันเพราะว่ามันมีกลีบดอกเป็นสีแดง แม้จะไม่แดงสดเฉิดฉาย แต่ก็บอกได้ว่าแดงทั้งดอก แปลกตาไปจากดอกเหลืองที่เคยคุ้นมาโดยตลอด


 ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแบบที่แดงเฉพาะรอบนอกของเกสร และขลิบปลายกลีบด้วยสีเหลืองอีกชั้น แบบนี้ก็สวยแตกต่างออกไป ทานตะวันดอกแดงทั้งสองแบบนี้แม้จะยังไม่บานเต็มทุ่ง เพราะยังอยู่ในช่วงทดลองปลูก แต่ก็มีมากมายกระจัดกระจายให้เดินดูได้ไม่เบื่อ สายพันธุ์ที่ออกดอกสีแดงนี้เรียกว่า เรดซัน ส่วนสีเหลืองก็ปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์กำมะหยี่หรือ เทดดี้แบร์ ที่อัดแน่นไปด้วยกลีบดอกเล็กๆ เต็มดอกและไม่มีเกสรตรงกลาง ส่วนฮาดูเอล และ จัมโบ้ มีกลีบดอกใหญ่เรียงกันเป็นวงกลมสีเหลือง แต่จัมโบ้จานดอกจะใหญ่พิเศษขึ้นไปอีก ทั้งสองพันธุ์นี้จะมีเกสรสีดำตรงกลางดอก


 ความมหัศจรรย์ของทานตะวันสีแดงนี้ วัฒนะ แย้มเจิม เจ้าของไร่ทานตะวันคุณจำปี (ที่ตั้งตามชื่อคุณแม่) อธิบายว่า เรดซันถูกนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกาและทดลองปลูกที่นี่ เพราะว่าต้องการสร้างความแตกต่างไปจากไร่อื่นๆ ในย่านเดียวกัน และจากประสบการณ์ที่ทำไร่นี้มานานกว่า 18 ปี เขาเล่าว่าในอดีตถนนสายนี้รถติดมาก เพราะคนจะจอดรถถ่ายรูปกันตลอดทาง แตกต่างจากปีนี้อย่างสิ้นเชิงที่มีนักท่องเที่ยวออกมาเที่ยวน้อยที่สุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยสภาวะน้ำท่วมและปัจจัยเรื่องงบประมาณในการท่องเที่ยว


 "กลุ่มเป้าหมายหลักของเรา คือคนกรุงเทพฯ และคนจากภาคใต้ เมื่อก่อนคนมาเยอะมาก ถึงขนาดไม่มีที่จอดรถ บนถนนจะมีแต่รถบัสจอดอยู่เต็ม เฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเข้ามา 10,000 คน ต่อวัน แต่จะมีหลายกลุ่มสลับเข้าออก เพราะเป็นการเที่ยวชมแบบสั้นๆ แล้วไปเที่ยวที่อื่นต่อ ตรงนี้เราจะได้รายได้จากการเก็บค่าเข้าชมและการขายสินค้าแปรรูปและของที่ระลึก"


 หากไม่ติดปัญหาน้ำท่วม เจ้าของไร่รายนี้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวออกมาเที่ยวกันแล้ว โดยสังเกตจากลมหนาวที่เริ่มพัดมา นั่นก็หมายความว่าลมแห่งการท่องเที่ยวก็เริ่มต้นขึ้นด้วย ส่วนช่วง High season ที่เหล่าคนเมืองนิยมมามากที่สุด คือช่วงเดือนพ.ย. ถึงกลางเดือนม.ค. นอกจากอากาศดีๆ แล้ว ช่วงปีใหม่ยังถือเป็นช่วงที่คนไทยมีกำลังซื้อมากที่สุด ทุกคนอยากออกมาจับจ่ายและท่องเที่ยวต้อนรับวันปีใหม่


 ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ชนิดนี้คือ ดอกและลำต้นจะหันเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ ใครอยากพิสูจน์สามารถมาพิสูจน์กันได้ที่ทุ่งทานตะวันเมืองลพบุรี  ปีนี้แม้ดอกทานตะวันจะเล็กลงและต้นเตี้ย แต่ยังคงความสวยงามสดใสไม่เปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเที่ยวชมและเก็บภาพได้อย่างเพลิดเพลินเหมือนอย่างแต่ก่อน


 ยิ่งตอนนี้มีดอกทานตะวันหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกชมได้ไม่เบื่อ โดยเฉพาะเจ้าดอกสีแดงที่เป็นน้องใหม่ คาดว่าน่าจะได้รับคะแนนนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศได้ไม่น้อย และจะทำให้ทุ่งทานตะวันยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทยอยู่เสมอ


 แม้การทำไร่ทานตะวันจะขยายออกไปทั้งสระบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี และจังหวัดในแถบภาคเหนือ แต่ภาพความสวยงามของท้องทุ่งทานตะวันสีเหลืองยังคงเป็นภาพลักษณ์ของ จ.ลพบุรีไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากนักท่องเที่ยวลดลงไปมาก ผู้ประกอบการหลายเจ้าก็อาจจะถอนตัว และหันเหไปทำอาชีพอื่นที่คุ้มทุนมากกว่า หากวันนั้นมาถึง ใครก็ไม่สามารถรักษาทุ่งทานตะวันที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองลพบุรีเอาไว้ได้

-2-


 เพลิดเพลินกับความสวยงามของดอกทานตะวันสีแดงยังไม่ทันไรก็เที่ยงพอดี เป้าหมายต่อไปของเราคือหาของอร่อยๆ มาลองลิ้มชิมรสเสียหน่อย ระหว่างทางสังเกตเห็นป้ายบอกทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทั้งคณะจึงตัดสินใจแวะเข้าไปหาร้านอาหารริมเขื่อน กินไปพลางชมวิวไปพลาง อิ่มหนำสำราญแล้วค่อยเที่ยวไปตามตะวันกันต่อ


  ด้วยเส้นทางที่เชื่อมต่อสู่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี บ่ายนี้เราจึงเลือกไปชมและชิมองุ่นกันที่ ไร่องุ่นคุณมาลี ที่ตั้งอยู่บนเนินสูง ริมถนนสายมวกเหล็ก-วังม่วง ที่นี่มีพื้นที่มากถึง 170 ไร่ โดยแบ่งมาปลูกองุ่น 50 ไร่ เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่าย ทั้งยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมไร่ได้ฟรี


 คุณเอ๋ สาวเจ้าของไร่ บอกว่า ไร่ของเธอเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงเน้นปลูกองุ่นแบบปลอดสารพิษ ส่วนกิจกรรมในไร่ส่วนมากเป็นการแนะนำให้นักท่องเที่ยวเที่ยวชมบรรยากาศในไร่มากกว่าหากิจกรรมอื่นๆ มาเสริม เพราะมองว่าการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์บ้างก็น่าจะดี ทั้งได้ชมธรรมชาติ ได้เสพบรรยากาศที่บริสุทธิ์สดชื่น ถือเป็นการดีท็อกซ์ฝุ่นควันและความเครียดให้คนกรุงเทพฯ ได้ดี


 "ที่นี่ไม่เก็บค่าเข้าชม เพราะคิดว่าเรามีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จากองุ่นให้ลูกค้าอยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะเก็บค่าธรรมเนียมตรงนี้อีก ส่วนกิจกรรมก็เน้นเดินชมไร่ ถ่ายรูป พร้อมมีบริการให้ชิมลูกองุ่นสดและน้ำองุ่นฟรีค่ะ"


 ไร่องุ่นคุณมาลีปลูกองุ่นไว้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งแกรนเลดี้ แบลคแคนเบอร์ร่า แบลคไนท์ และแกรนเลดี้ไรท์ เราทั้งเดินชมทั้งชิมลูกองุ่นสดๆ จากเถาบรรยากาศดีๆ แบบนี้ทำให้หายปวดเมื่อยจากการเดินทางได้มากทีเดียว พร้อมทั้งได้สูดอากาศสดชื่นจากใต้เถาองุ่นได้เต็มปอดเพราะที่นี่ปลอดสารพิษ 100%


 นอกจากนั้นภายในไร่ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่นมากมายหลายอย่างมาให้เลือกช้อปเลือกชิม ตัวเด่นๆ ก็คงหนีไม่พ้น 'น้ำองุ่น' ที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ รองลงมาที่ขายดีไม่แพ้กัน อย่างเช่น ไอศกรีมองุ่น พายองุ่น องุ่นอบแห้ง และแยมองุ่น เป็นต้น โดยจะผลิตเท่าที่จำนวนที่เก็บผลผลิตได้ในแต่ละฤดูกาล


 พวกเราเองก็ขอลองชิมไอศกรีมองุ่นแบบโฮมเมดสักถ้วย สนนราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น ราคานี้น่าคบมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาติ ทั้งหวานหอมและชื่นใจ แถมเป็นแบบเชอร์เบทไม่ใส่นม ไม่เพิ่มห่วงยางรอบเอวให้หนักใจอีกด้วย ขอบอกว่าถ้วยนี้เริ่ดสุดๆ

-3-


 พอตะวันเริ่มคล้อย แดดร่มลมตกเหมาะอย่างยิ่งกับการเดินเที่ยวในเป้าหมายสุดท้ายของเราที่ ปาลิโอ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งสถานที่สุด Chic ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวชาวกรุง เพราะการเดินทางที่ไม่ไกลนัก Palio จึงเป็นเหมือนแลนมาร์คของเขาใหญ่ไปโดยปริยาย ที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ที่จะเข้ามาเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ เก๋ๆ ของที่นี่


 ปาลิโอ หรือ Palio เป็นภาษาอิตาเลียน ที่แปลเป็นไทยว่า 'รางวัล' ซึ่งเจ้าของโครงการต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นรางวัลกับชุมชนคนเขาใหญ่ โดยภายในประกอบด้วยร้านค้าเล็กๆ น่ารักกว่า 140 ร้าน ประกอบด้วย ธนาคาร ร้านอาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น ศูนย์อาหารที่คัดสรรแล้วว่าอร่อยจริง ลานเบียร์ ร้านขายยา ร้านขายของที่ระลึก พืชผักปลอดสารพิษ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องเสียง ทั้งหมดถูกจัดให้มีตรอกซอกซอยเล็กๆ หลายๆ ซอย เป็นถนนคนเดินสไตล์อิตาเลียนนั่นเอง


 เมื่อถ่ายรูปและชอปปิงกันจุใจ บวกกับอาการปวดเมื่อยที่เริ่มส่งสัญญาณมาอีกครั้ง เราจึงถอยขบวนเคลื่อนคณะเดินทางกลับพระนคร โดยเส้นทางขากลับนี้จะผ่านร้าน 'แดรี่โฮม' แลนมาร์คอีกจุดเมื่อมาเที่ยวเขาใหญ่ บอกได้เลยว่าทุกคน 'ต้องแวะ' เพราะที่นี่เป็นร้านอาหารและร้านขายของฝากที่มีการออกแบบตกแต่งออกแนวเทพนิยาย จำหน่ายผลิตภัณฑ์นมปลอดสารพิษ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนม เช่น ไอศกรีม เบเกอรี่ เนย ขนมปัง ผักต่างๆ รวมทั้งสเต๊กและผลิตภัณฑ์การเกษตรอื่นๆ ที่น่าสนใจ


 คณะของเราก็ขอแวะเช่นกัน เป็นของแถมขากลับในวันนี้ ผ่านไปไม่ถึง 15 นาที ทุกคนก็หอบหิ้วขนมปัง นมสด ผักสด และโยเกิร์ตกลับออกมาเพียบ ก่อนจะโบกมือลา (จริงๆ) ให้กับทริป ลพบุรี-สระบุรี-โคราชใน 1 วัน ที่แสนจะคุ้มค่าและเต็มอิ่ม


 พร้อมกับดวงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้า โปรยแสงสีส้มอ่อนๆ ขลิบขอบก้อนเมฆสีทอง ส่งท้ายเป็นภาพประทับใจก่อนกลับไปผจญศึกกับน้องน้ำอีกครั้ง ณ เมืองกรุง

............................


การเดินทาง


 จากกรุงเทพฯ ไปลพบุรีใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ลพบุรี-สระบุรี) ถึงกิโลเมตรที่ 4 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3017 (ทางไปตำบลโคกตูม) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าวัดเวฬุวัน (ด้านซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทุ่งทานตะวัน สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวลพบุรี - วังม่วง ผ่านทางเข้าวัดเวฬุวัน รถออกจากสถานีขนส่งลพบุรี ระหว่างเวลา 06.00 - 17.30 น.


 ไร่ทานตะวันคุณจำปี ตั้งอยู่ที่ กม. 30-31 ทางหลวง 3017 ซอย 15 -16 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวัฒนะ แย้มเจิม โทร. 08 9800 2399


 ไร่องุ่นคุณมาลี ตั้งอยู่ที่ ถ.มวกเหล็ก-วังม่วง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เปิดบริการทุกวัน ติดต่อสอบถามคุณเอ๋ โทร. 08 7400 5660 หรือ 0 3634 1159, 08 1893 5893


 ปาลิโอ ตั้งอยู่บน ถ.ธนะรัชต์ กม.ที่ 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางมาเขาใหญ่ (ปากช่อง) จากสระบุรี พอถึงปากช่องให้สังเกตป้ายว่าไปเขาใหญ่ จากนั้นขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 10 กิโลเมตร สังเกตทางด้านซ้ายจะเห็นทางเข้าปาลิโอ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น.

Tags : ทานตะวัน ไร่คุณจำปี ไร่องุ่นคุณมาลี ปาลิโอ

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement