กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 09:00

เหมียวตูบผจญ ‘ภัย’ ใครช่วย!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ท่ามกลางพิบัติภัยไม่ได้มีแต่คนเท่านั้นที่เดือดร้อน เพื่อนสี่ขาอย่างเจ้าตูบกับน้องเหมียวก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด หากไม่มีอาสาสมัครใจดีช่วยเหลือ

"ใครๆ ก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น" ยิ่งในสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่แบบนี้ วลีดังกล่าวแสดงตัวตนออกมาอย่างชัดเจน ในสภาวะที่ทุกคนต่างเก็บของหนีน้ำหรืออพยพสู่ศูนย์พักพิง สัตว์เลี้ยงแสนรักที่บ้านก็หวังที่จะหนีน้ำไปด้วย แต่บางคนกลับทิ้ง 'ตูบ' กับ 'เหมียว' ไว้เพียงลำพัง

..อ้างว่าเป็นภาระในการหนีเอาตัวรอด

  • จิตอาสา พาหมาหนีน้ำ

"ตอนนี้น้ำท่วมหนัก สัตว์ไม่มีที่พักพิง น้ำท่วมทุกบริเวณ เราก็กระจายกำลังกันออกไปช่วยสัตว์ที่ติดอยู่ตามบ้านที่น้ำท่วม แล้วขนย้ายไปที่แห้งรอการทำหมันและส่งกลับบ้าน เรายึดหอพักซอยวัดประยูรเป็นศูนย์ปฏิบัติงาน ซึ่งมีสุนัขประมาณ 60 ตัว แมวประมาณ 20 ตัว ตอนนี้อาหารเม็ดสำหรับสัตว์ไม่เพียงพอ การอพยพเคลื่อนย้ายก็ลำบาก ไม่มีรถ ไม่มีเรือ ต้องคอยแจ้งข่าวขอบริจาคอยู่เรื่อยๆ ที่นี่ลำบากและวุ่นวายมาก" นิดา นิกรพันธุ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัคร SOS ANIMALS Thailand เล่าถึงภารกิจช่วยเหลือตูบกับเหมียวในเขตน้ำท่วม

กลุ่มอาสาฯของเธอ ก่อตั้งมากว่า 10 ปีแล้ว โดยพันธกิจหลัก คือการรณรงค์ลดประชากรสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าตูบและเจ้าเหมียว เพราะสัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้มีลูกมากในแต่ละครอก หากปล่อยไปเรื่อยๆ ต่อไปจะเป็นปัญหาของสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อประสบวิกฤตมหาอุทกภัยครั้งนี้ นอกจากหน้าที่เดิม ยังต้องเพิ่มการเข้าช่วยเหลือ และหาที่พักพิงชั่วคราวให้เหล่าหมาแมวเหล่านี้ด้วย

นิดา บอกว่า วิธีการเข้าช่วยเหลือต้องทำอย่างรวดเร็ว โดยเอา “สแนช” (อุปกรณ์จับสุนัข) คล้องคอแล้วลากออกมา ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ร่วมด้วย จากนั้นนำใส่ในกรงซึ่งต้องใช้กำลังบังคับพอสมควร และขนย้ายสู่หอพักหรือบ้านของทีมอาสาฯ ไว้ชั่วคราว

สัตว์ทั้งหมดที่ช่วยมาจะได้รับฉีดวัคซีนรวม ตัวไหนป่วยก็ฉีดยาแก้หวัดร่วมด้วย

"เมื่อน้ำลดเราจะส่งคืนเจ้าของ ก่อนนำส่งต้องทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกตัว โดยปล่อยให้สัตว์พักฟื้นก่อน 10 วัน จะส่งคืนทั้งๆ ที่ยังไม่หายดีไม่ได้ เราถือว่าคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องดีก่อนนำส่งคืน เพื่อเป็นการลดประชากรสัตว์อย่างถูกวิธี ทุกครั้งที่เราส่งสัตว์เลี้ยงคืนเจ้าของแล้วเห็นท่าทางที่ดีอกดีใจของเหล่าหมาแมว เราประทับใจมาก เรารู้สึกว่าได้ทำกุศลครั้งใหญ่ในการช่วยให้เขาได้เจอเจ้าของที่แท้จริง" ผู้ก่อตั้งกลุ่มอาสาฯ SOS ย้ำ

  • เจ็บเป็น หิวเป็น แต่พูดไม่ได้

เพราะมีจำนวนสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งท่ามกลางมวลน้ำจำนวนมหาศาล อาสาสมัครจึงต้องระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลือ อีกหนึ่งเรี่ยวแรงสำคัญของภารกิจนี้ก็คือ กลุ่มที่ทำงานรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์ "A call for Animal Rights Walk Rally" ซึ่งใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นตัวขับเคลื่อน อรสิรินทร์ เชิงสะอาด หนึ่งในทีม admin ของกลุ่ม อธิบายว่า แม้พันธกิจหลักของกลุ่มคือการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้มีผลบังคับใช้ในเมืองไทยเร็วที่สุด

แต่วันนี้ยังไม่เห็นภาพนั้น เพราะมีภารกิจที่เร่งด่วนกว่านั่นคือ กู้ชีวิตเหล่าสัตว์เลี้ยงจากภัยน้ำท่วม

"พอน้ำท่วมหนัก มีคนแจ้งเข้ามาทางกลุ่มให้ออกช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง เราก็ต้องรวบหัวรวบหาง แกมบังคับนิดๆ เพราะเรารอไม่ได้ ยังต้องไปช่วยที่อื่นอีกเยอะ อย่างที่วัดสวนแก้วช่วยออกมาได้ประมาณ1,000ตัว ส่วนใหญ่จะเจอหมายืนตามหลังคา กันสาด พอช่วยออกมาแล้วก็เอาขึ้นรถ 6 ล้อ นำส่งตามจุดต่างๆที่ประสานไว้ เช่น ชะอำ เพชรบุรี กาญจนบุรี เป็นต้น นอกจากนี้อาหารสัตว์ คนในพื้นที่จะนำมาบริจาคให้ ส่วนยาและวัคซีนได้ประสานไปยังทีมแพทย์อาสาให้เข้ามาช่วยฉีดยารักษาโรคแลัตรวจสุขภาพสัตว์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ " ตัวแทนกลุ่ม A call กล่าว

อรสิรินทร์ เล่าอีกว่า ส่วนใหญ่การเข้าช่วยเหลือไม่มีเรื่องหมากัด ซึ่งเธอใช้วิธีเอาอาหารไปล่อ สร้างความคุ้นเคยแล้วจับใส่กรง โดยเฉพาะที่วัดสวนแก้ว มีหมาเยอะมาก ต้องเตรียมอาหาร กรง และสวิงเอาไว้ใช้ในกรณีที่บางตัวไม่ยอมให้จับ ก็ใช้สวิงครอบทั้งตัวแล้วดึงไปใส่ในกรง ซึ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ส่วนใหญ่ได้จากการรับบริจาค ทั้งเงิน กรง เรือ อาหารเม็ดของหมาและแมว เป็นต้น

เธอย้ำว่า งานอาสาครั้งนี้เธอพกจิตอาสามาเต็มกระเป๋า และยินดีจะทำต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีบางเรื่องมาบั่นทอนกำลังใจ ทั้งการขาดแคลนเรื่องงบประมาณ เพราะลำพังการขอรับบริจาคนั้นไม่เพียงพอ ต้องควักทุนส่วนตัวเพิ่มด้วย นอกจากนี้ยังมีคนประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอยู่มาก เมื่อเห็นกลุ่มอาสาสมัครเข้าไปช่วยหมาแมวก็ขัดขวางการทำงาน โดยไม่เข้าใจถึงสิทธิที่จะมีชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่นอกเหนือจากมนุษย์ด้วยกัน ทำเอาเสียกำลังใจไปไม่น้อย

"อย่างคนเรามีปาก มีมือมีเท้า สามารถร้องเรียกหรือเดินมาขอความช่วยเหลือได้ บางคนห่วงของไม่ยอมอพยพ บางคนก็กังวลที่ไม่ได้รับถุงยังชีพ ไม่ยอมพึ่งพาตัวเองทั้งๆ ที่ทำได้ แต่หมาแมวพูดไม่ได้ แถมโดนคนไล่ลงน้ำ ที่ที่ยังแห้งคนก็ไปแย่งหมาอยู่ เราก็ทนไม่ได้ ตอนแรกกลุ่มเราไปช่วยคน หลังๆ มาเราก็ช่วยทั้งคนทั้งหมา เพราะพวกมันก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีชีวิต มีความเจ็บปวด ต้องการที่อยู่ น้ำ อาหาร และยารักษาโรค เหมือนกับคนเราทุกอย่าง เราน่าจะหาวิธีแก้ไขตรงนี้ให้คนกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่กำจัดเขาทิ้งไปให้พ้นภาระ"

อาสาสมัคร A Call กล่าว สิทธิที่จะรอดของตูบกับเหมียว เรื่องหมาๆ แมวๆ ฟังดูอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับ รศ.น.สพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ ผู้ช่วยคณบดีด้านวิเทศสัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ประสานงาน "โครงการเครือข่ายวิชาชีพสัตวแพทย์ช่วยน้ำท่วม" การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงเหล่านี้นอกจากความสงสารแล้ว ต้องมีความรอบคอบด้วย

ในมุมต่าง ดร.สุดสรร แสดงทัศนะว่า สัตวแพทย์ไม่มีนโยบายการนำสัตว์ออกมานอกพื้นที่ ยกเว้นปศุสัตว์สามารถหาที่แห้งให้หมาแมวหนีน้ำได้ โดยกรมปศุสัตว์จะเป็นผู้รับผิดชอบขนย้ายในลำดับแรก แต่หากมีสถานที่ในท้องถิ่นให้สัตว์อาศัยอยู่ได้จะไม่ทำการเคลื่อนย้าย เพราะการย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่จะก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย โดยสัตว์จะพลัดพรากจากถิ่นและเจ้าของจะกลายเป็นสัตว์จรจัด ยกเว้นกรณีที่สัตว์อาจจมน้ำหรืออันตรายถึงชีวิต อาจหาทางย้ายไปไว้ในที่สูงที่สัตว์สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้

"มาตรการในการเข้าไปดูแลสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทางเครือข่ายฯ ตกลงกันว่าจะทำเป็นสองระยะ คือในระยะแรกจะเข้าไปช่วยให้อาหารให้ได้เพื่อลดความอ่อนแอในการขาดอาหาร ถ่ายพยาธิเพื่อลดโอกาสที่จะติดต่อไปสู่คน

ถ้าเห็นหมาแมวอยู่ตามเกาะต่างๆ โอกาสที่จะจับออกมาเป็นไปไม่ได้ เพราะหมาจะกระโดดน้ำหนี ทำได้เพียงให้อาหารไว้ให้มากที่สุด หรือฝากคนในพื้นที่นั้นๆ นำไปให้ในวันต่อๆ ไป ส่วนระยะยาวคือฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด โดยการตรวจรักษาและให้วัคซีน" ผู้ช่วยคณบดีฯ อธิบาย

ก่อนจะเล่าถึงการทำงานของเครือข่ายฯ ว่า มีทั้งการลงพื้นที่ดูแลสุขภาพสัตว์ การประสานงานในการจัดตั้งศูนย์พักพิงสัตว์ และช่วยรักษาสัตว์เจ็บป่วยจากการเคลื่อนย้ายโดยกลุ่มคนรักสัตว์ หรือตามสถานสงเคราะห์สัตว์อีกด้วย ส่วนกรณีการหาบ้านใหม่ให้สัตว์หลังน้ำลดนั้น เนื่องจากสัตว์ที่พลัดพรากจากถิ่นอาศัยจะเป็นสัตว์จรจัดทันที สัตวแพทย์ไม่สามารถรับเลี้ยงดูได้ จึงจำเป็นต้องส่งต่อหน่วยงานดูแลสัตว์จรจัด เจ้าของสัตว์ที่ไม่สามารถหาสัตว์พบหลังน้ำลด อาจต้องตามไปดูตามสถานพักพิงสัตว์จรจัดต่างๆ ซึ่งมีมากมายหลายแห่ง

"นอกจากอุปสรรคในเรื่องของการเข้าไม่ถึงสัตว์ที่ติดอยู่ตามแหล่งต่างๆ และความไม่เข้าใจของประชาชนแล้ว การขนย้ายสัตว์เลี้ยงยังทำให้ยากลำบากต่อการอพยพด้วย หากต้องขนย้ายสัตว์จริงๆ สัตวแพทย์จะแนะนำว่า เจ้าของต้องย้ายเองโดยให้สัตว์เลี้ยงติดตามออกมาพร้อมกัน กรณีที่มีสัตว์จำนวนมากเกินกำลังการย้าย แสดงว่าเจ้าของไม่สามารถดูแลสัตว์ในความครอบครองได้ แสดงถึงการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมตามสวัสดิภาพสัตว์ในเบื้องต้น และการนำสัตว์ไปอาศัยตามแหล่งพักพิงก็จะก่อให้เกิดปัญหาการดูแลที่ไม่ทั่วถึงขึ้นมาอีกทอดหนึ่ง" รศ.น.สพ.ดร.สุดสรร เล่า

อย่างไรก็ตาม รศ.น.สพ.ดร.สุดสรร ย้ำว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวทุกชีวิตย่อมมีสิทธิในการมีชีวิตรอดภายใต้การดูแลของเจ้าของ ประชาชนควรเรียนรู้ตั้งแต่เบื้องต้นถึงขีดจำกัดและความสามารถของแต่ละคนในการดูแลชีวิตสัตว์เลี้ยงของตน ทั้งในสถานการณ์ปกติและในขณะที่เกิดภัยภิบัติ โดยต้องตระหนักว่า ชีวิตของสัตว์ทุกตัวมีค่าเช่นเดียวกับเรา

ดังนั้นเมื่อตัดสินใจนำเขามาเลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวแล้ว เราต้องรับผิดชอบชีวิตสัตว์เหล่านั้นให้ได้ ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เจ้าของจะเอาชีวิตรอดโดยทอดทิ้งชีวิตอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกในครอบครัวไป แม้เขาจะเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงก็ตาม

หมายเหตุ**

- กลุ่มอาสาสมัคร SOS ขอรับสิ่งของบริจาคเพิ่มเติม ได้แก่ เรือพาย อาหารสุนัขและแมว ขณะนี้ทางกลุ่มSOS ช่วยลูกสุนัขถูกทิ้งไว้ในเขตน้ำท่วมออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้ฉีดวัคซีนแล้ว หากใครสามารถรับเลี้ยงได้ ติดต่อได้ที่ 087-088-3810 หรือแฟนเพจ "SOS ANIMALS Thailand"

- กลุ่ม A Call ขอรับสิ่งของบริจาคเพิ่มเติม ได้แก่ อาหารเม็ดสำหรับสุนัขและแมว กรง ยารักษาโรคเบื้องต้น และเรือเพื่อขนย้ายสัตว์ ติดต่อได้ที่ 081-979- 7320 หรือแฟนเพจ "A call for Animal Rights Walk Rally"

Tags : อุทกภัย2554

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement