ตรวจสอบ คนดังกับพลังจิตอาสาต่างๆ ในช่วงน้ำหลาก พวกเขายืนยันในความ "ตัวเล็ก" ของตัวเอง และยังต้องการอีกหลายมือมาช่วยกู้คนและกู้เมือง
สายน้ำที่เดินทางไหลบ่ามาจากทิศเหนือ มุ่งหน้าสู่ทะเลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหตุการณ์ครั้งนี้เราได้เห็นน้ำใจพลังมวลชนจิตอาสา ที่หลั่งไหลทั้งในนามของประชาชนคนหนึ่ง และคนกลุ่มต่างๆ ออกมาช่วยเพื่อนผู้ประสบภัย เป็นพลังเล็กๆ มากมายน้ำใจที่ไหลแรงและเร็วไม่แพ้สายน้ำ หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม ‘กรีนคอนเน็ค’ การรวมตัวเหล่านักแสดงหนุ่มสาว 6 คน
ประกอบด้วย น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ , หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ, ท็อป-ณัฐเศรษฐ พูนทรัพย์มณี , จินนี่-ธนิดา กาญจนวัฒน์ โบว์-เบญจวรรณ อาร์คเนอร์’ และ แพง-พรรณชนิดา ศรีสำราญ
ดูจากชื่อกลุ่ม ธงที่ 6 ชีวิตตั้งไว้ในระยะแรกคือ "สิ่งแวดล้อม"
“...เราก่อตั้งแบบ จินนี่ แพง โบ ทำรายการล้อหมุน(ช่องทรู 72) เป็นรายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แล้วได้มาเจอพี่ท็อป พี่หมอก้อง และพี่น็อต-วรฤทธิ์ มารวมตัวกัน ก่อตั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมาเราเปิดตัวที่เซ็นทรัลเวิร์ล เพื่อประกาศให้คนข้างนอกได้รับรู้ ถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ค่ะ " แพง เผยที่มาที่ไป
จินนี่ เล่าว่า “ เวลาที่เราเห็นใครกำลังเดือดร้อน เรามีโอกาสหยิบยื่นความช่วยเหลือไปหาเขาได้เราก็ควรทำ และภัยธรรมชาติหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราก็เล็งเห็นถึงต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย เราควรหันมามองสิ่งที่ทำให้เกิดอุทกภัย เกิดแผ่นดินไหว ฯลฯ หรือเกิดอะไรก็ตามแต่ มันมีจุดเริ่มต้นมาจากสภาวะโลกร้อน เราก็เลยให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย ”
ด้านนักแสดงสาวลูกครึ่ง โบว์-เบญจวรรณ เปรียบเทียบให้เห็นว่า กลุ่มนักแสดงต่างประเทศ อย่างดาราฮอลลีวูด ใช้ความเป็นนักแสดง หรือไอดอลมาเป็นตัวอย่างที่ดี หันมาใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม รวมตัวกันทำกิจกรรมดีๆให้กับโลกและสังคม
- เริ่มต้นที่ตัวเอง
หลายคนอาจจะเริ่มต้นไม่ถูก นึกไม่ออกว่า ในฐานะของมนุษย์คนหนึ่ง จะช่วยโลกใบนี้ได้อย่างไร จะแก้ไขต้นเหตุของภัยธรรมชาติได้อย่างไร
...ไม่ยากเลย
โบว์เล่าว่าเดิมเธอเป็นคนขี้ร้อน ต้องนอนเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้ว
“ตอนนี้เริ่มตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเลยค่ะ เมื่อก่อนชอบเปิดแอร์แช่ไว้ ตอนนี้พอตื่นขึ้นมาก็ปิดแอร์ ห้องก็จะยังเย็นอยู่ และการใช้น้ำต่างๆ รวมทั้งการแปรงฟันเราก็จะใช้น้อยลง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ แม้แต่การใช้กระดาษชำระ เมื่อก่อนเพื่อนๆ จะรู้ดีว่าโบว์ใช้ทิชชูเปลืองมาก กินข้าวคำเช็ดปากคำ แต่เดี๋ยวนี้จะใช้กระดาษแผ่นเดียวตลอดการกินข้าว 1 มื้อเลยค่ะ”
แพงเล่าเสริมว่า ทุกคนในกลุ่มต่างเคยใช้กระดาษชำระเปลือง ในที่สุดพอตกลงรวมตัวกันทำสิ่งดีๆ แล้วทำไปด้วยกัน เตือนซึ่งกันและกัน อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น ประหยัดขึ้น
“...พวกเราอาจจะเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ แต่อย่างน้อยพวกเราก็ทำ จากกลุ่มเล็กๆ ทำให้เป็นนิสัย ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน แล้วค่อยๆ เอาสิ่งพวกนี้แทรกซึมเข้าไปในคนอื่น แทรกซึมนี่ไม่ใช่สิ่งไม่ดีนะคะ ทำให้คนอื่นรู้ว่า ถึงแม้เราจะเป็นจุดเล็กๆ แต่ถ้าจุดเล็กๆ รวมกันหลายๆ จุด ก็กลายเป็นจุดใหญ่ได้เหมือนกัน”
จินนี่เสริมว่า คาร์พูลไปทางเดียวรถคันเดียว หรือการขึ้นบันไดแทนลิฟท์ เป็นกิจวัตรปกติของเธอ
“จินนี่ทำอะไรที่เริ่มจากตัว แล้วค่อยๆ กระจายความต้องการไปมากยิ่งขึ้น เช่น ชวนโบว์กับแพงว่าไหนๆ เราจะไปทางเดียวกัน เอารถไปคันเดียวไหม หรือว่าเอารถไปจอดไว้ที่บ้านใครซักคนแล้วไปด้วยกัน อะไรที่ช่วยเซฟ น้ำมัน น้ำ ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันเราก็ช่วยกัน เมื่อก่อนจินนี่เป็นคนชอบใช้ลิฟท์ไม่ชอบเดินบันได้ แค่ชั้น 2 ก็ขึ้นลิฟท์ ต้องเปลี่ยนมามองโลกในแง่บวกว่าเดินขึ้นบันไดช่วยเผาผลาญเซลลูไลท์ได้นะ เราจะคอยเตือนกัน แชร์กันแล้วทำให้เป็นกลุ่มก้อน”
“เราก็เป็นเหมือนคนกลางที่พยายามสื่อข่าวสาร เสียงเล็กๆ ที่คอยสะกิด ขยายกลุ่มเครือข่ายพลังสีเขียว หรือกรีนคอนเน็คไปเรื่อยๆ เดิมเรามีโครงการทำจุลินทรีย์บอล ไปหย่อนเพื่อให้น้ำในคลองแสนแสบสะอาดขึ้น แต่มีเหตุการณ์น้ำท่วมเสียก่อน ก็เลยเปลี่ยนแผนไปช่วยพื้นที่น้ำท่วมขัง ที่เริ่มเน่าเสียก่อนดีกว่า ก็เลยขายเสื้อยืดเอาเงินไปซื้อจุลินทรีย์บอล”
- ทำเลยไม่ต้องรอใคร
เมื่อภัยธรรมชาติมาเยือน เพราะเราพลั้งไม่ตระหนักใส่ใจดูแล วันนี้ก็ต้องรักษากันไปตามอาการ หนึ่งในจิตอาสาที่ไม่รีรอ ทราบข่าวปุ๊บลงพื้นที่ปั๊บ ควักเงินส่วนตัวพุ่งไปซื้อของช่วยเหลือขับรถมุ่งหน้าลงพื้นที่เพียงลำพังไม่ต้องรอใคร
“...ผมเพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ 2 ปี ปีที่แล้วเดือนตุลา โคราชน้ำท่วม ผมก็รีบไปช่วยอยู่ที่นั่น 10 วัน สิ้นปีน้ำท่วมภาคใต้อีกผมก็ไปภาคใต้ ปีนี้เช่นกันตั้งแต่แรกๆที่ท่วมเฉพาะหมู่บ้านติดริมคลอง เราเอาข้าวสาร ไฟฉาย ผ้าอนามัย ฯลฯ ไปช่วยเหลือ แต่ทุกครั้งที่ไปก็แย่ลงๆ คราวนี้ผมไปช่วย 30 ครั้งแล้ว ผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง พอทำไปเรื่อยๆ ก็รวบรวมเพื่อนได้กลุ่มหนึ่งที่มีจิตอาสาเหมือนกัน เป็นลูกนักธุรกิจด้วยกัน กลุ่มเพื่อนที่อเมริกา ใครก็ช่าง ที่มีจิตอาสาแต่บอกก่อนกลุ่มนี้ไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว ถ้าจะช่วยส่งมาเป็นของเท่านั้น”
ผศ.ดร.ปรีชาพร สุวัฒโนดม วิศวกรโยธา กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และเจ้าของโรงแรมโกลเด้นแลนด์รีสอร์ทแอนด์สปา นครราชสีมา เล่าต่ออีกว่า
“เราเป็นคนไทยด้วยกันไม่ได้ช่วยในนามของใคร เป็นแค่คนไทยคนหนึ่งที่มีสองมือ สองเท้า 24 ชั่วโมงเท่ากัน คนไทย 70 ล้านคน มี 140 ล้านมือ ถ้าช่วยกันแพคของ บริจาคเงิน ทำกับข้าว ช่วยกันขนคน ฯลฯ จะมีพลังมหาศาล อย่างตอนนี้ผมช่วยจนตังค์หมดแล้ว ผมก็ไปลงแรงตักถุงทราย ช่วยขนคนออกจากบางบัวทอง ช่วยประสานงานต่างๆ คนไทยมีอยู่แค่นี้เราต้องช่วยกัน แต่สิ่งที่ผมอยากด่าคือ พวกขโมยและพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาของ ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่จะมากอบโกย อย่างตอนที่ญี่ปุ่นโดนสึนามิ หัวขโมยเขารวมตัวกันบอกว่าเราจะไม่ขโมยในช่วงนี้... ”
- เรือเร็ว โย่!
น้ำขึ้นเร็วฉับพลัน คนแก่ เด็ก คนป่วย หนีไม่ทัน ต้องพึ่งพาเจ้าเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก อย่าง "เจ็ทสกี" ซึ่งงานนี้หนุ่ม เจ-เจตริน วรรธนะสิน โต้โผใหญ่ เล่าถึงคอนเซปท์การทำงานให้ฟังว่า
"ผมคือเจ็ทสกีอพยพโดยเร็ว มีทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร รีทวิตกันบ้าง แจ้งข่าวออกมาบ้าง พวกผมไม่ใช่กลุ่มส่งสเบียงอาหาร จะรับเฉพาะคนป่วย เด็ก คนชรา และรับออกอย่างเดียวเท่านั้น มีเจ็ทสกี 1 ลำ สามารถลากเรือที่นั่งได้ 7-8 คน ผมเริ่มช่วยตั้งแต่น้ำเริ่มเข้ากรุงเทพฯ โดยลงพื้นที่ บางบัวทอง ลำลูกกา คลองสอง ธัญญบุรี ดรีมเวิร์ล เมืองเอก เราเป็นหน่วยเล็กๆ มีเพื่อนๆมาช่วยบ้าง เช่น กลุ่มอาสาสไมล์ ของโจอี้บอย , กลุ่ม Flood Five จิตอาสาที่ออกไปช่วยกลุ่มของคุณพาที สารสิน นกแอร์ อีกที"
ระหว่างช่วยเหลือ นักร้องนักแสดงพ่อลูกสาม พบเห็นเหตุการณ์สะเทือนใจมากมาย เช่น ได้รับทวิตเตอร์และรีทวิตจากเพื่อนๆ ว่า มีผู้ป่วยโรคไตอยู่ในบ้านคนเดียวที่คลอง 2 ลำลูกกา
"ผมเลยบอกให้ผู้ประสบภัยจุดเทียนที่หน้าต่างเป็นสัญลักษณ์ แต่กว่าจะเข้าไปถึงใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง รับตัวแล้วส่งต่อให้กลุ่มอาสาสไมล์ของโจอี้บอย นำตัวส่งไปฟอกไตที่โรงพยาบาลรามาธิบดี อีกรายเป็นเป็นอัมพฤกษ์ จมูกมีออกซิเจนช่วยหายใจ เกาะแผ่นโฟมลอยคอมา" เจเผยอุปสรรค์ระหว่างทางอีกว่า เขาเจอทั้งน้ำเน่าและขยะ จนต้องมุดตัวลงไปใต้น้ำเพื่อเขี่ยขยะที่ติดอยู่ตรงใบพัดเรือนับครั้งไม่ถ้วน
"เหตุการณ์ครั้งนี้ผมว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ น่าจะมีการจัดตั้งหน่วยกู้ภัยทางน้ำแห่งชาติ ผมเป็นให้ก็ได้ถ้าไม่มีใครเป็น เพราะตอนนี้ต่างคนต่างช่วยอย่างไม่เป็นระบบ ผมว่างานนี้ไม่มีใครเป็นฮีโร่หรอกครับ ต้องทำงานกันเป็นทีม ตอนนี้ชาวบ้านแถวบางบัวทองไฟดูดตายไป 16 รายแล้ว ขโมยก็เข้าบ้านผมเห็นมากับตา บ้านผมเองก็เป็นจุดเสี่ยง อยู่แถวคันนายาว ก็เลยพาลูกเมียไปอยู่แถวปราณบุรี แล้วผมก็ตรงดิ่งกลับมากู้ชีพต่อ หลายคนหาว่าผมบ้า แต่ผมก็ไม่สนใจ"
อย่างไรก็ตาม เขาอยากให้คนไทยทุกคนเรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งใหญ่ครั้งนี้ เรียนรู้ทุกระบบทั้งในแง่คนในและคนนอก โดยมีข้อแม้ข้อเดียว
"อย่ามีการเมือง หรือประโยชน์ส่วนตัวแทรกเลยครับ"
นักร้องหนุ่มยังวอนอีกว่าตอนนี้ใครมีกำลังต้องการช่วย ประสานไปได้เพราะเขายังต้องการเรือยางสำหรับ 10 ที่นั่ง เจ็ทสกี และรถกระบะ
ด้าน ต่าย-สายธาร นิยมการณ์ นักแสดงสาวผู้มีจิตอาสาอยู่ในสายเลือด เพราะทำงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนมาตลอด ในนามของมูลนิธิร่วมกตัญญู "...ต่ายช่วยตั้งแต่สึนามิเป็นต้นมา จนน้ำท่วมปีนี้ก็ไปช่วยที่อยุธยา มหาราช ไปแจกของ ไปดอนเมืองดูเรื่องส้วม อย่างเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่ได้นอนเลย ทำทั้งงานของตัวเอง และงานจิตอาสา ต่ายว่าตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิ จนวันนี้ยังไงคนไทยก็ไม่ทิ้งกัน ความเป็นคนไทยมีค่ามากกว่าสีเสื้อ และอยากประณามคนที่ฉวยโอกาสหวังผลกำไร ขึ้นราคาของ ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสของตัวเอง ถ้าคนที่เดือดร้อนเป็นญาติพี่น้องหรือแม้กระทั่งตัวเอง ก็คงจะรู้ว่าคนอื่นเขาลำบากขนาดไหน อยากให้กำลังใจแพทย์ ทหาร อาสาสมัครต่างๆ พวกเขาเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆ"
ต้องขอบคุณจิตอาสาไร้ค่ายทุกคน ที่เสียสละแรงกายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาเห็นตรงกันว่าอยากให้คนไทยใช้ชีวิตอย่างมีสติในภาวะคับขัน มีความรักสามัคคีไม่แบ่งค่าย
และหวังว่าน้ำมวลใหญ่คราวนี้ จะละลายและพา "สี" ต่างๆ ให้ลงทะเลไปด้วยกัน
Tags : อุทกภัย 2554 • ดาราอาสา





ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น