เมื่อมีดหมอเนรมิตคนใหม่ให้สวยหล่อได้ แล้วทำไมจะเสกกล้ามท้องสุดเซ็กซี่อย่าง "ซิกแพค" ไม่ได้
สวย-หล่อ สร้างได้ สมัยนี้ใครๆ ก็รู้ อยู่ที่ว่า "มีด" ใครจะเนียนและเบากว่ากัน ที่สำคัญ "จิ้ม" ได้ด้วยว่าอยากสวยหล่อหรือตู้มเหมือนใคร ในวงเล็บว่าถ้ามีเงินพอ
ไล่ลงมาอีกหน่อย หุ่นในฝันของสาวๆ หลายคนคือ 34-25-35 หรือบวกลบอีกนิดหน่อย ใครอยากได้ก็ต้องลงทุนออกกำลังกาย ใจร้อนหน่อยก็รีดไขมันทิ้ง
สำหรับสุภาพบุรุษ คำเชยๆ อย่าง ดาร์ค ทอล แอนด์ แฮนซั่ม (Dark Tall & Handsome) อาจจะสำเร็จรูปเกินไป สู้เห็นชัดๆ สัมผัสเต็มไม้เต็มมืออย่าง "ซิกแพค" ไม่ได้ ...เร้าใจกว่า
แต่กว่าจะสร้างได้สักแพค ชายผอมแห้งแรงน้อยหรือเนื้อเหลวทั้งหลาย คงถอดใจไปก่อน
หากเทคโนโลยีก็มีทางลัดให้เสมอ....
ผู้หญิงก็มีซิกแพค
เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งที่ ผศ.นพ.รนชัย โคมทอง แห่ง ณรวีคลินิก ได้ไปศึกษาเรื่องซิกแพคเพิ่มเติมที่ประเทศโคลัมเบีย ก่อนจะนำความรู้กลับมายังเมืองไทย
คุณหมออธิบายว่า มนุษย์ทุกคนมีกล้ามเนื้อ 6 ก้อนที่ว่านี้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เรียกว่าเป็นซิกแพคธรรมชาติ ทว่าอาจจะมีไขมันบดบังกล้ามเนื้อส่วนนั้นทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้
“บางทีหลายคนพยายามออกกำลังกายอย่างหนักแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับไขมันส่วนนั้นได้ คนที่ออกกำลังกายประจำ นักฟุตบอล นักกีฬา ก็ต้องออกกำลังกายหนักมากถึงจะมีซิกแพคได้ บางคนออกกำลังกายแทบตาย แต่ก็ไม่สามารถมีซิกแพคได้ ก็เลยต้องมาพึ่งหมอ ”
คุณหมอเล่าว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไข้ที่ดูแลร่างกายอยู่แล้ว ทว่าเป็นการต่อยอดให้กล้ามเนื้อดูชัดเจนขึ้น หลายคนมาทำศัลยกรรมด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น สวมใส่เครื่องแบบแล้วไม่เท่ เพราะหุ่นไม่ฟิตแอนด์เฟิร์ม หรือเป็นนายแบบ ออกกำลังกายมากมายแต่ก็สร้างซิกแพคไม่ได้ จึงต้องมานั่งคุยกันว่าต้องการได้กล้ามเนื้อส่วนไหนบ้าง แม้กระทั่งผู้หญิง ก็ต้องการซิกแพคแบบมีเส้นตรงกลาง เป็นเซ็กซี่ไลน์ ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยากเห็นรูปร่างของตัวเองดูดีมีสรีระสวยงาม โดยเฉพาะตอนนี้มีเทคนิคการดูดไขมันเฉพาะส่วน เข้ามาช่วยจัดระเบียบ
กว่าจะได้ 6 กล้าม
เมื่อตกลงใจว่าจะพึ่งมีดหมอ อันดับแรกต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย ด้วยการนอนแล้วเกร็งหน้าท้องตรวจดูว่าของเดิมมีกี่ร่อง จากนั้นหมอก็จะจัดแจงดูดไขมันส่วนที่ไม่ต้องการออกไปเผยให้เห็นร่องของกล้ามเนื้อชัดขึ้น หากผู้ป่วยอ้วนมีไขมันมากเกินไป ต้องขอร้องแกมบังคับให้กลับไปลดน้ำหนักก่อน หรือจะไปทางลัด ให้หมอดูดไขมันส่วนเกินออกก็ได้
การเตรียมตัวก่อนทำซิกแพค คือ เตรียมร่างกายให้แข็งแรง งดน้ำ งดอาหาร เหมือนการผ่าตัดทั่วไป พอทำศัลยกรรมเสร็จแล้วต้องรัดตัวบริเวณแผล โดยใส่การ์เมนท์ (คล้ายๆบอดี้สูท) เพื่อให้แผลกระชับ ซึ่งระยะแรกๆ อาจจะมีส่วนที่เป็นน้ำซึมออกมา ดังนั้นควรพักฟื้นประมาณ 1-2 วัน ก่อนใช้ชีวิตตามปกติ หยุดออกกำลังกายประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการว่ายน้ำ ก่อนออกกำลังกายตามปกติ
สำคัญคือ การดูแลตัวเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะเซลล์ไขมันนั้นยังคงมีอยู่ หากรับประทานอาหารประเภทไขมันเยอะ ซิกแพคที่ทำอาจจะถูกบดบังหายไปได้
คุณหมอว่ารูปร่างของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นหมอต้องรู้ว่า ซิกแพคแบบไหนเหมาะกับคนรูปร่างแบบใด จึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านศิลปะมาประกอบด้วย
"ที่ผ่านมาก็มีคนสนใจมาทำซิกแพคนับร้อยรายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เช่น แคนาดา ,สหรัฐอเมริกา เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่า ส่วนคนไทยยังให้ความสนใจน้อยมาก"
ที่กล้าวอร์คอินเข้ามา จะเป็นประเภทไม่เคยออกกำลังกายแต่ต้องการมีกล้ามที่หน้าท้อง
"คนหนึ่งเป็นเจ้าของฟิตเนสเซ็นเตอร์ บอกว่ามาทำซิกแพคก่อนแล้วค่อยไปออกกำลังกายทีหลัง" นอกเหนือจากนั้นเป็นนายแบบ นางแบบ บางทีก็เป็นข้าราชการที่ติดขัดปัญหาเวลาสวมใส่ชุดเครื่องแบบแล้วดูไม่สง่างาม จึงยอมทุ่มเงินประมาณ 1-2 แสนบาทเพื่อสร้างซิกแพคให้กับของตัวเอง
ชีวิตดีเมื่อมีกล้าม(ท้อง)
นอกจากสร้างซิกแพคแล้ว ศัลยกรรมสำหรับผู้ชาย ยังมีอีกหลายอย่าง หลายคนมาใช้บริการดึงหน้าให้ตึง สร้างซิกแพค และเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ซึ่งนิยมในต่างประเทศแต่ประเทศไทยยังไม่
แบงค์-รชต สุนทรวิภาต ข้าราชการหนุ่มวัย 24 ปี ปกติเขาเป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามสร้างกล้ามเนื้อด้วยตัวเองด้วยการซิทอัพวันละ 3 เซ็ท เซ็ทละ 50 ครั้ง เขาว่าอย่างน้อยต้องทำวันละไม่ต่ำกว่า 400 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างซิกแพคเองได้ จึงตัดสินใจมาทำศัลยกรรม
“ผมมีปัญหาเวลาใส่เครื่องแบบแล้วมันเป็นแหนม เพราะว่าผมออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะออกกำลังกายยังไงก็ยังเหลือตรงหน้าท้อง ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็เลยตัดสินใจมาเอาออกดีกว่า ผมออกกำลังกายวันละ 2 ชั่วโมง บางวันเล่นกีฬา บางวันก็เข้าสปอร์ตคลับ เรียกได้ว่าเล่นชั่วโมงนึง เบิร์นชั่วโมงนึง ผมมีปัญหาเพราะชอบทานอาหารตอนดึก และก็เลิกทานไม่ได้ด้วยครับ หน้าท้องเอาลงยากที่สุด ซิทอัพวันละพันครั้งก็ยังเอาไม่อยู่ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากเลยครับ ใส่เครื่องแบบจะได้ดูดีไม่อึดอัดด้วย”
อีกคน ทาโร่-ดิเรก ศิลปดำรงศรี อายุ 22 ปี เพิ่งจบการศึกษาและมีอาชีพเป็นนายแบบ ต้องโชว์ร่างกาย เดิมทีเขาออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ทว่าไม่สามารถออกกำลังกายหนักได้ เพราะเป็นโรคปวดหลัง และกำลังเตรียมตัวไปขึ้นเวที มิสเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม
“ผมเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก อายุ 8 ขวบ รวมแล้ว 13 ปี แต่ก็ไม่สามารถสร้างซิกแพคได้ พอทราบว่าตอนนี้มีการทำศัลยกรรม ก็เลยมาปรึกษาคุณหมอแล้วตัดสินใจทำ ผมมีปัญหาเรื่องกระดูกที่โปนออกมาตรงอกด้วยครับทำได้3-4 เดือนแล้ว ตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้น ผมทำเป็นแบบมินิซิกแพค ไม่ได้ทำเยอะครับ ”
กับสาวประเภทสอง อย่าง บิวตี้-ชัญญา เด่นฟ้านภาพล รองอันดับ 1 Miss Tiffany Univers 2010 และ Miss Unlimited Sexy Star 2010 ก็มาใช้บริการซิกแพคกับเขาด้วย
สาวสวยเล่าว่าเธอมีปัญหาเรื่องลงพุง จึงมาปรึกษาให้คุณหมอช่วยดูดไขมันออกแล้วสร้างมินิซิกแพค ที่เรียกว่า "เซ็กซี่ไลน์" เพื่อเวลาสวมใส่ชุดบิกินี่ หรือต้องโชว์ช่วงหน้าท้อง จะมีรูปร่างที่สวยงามและมั่นใจ
“บิวไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่ได้เข้าฟิตเนส พอมาทำแล้วก็ยังไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเหมือนเดิม ร่องที่ทำไว้ก็ไม่หายไปนะ ยังเห็นวีเชฟที่คุณหมอทำให้ เราทำไว้ตั้งแต่ก่อนประกวดมิสทิฟฟานี่ จากเอว 27 เหลือ 23 สวยอย่างใจนึกเลยค่ะ ”
ส่วนเจ้าของซิกแพคแบบธรรมชาติ สะสมกันมาเป็นหลายปี "อ๊อด" ทวีศักดิ์ ภักดีหุ่น ช่างภาพมืออาชีพเล่าว่า ซิกแพคทำให้การเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลของเขาฉลุยขึ้น เพราะกล้ามเนื้อส่วนท้องแข็งแรง
“จริงๆ นะครับมันช่วยให้เราคล่องตัวขึ้น เพราะกล้ามเนื้อส่วนท้องเป็นจุดเชื่อมร่างกายระหว่างร่างกายท่อนล่าง กับร่างกายท่อนบน เวลาเราออกตัวสปิน กระโดด โยกซ้าย โยกขา มันได้อย่างใจมาก และเวลาเราจะกระโดด ก็กระโดดได้สูงขึ้น ถ้าเรามีแขนขาที่บึก ส่วนท้องไม่แข็งแรงก็จะทำให้ร่างกายเราเคลื่อนไหวได้ช้า อย่างนักกีฬายกน้ำหนักก็เหมือนกัน ถ้าเขามีซิกแพค กล้ามเนื้อท้องเขาก็จะแข็งแรง สามารถยกน้ำหนักได้มากขึ้น จากที่เคยยกได้แค่ 20 กิโล ก็สามารถยกได้ 40-50 กิโล ”
กว่าจะสร้างหุ่นให้ได้อย่างใจนึกเขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ออกกำลังกายนับปี อ๊อดว่าตามธรรมชาติแล้วร่างกายส่วนบนคนเราจะมีกล้ามเนื้อ 4 ริ้ว ซึ่งการสร้างซิกแพคส่วนนี้ทำได้ไม่ยาก ทว่าหน้าท้องส่วนล่าง ตรงสะดือและต่ำกว่าสะดือลงไป มีกล้ามเนื้ออีก 2 ริ้ว ส่วนนี้สร้างกล้ามเนื้อได้ยาก เพราะไขมันส่วนใหญ่จะหนาแน่น
“ที่ว่า4 ริ้วข้างบนสร้างง่าย เพราะว่าเราใช้ชีวิตปกติประจำวันอย่างเช่นตื่นนอนตอนเช้า ลุกจากเตียง ก็สามารถสร้างซิกแพคได้เพราะเราใช้งานเป็นประจำ แต่หน้าท้องส่วนล่าง ที่เหลือ 2 ริ้ว สร้างยากมาก ยิ่งต้องการให้บอดี้สวยเป็น วีเชฟ ก็ต้องออกกำลังกายเช่น ท่ายืนตรง โหนบาร์ ทำขาลอย ยกขาขึ้นทั้งสองข้างเหยียดไปข้างหน้า ค้างไว้ ทำแบบนี้ 40-50 ครั้ง ต้องทำทุกวัน ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ สูตรใครสูตรมันครับ แต่ก็มีเพื่อนผมบางคนที่เป็นนายแบบ เขาก็ต้องควบคุมเรื่องอาหารด้วย เช่นไม่กินกะทิ อาหารที่ประกอบไปด้วยกะทิไม่แตะเลยทั้งคาวและหวาน เพราะกลัวว่ากล้ามเนื้อท้องจะเสียทรง เพราะเป็นอาชีพของเขา บางคนก็กินอกไก่วันละตัว แล้วแต่สูตรใครสูตรมันครับไม่ตายตัว อย่างผมก็ใช้วิธีวิ่งในฟิตเนส 2 ชั่วโมง วันเว้นวันสลับกับออกไปเล่นกีฬา ”
จุดประสงค์ของเขาคือต้องการร่างกายที่แข็งแรง เพื่ออำนวยการเล่นกีฬาให้คล่องตัว ไม่ได้มีซิกแพคไว้อวดสาวๆ เพราะไม่มีอาชีพต้องโชว์เรือนร่างเหมือนพวกนายแบบ ช่างภาพหนุ่มจึงไม่เคยถอดเสื้อโชว์ใคร
ถามว่าออกกำลังกายน้อยๆ แล้วค่อยไปศัลยกรรมสร้างซิกแพคจะดีกว่าไหม ชายไทยคนนี้ลั่นวาจาว่าไม่ ออกกำลังกายสร้างซิกแพคเอง ภูมิใจกว่าเยอะ แต่ก็ไม่ได้มีอคติกับคนทำศัลยกรรม เพราะเขาอาจมีความจำเป็น และไม่มีทางเลือก
...........................................................
ประภา ดวงธนู เทรนเนอร์ ทรูฟิตเนส ผู้มีประสบการณ์มานานกว่า 6 ปี เผยว่า คนที่มาออกกำลังกายส่วนใหญ่ล้วนรักสุขภาพ และมีซิกแพคอยู่แล้ว แต่ถ้าใครมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายมาก ก็อาจทำให้มองไม่เห็นกล้ามเนื้อส่วนที่เรียกว่าซิกแพค เทรนเนอร์ต้องช่วยแนะนำวิธีการออกกำลังกายเพื่อลดส่วนที่เป็นไขมัน ให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อจริงๆ
ประภาอธิบายต่อว่า หน้าท้องคนเราแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ก็คือส่วน บน กลาง ล่าง ท่าการบริหารแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นยังมีกล้ามเนื้อด้านข้างอีกด้วย หากต้องการมีซิกแพค อย่างน้อยใน 1 อาทิตย์ควรหาเวลามาออกกำลังกายสัก 3 วัน วันละอย่างน้อย 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
“เมื่อก่อนกลุ่มคนที่มาออกกำลังกายจะเป็นคนทำงาน อายุประมาณ 30-40 ปี ตอนนี้ดีใจที่เริ่มเห็นมีวัยรุ่น เยาวชนเยอะขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มีนักเรียนชั้นม.4 ม.5 เยอะขึ้น ซึ่งลูกค้าที่มาออกกำลังกายที่นี่เฉลี่ยแล้วอายุประมาณ 20-70 ปี มีอายุสูงสุด 78 ปี ถ้าใครยังไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเราก็จะแนะนำตั้งแต่ขั้นเบสิค แต่ต้องสอบถามก่อนว่าร่างกายเขามีปัญหาส่วนไหนหรือเปล่า มีปัญหาด้านสุขภาพไหม แล้วเริ่มแรกต้องให้ร่างกายทุกส่วนแข็งแรงก่อน เช่น หัว,คอ,ไหล่,อก,หลัง,หน้าท้อง,เอว,ขา,น่อง,สะโพก,ข้อเท้า ไปจนถึงปลายเท้าเราเองก็เหมือนเป็นพี่เลี้ยง เหมือนเป็นคุณหมอ ต้องคอยดูแลคนไข้"
คนไข้ที่ประภาหมายถึง ถ้าเป็นผู้ชายก็จะมาพร้อมความต้องการหน้าท้องที่แข็งแร็ง ส่วนผู้หญิง ต้องการลดน้ำหนักหรือไม่ก็เน้นเป็นส่วนๆ ไป เช่น สะโพก ต้นขา
"ผู้หญิงก็มีซิกแพคเหมือนกัน แต่จะสวยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของแต่ละคน ซึ่งฮอร์โมนในร่างกายคนเราก็ไม่เหมือนกัน ”
เธอว่าทุกคนที่มาออกกำลังกาย ล้วนต้องการสุขภาพดี มีรูปร่างสวยงาม ดูดี ที่สำคัญเพื่อเป็นพื้นฐานให้ร่างกายแข็งแรง
"ทำเพื่อตัวเองอย่างน้อยที่สุดอาทิตย์ละ 1 วันก็ยังดีกว่า 7 วันขลุกอยู่แต่ออฟฟิตไม่ได้ขยับร่างกายไปไหนเลย ถ้าซิกแพคเป็นที่นิยมถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่คนส่วนใหญ่จะหันมาใส่ใจสุขภาพยิ่งขึ้น"
ซิกแพคสร้างได้ก็จริง แต่สุขภาพก็สร้างได้เหมือนกัน ในราคาย่อมเยากว่าด้วย
Tags : ศัลยกรรมซิกแพค



ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น