กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style

วันที่ 26 กันยายน 2554 09:00

คันนี้.. หญิง 'คุม'

นัตยา อินทร์บำรุง / ภาพโดย : อุทร ศรีพันธุ์

นัตยา อินทร์บำรุง / ภาพโดย : อุทร ศรีพันธุ์

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เสียงจากใจผู้หญิงหลังพวงมาลัยแท็กซี่ ที่ไม่ขอเป็นแค่คนขับ แต่อยากทำหน้าที่เพื่อนอาสาฯนำพาความปลอดภัยแด่เพื่อนร่วมถนน ด้วยสองมือของพวกเธอ

(1)


 หลังจากโทรมาขอเลื่อนนัด ว่าจะมาสายประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อพบหน้ากัน นัตยา อินทร์บำรุง เดินส่งยิ้มมาแต่ไกล ก่อนที่สาววัย 30 ต้นๆ คนนี้จะเล่าถึงสาเหตุของการมาสายว่า เพราะต้องไปเปิดรถ(ให้ชาวบ้าน)มา


 "เปิดรถ" ที่ว่า หมายถึงไปช่วยเปิดรถที่เจ้าของลืมกุญแจไว้ เธอบอกว่า ไม่ว่าจะรถยี่ห้ออะไรเธอก็เปิดมาหมดแล้ว
 

"เหลือก็แต่รถถังกับเครื่องบินที่ยังไม่เคยลองเปิด(หัวเราะ) รถบรรทุกก็เคยแล้ว พอเราไปถึง ลงจากรถ ก็เห็นเลยว่าถูกมองด้วยสายตาประมาณว่า.. เป็นผู้หญิงแท้ๆ จะมาช่วยอะไรได้ พอเราไปถึงปีนขึ้นปุ๊บ เปิดออกปั๊บ เฮกันลั่นเลย ได้กาแฟมากระป๋องนึง(ยิ้ม)"


 ถึงแม้อาชีพหลักสำหรับเอาไว้ตอบใครต่อใครเมื่อถูกถาม คือ คนขับแท็กซี่ แต่เอาเข้าจริงงานฟรี(มีเกียรติ)อย่างอาสาจราจรก็แบ่งเวลาทำมาหาเงินของเธอไปไม่น้อย


 ..ขับรถอยู่แถวมีนบุรี แต่ทิ้งโอกาสหาเงินเพื่อไปช่วยคนไม่รู้จักกันที่ลืมกุญแจรถไว้ในรถถึงรังสิต ถือเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงคนนี้


 "นี่ยังน้อยนะ คนโน้นน่ะ(ชี้ไปที่สามีซึ่งมีอาชีพขับแท็กซี่เหมือนกัน) อาสาไปลากรถจากสระบุรีกลับกรุงเทพฯ ยังทำมาแล้ว เราไม่ได้ขับวิ่งรถเต็มที่เหมือนคนอื่นเขา รายได้เราก็เลยไม่เยอะ บางวันไม่พอค่าเช่ารถด้วยซ้ำ" เล่าพร้อมเสียงหัวเราะ


 จากเดิมที่ไม่ค่อยจะใส่ใจกับเรื่องอาสามากนัก เวลาขับรถก็เปิดวิทยุฟังเพลง แต่ถ้าแฟนหนุ่มโทรหาเมื่อไหร่ เป็นต้องเปลี่ยนคลื่นมาที่สวพ.91 แทบไม่ทัน เพราะ "เขา" เป็นชาวอาสาตัวยง ไม่ว่าใครมีปัญหาที่ไหน ถ้าไปได้ เป็นต้องไปหมด


 "ตอนที่เริ่มฟังก็จะได้ยินชื่อแฟนไปช่วยที่โน่นที่นี่บ่อยๆ ก็เลยเริ่มลองทำบ้าง เริ่มจากช่วยเหลืออย่างง่ายๆ เช่น ลากรถ พ่วงแบต พอทำไปแล้วก็เริ่มรู้สึกดี ยิ่งได้ยินคนประกาศบอกว่า รถจอดเสียมีคุณนัตยาไปช่วยแล้วนะ ขอบคุณคุณนัตยานะ .. เราฟังแล้วก็โห นัตยา ชั่วชีวิต เลวมาก็เยอะได้ทำดีซะบ้างก็ดีเหมือนกัน"


 ไม่ต่างอะไรกับจุดเริ่มต้นการเป็นอาสาของโชเฟอร์หญิงอย่าง พัดชลีย์ ดีไร่ ที่เดิมทีไม่เคยสนใจเรื่องราวพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันสาวคนนี้ก็เป็นหนึ่งในอาสาหญิงไม่กี่คนที่แอดวานซ์ถึงขั้นซ่อมรถ ดูรถได้ เปิดรถก็ได้เหมือนกับนัตยา
 

"เมื่อก่อนก็ทำไม่เป็น แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งลืมเสียเอง ก็ต้องโทรเรียกช่างมาช่วยไขให้ รอทั้งวัน พอช่างมาเขาไขแค่นาทีเดียวก็เรียบร้อย เราก็จ่ายเงินไป 500 แล้วก็โมโหตัวเองมาก"


 ด้วยความเจ็บใจ จากนั้นก็เลยไปหัดบ้าง เดี๋ยวนี้พัดชลีย์ไม่เคยกลัวว่าจะลืมกุญแจรถ แถมยังเอาความรู้ไปช่วยคนอื่นได้อีกด้วย


 "ส่วนใหญ่จะช่วยลากรถ เพราะคิดว่าช่วยแล้วได้ประโยชน์กันหมด เขารถเสียอยู่ ถ้าไม่มีใครไปช่วย รถก็จะติดกันอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเราไปช่วยลาก รถก็หายติด เราก็ได้ไปเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องติดเหมือนๆ คนอื่น" พัดชลีย์บอก


 แต่สำหรับนัตยาเธอวางเป้าหมายไกลกว่านั้น.. นอกจากงานช่วยชีวิตรถที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เธอและเพื่อนๆ อยากจะช่วยชีวิตคนได้ด้วย


 "อยากเป็นกู้ภัยด้วย เราอยากช่วยเหลือเบื้องต้นได้มากกว่าการที่เราไปจอดรถ เปิดไซเรนกันให้เฉยๆ เราอยากช่วยคนในเบื้องต้นได้ก่อนที่มูลนิธิจะมา เพราะเสี้ยววินาทีเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้"

 

 

 (2)


 ทั้งนัตยา และ พัดชลีย์ ถือเป็นหนึ่งในโชเฟอร์หญิงที่มีอยู่เพียงหยิบมือในบ้านเราที่วิ่งรถเวลากลางคืน โดยมีเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อนว่า "รถไม่ติด อากาศไม่ร้อน" แต่พัดชลีย์พิเศษกว่าหน่อยตรงที่การวิ่งรถกลางคืนทำให้ชีวิตใต้แสงอาทิตย์ของเธอได้ทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดีให้กับสามีที่ป่วยและลูกในวัยเรียนได้อย่างเต็มที่


 คำถามคลาสสิค ที่ไม่เฉพาะเพียงแต่สองคนนี้ที่เจอ แต่โชเฟอร์หญิงแทบทั้งหมดจะถูกถามเหมือนกันหมด คือ "เป็นผู้หญิงมาขับแท็กซี่กลางคืนไม่กลัวหรือ"


 "ความกลัวมันมีทุกคน ตัวเองก็กลัว แต่เพราะขับๆ ไปเราไม่เคยเจอเหตุการณ์น่ากลัว เราเจอแต่ผู้โดยสารน่ารัก ใจดี ดีเสียอีก เป็นผู้หญิงขับรถแท็กซี่ได้ทิปดี เพราะผู้โดยสารประทับใจ ที่เราเป็นผู้หญิงแล้วยังทำมาหากิน ทำงานที่ผู้หญิงด้วยกันไม่ค่อยทำ" นัตยาบอก


 สำทับด้วยคำตอบของพัดชลีย์ที่ว่า ถ้ากลัว ก็ต้องระวัง ต้องเลือกผู้โดยสารด้วยไม่ใช่จะรับไปทั้งหมด แต่ถ้ารับมาแล้วค่อยรู้สึกไม่ชอบมาพากล ก็อาศัยพลิกแพลงเอาตามสถานการณ์ เช่น บอกว่าก๊าซหมด รถเสีย.. อะไรก็ว่าไป ขอให้ได้ทางออกที่บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ผู้โดยสารไม่พาลโกรธเอาที่ไปคิดว่าเขาเป็นโจร


 แม้จะไม่เคยถูกจี้ปล้น แต่สิ่งที่แท็กซี่หญิงแทบทุกรายเจอกันมาหมดแล้ว คือ ถูกเบี้ยวไม่จ่ายค่าโดยสาร ประมาณว่าเปิดประตูรถได้ ก็วิ่งหายไปต่อหน้าต่อตา


 "มีอยู่ครั้งวิ่งตาม เหนื่อยก็เหนื่อย ไม่ทันอีก คิดย้อนไปแล้วก็ขำตัวเองนะ ว่าวิ่งทำไม คือมันเจ็บใจน่ะ คนอย่างป้า ถ้าขอกันดีๆ ก็ให้" นงนุช ซอวลี คุณป้าใจนักเลงที่ยึดอาชีพขับแท็กซี่ทำมาหาเลี้ยงชีวิตมาเป็นสิบปี ช่วยเล่าเพิ่มดีกรีความมัน


 ประสบการณ์สุดประทับใจของป้านงนุช วัย 56.. ครั้งหนึ่งเธอเคยรับโจรที่เพิ่งปล้นแท็กซี่ด้วยกันมาหมาดๆ ขึ้นรถ มีดขาววับโผล่ให้เห็นเมื่อชำเลืองมองจากกระจกส่องหลัง


 ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ที่นงนุชบอกว่ากว่าจะรอดมาได้ ต้องพูดจาหว่านล้อมสารพัด พอรับขึ้นรถมา เห็นท่าไม่ดี สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรก คือ ปิดวิทยุสวพ. เพราะกลัวคนร้ายจะรู้ว่าเธอรู้เรื่องเหตุการณ์จี้แท็กซี่ จากนั้นก็ชวนคุย บอกหนูคาดเข็มขัดด้วย เดี๋ยวเจอตำรวจ พอได้ยินว่าแถวนั้นมีตำรวจชอบเรียกตรวจแท็กซี่ สามหนุ่มก็เริ่มออกอาการกังวลใจ เห็นดังนั้นเธองัดไม้ตาย วิชาป้าสอนหลานขึ้นมาใช้ ทั้งขู่ทั้งปลอบให้ตั้งใจเรียนหนังสือ อย่าเกเร โตขึ้นจะได้ไม่เป็นขยะสังคม ฯลฯ


 สารพัดยุทธวิธีถูกงัดออกมาใช้ ผลก็คือ เมื่อเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ลงจากรถเธอไป นอกจากจะยื่นค่าโดยสารแต่โดยดีแล้ว คนหนึ่งยังยกมือไหว้และบอกว่า  "ขอบคุณมากครับคุณป้า ต่อไปผมจะเป็นคนดี"


 "ทั้งจิตวิทยา มนุษยสัมพันธ์ วาทศิลป์ แล้วก็วิจารณญาณ ต้องไปพร้อมๆ กันเลยนะ ไม่งั้นไม่รอดแน่" ป้านงนุชบอก

 

 

(3)


 วิบากกรรมแท็กซี่หญิง นอกจากจะเสี่ยงถูกจี้ปล้นหรือไม่จ่ายดื้อๆ แล้ว ยังมีเรื่องรบกวนจิตใจอีกมาก ถ้าไม่ออกแนวเหยียด จำพวกลวนลามทางสายตา วาจา หรือกระทั่งมือไม้เกะกะก็มีอยู่ไม่น้อย
 

"ใครมือยุ่มย่าม ทำเป็นไม่ตั้งใจ ป้าเอาไขควงเคาะมือเลย บอกว่าไม่ตั้งใจเหมือนกัน บางคนขึ้นรถมาถามอยู่นั่นแหละ ถามแต่เรื่องอย่างว่า มีคนนึงถามว่า ขับแท็กซี่อย่างนี้ เคยมีคนชวนเข้าโรงแรมไหม เราก็ตอบไปว่าไม่เคย ก็ยังเซ้าซี้ถามอยู่นั่นน่ะ สองครั้งก็แล้ว สามครั้งก็แล้ว ป้าเลยตอบไปว่า ไม่มีคนถามหรอก แต่ถ้าถามจะชกให้หน้าแหกเลย นั่นล่ะ ถึงได้เงียบปากได้" ป้านงนุชบอก


 ปัญหาหยุมหยิมจุกจิกกวนใจ ที่ไม่ใช่แค่คนขับแท็กซี่หญิงเท่านั้นที่ถูกกระทำ ฝ่ายคนนั่งที่เป็นผู้หญิงก็ไม่ต่างกัน แถมยังเสี่ยงมากกว่าด้วยซ้ำ หากไปเจอโจรในคราบแท็กซี่ 


 "คือไม่ได้ว่าแท็กซี่ผู้ชายว่าไม่ดีนะ แต่ถ้าคนขับเป็นผู้หญิงด้วยกันยังไงก็ไม่มีภัยแน่นอน" นัตยา เอ่ยพร้อมเล่าถึง "แท็กซี่ เลดี้ เฟิร์สท" โครงการในฝันของสาวๆ ชาวแท็กซี่ที่เพิ่งพับเก็บเข้าลิ้นชักไป หลังจากหัวเรือใหญ่ ปลาดาว นิ่มนาง แท็กซี่หญิงขาประจำของสวพ.91 และเป็นประธานชมรมอาสาจราจร ต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือคนร้ายเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และจนป่านนี้ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้


 ความตั้งใจหลักของโครงการที่ว่า คือ การตกแต่งรถให้เห็นชัดเจนว่าคันนี้ผู้หญิงขับ ทั้งสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่รูปผู้หญิงที่ประโปรงหน้ารถ ทั้งติดตั้งไฟสัญลักษณ์ Lady ข้างๆ ไฟว่างให้เห็นชัดเจน โดยแม้จะตั้งต้นที่การเสนอตัวเป็นทางเลือกเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ก็ยังมีผลพลอยได้ที่เป็นบวกให้กับคนขับหญิงเช่นกัน เพราะถ้าเลือกได้ผู้โดยสารก็จะวางใจอยากใช้บริการแท็กซี่หญิงมากกว่า ฉะนั้นโอกาสหารายได้มากขึ้นย่อมตามมา


 แต่เนื่องจากจำนวนโชเฟอร์หญิงมีอยู่เพียงหยิบมือ ถ้าให้นับดูคร่าวๆ นัตยาบอกว่าไม่ถึงหลักร้อยแน่ๆ อีกทั้งในจำนวนหลักร้อยที่ว่า ก็ยังไม่ได้มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ฉะนั้นหากจะผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นด้วยแท็กซี่หญิงกลุ่มเล็กๆ ไม่ถึงสิบคนนั้น เป็นเรื่องยากยิ่งกว่ายากแน่นอน


 นอกจากนี้เรื่องเงินทุนก็ยังเป็นปัญหา เพราะอย่างต่ำต้องมีห้าพันบาท สำหรับไฟเลดี้ สติ๊กเกอร์รอบรถ และที่แพงคือ สัญญาณขอความช่วยเหลือกรณีแท็กซี่เกิดเหตุอันตราย แล้วก็มีตัวตัดระบบให้ขับต่อไม่ได้ ซึ่งเป็นแค่สวิตช์ตัวเล็กๆ ติดอยู่ด้านคนขับ เพื่อใช้เป็นทางเลี่ยงออกจากสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ก็แกล้งทำเป็นรถเสีย ไปต่อไม่ได้ โดยคนขับไม่ต้องปฏิเสธผู้โดยสารตรงๆ เพราะอาจมีเรื่องได้ถ้าไม่ใช่คนร้าย


 "ส่วนตัวก็ยังอยากจะสานต่อโครงการนี้อยู่แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะทำไหวไหม ลำพังตัวเองก็ไม่ใช่ว่าสบาย ยังหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ให้พอค่าส่งรถยังลำบาก ตอนนี้ก็เลยขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด


 เรารักในอาชีพแท็กซี่ แล้วก็รู้สึกดีใจที่ได้บริการผู้หญิงด้วยกัน ผู้โดยสารเองก็อุ่นใจ แล้วเขาไม่ได้อุ่นใจแค่ตัวเขา คนที่บ้านที่รออยู่ก็อุ่นใจด้วย ไม่ว่าจะเป็นพี่ใครน้องใครเมียใคร ถ้าได้ส่งเขาถึงบ้านได้เราก็ดีใจ" โชเฟอร์หญิง ทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม

Tags : คนขับแท็กซี่ผู้หญิง

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    Supannee

    พอดีเจอแล้วคะ เนื่องจากอยู่ที่ฝึกงานเล่นเฟสบุคไม่ได้ กลับมาที่ห้องแล้วจึงเข้าเฟสบุ๊คก็เลยเจอเบอร์ติดต่อพี่เขา^^

  • ความเห็นที่ 1

    Supannee

    พอดีมาฝึกงานรายการคนต้นแบบของ TNN24 แล้วอยากได้เบอร์โทรติดต่อคุณนัตยา อินทร์บำรุง เพื่อติดต่อสัมภาษณ์คะ ไม่ทราบว่ามีเบอร์โทรติดต่อหรือไม่คะ หรือสามารถติดต่อได้ที่ใคร

    ขอบคุณคะ

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement