กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 6 กรกฎาคม 2553 01:00

พระเจ้า Google...ช่วยชีวิต

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุหรือเป็นโรคร้ายอะไรสักอย่าง หมอไม่สามารถตอบคำถามคุณได้ แต่บางที google อาจจะช่วยได้ ไม่เชื่อลองไปถามผู้หญิงคนนี้...

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชูศรี ญาติภักดี หรือ ฝน หญิงสาวผิวขาว รูปร่างผอมบาง พี่สาวและเพื่อนรวมพลจัดทริปไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล หลังดำน้ำเสร็จกลับเข้าฝั่ง พอเห็นน้ำที่หาดลด สายตาเหลือบไปเห็นเงาปะการังหาดูยาก

 

คล้ายๆ มันจะโบกมือเรียก เธอจึงเดินไปดูโดยไม่รู้ว่า ใต้พื้นทรายละเอียดขาวมีปลากระเบนซ่อนตัวอยู่


 ฝนรู้สึกเหมือนกับมีอะไรมาแทงเข้ามาบริเวณเหนือข้อเท้าด้านซ้าย รู้แค่ว่าเจ็บมากถึงขั้นเข่าทรุดแล้วล้มตัวลงไปนอนกับพื้นทราย ปากร้องเรียกพี่สาวและเพื่อนๆมาช่วยพยุงตัวขึ้นฝั่ง

  "ตอนนั้นเดินไม่ได้เลย คือมันเจ็บเหมือนโดนอะไรมาปักที่หัวใจ... มันเจ็บมากๆ  ในชีวิตไม่เคยเจ็บแบบนี้ เรารู้เลยว่า มันต้องเป็นอะไรที่มีพิษมาก " เธอเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

เสียงโอดโอยของฝน และเสียงเอ็ดตะโรของพี่สาวและเพื่อนได้ผล ชาวประมงแถวนั้นมาช่วยดูบาดแผล พร้อมกับวินิจฉัยให้เสร็จสรรพว่าเป็นแผลที่เกิดจากเงี่ยงปลากระเบน

 บอกจบพรรคพวกไปหยิบพาราเซ็ตตามอล ยาแก้ปวดระงับอาการปวดไปพลางๆ ก่อนงัดตำราลูกน้ำเค็มมาช่วยกันหาทางระงับความปวดทรมานของนักท่องเที่ยวสาว พวกเขาช่วยกันขุดหลุมทรายแล้วตัดยางล้อรถจักรยานมาจุดไฟเผาให้เกิดควันจนได้ที่ แล้วดึงขาข้างที่เป็นแผลมารมควันราวครึ่งชั่วโมง  ชาวบ้านบอกว่า วิธีนี้เป็นการรีดพิษปลากระเบนทำให้ไม่ปวด ถ้าไม่ทำแบบนี้จะปวดมาก

 

 "ขอบอกว่า ร้อนมากๆ ถึงไม่ได้โดนไฟก็ตาม ช่วงที่รักษาแบบพื้นบ้านก็กังวลเหมือนกันนะว่า มันจะเป็นอันตรายหรือเปล่า แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเพราะไม่มีความรู้ " ฝนเล่าถึงช่วงพิธีกรรมย่างขารีดพิษปลากระเบนที่เธอหวังเป็นที่พึ่ง

 

 หลังจากเอาแผลอังควันไฟ ชาวบ้านเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้มีคนโดนปลากระเบน เขาก็เอาขาไปจุ่มในน้ำร้อนที่แช่ใบมะขาม  บอกเสร็จหันมาถามว่า เธอว่าสนใจลองดูไหม ในความคิดของฝนตอนนั้น คิดว่าทำ 2 อย่างมันคงดีเลยตัดสินใจเอาขาที่เป็นแผลไปแช่น้ำร้อนอีกไม่ต่ำกว่า 20 นาทีพอแช่เสร็จเธอรู้สึกว่า หายปวด


  "ไม่รู้ว่าชาหรือเปล่านะ (หัวเราะ) ส่วนแผลมันเริ่มแดงๆ ตอนแรกบาดแผลมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลเท่านั้น พอเช้าตื่นขึ้นมา ขาเริ่มบวม ก็เลยถามคนแถวนั้นต่อว่าทำไงต่อดี เขาบอกว่า แถวนี้มีสถานีอนามัย อ้าว! ทำไมเพิ่งมาบอก"  ฝนเล่าด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ 


  พอไปถึงที่สถานีอนามัย หมอถามประวัติการรักษาเป็นอันดับแรก หลังจากฝนเล่าให้ฟัง หมอทำหน้าตกใจรีบให้กินยาแก้อักเสบ เพราะเธอยังต้องนั่งเรือต่อไปที่เกาะเหลาเหลียง จังหวัดตรัง ระหว่างนั้นเธอทายา พันแผลเอาไว้พร้อมกับกินยาแก้อักเสบ หลังจบโปรแกรมทัวร์เธอนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ หลังลงจากเครื่อง ก็รีบมาหาหมอโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง


  "หมอที่แผนกศัลยกรรมฉีดบาดทะยักเข็มหนึ่งแล้วให้ทานยาแก้อักเสบที่มีอยู่ให้หมดก่อน อีก 2 วันค่อยมาดูแผลแล้วเปลี่ยนยาแก้อักเสบตัวใหม่ที่แรงขึ้น"

 

 

กูเกิล หาอะไรก็เจอ!

   พอวันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมา คนที่บ้านเห็นขาเธอบวมผิดปกติ ด้วยความกังวลเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เลยเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยความอยากรู้ว่า พิษของปลากระเบนเป็นอย่างไร ต้องรักษาอย่างไร  มีอันตรายขนาดไหน จึงเข้าไปคีย์คำว่า "ปลากระเบน" ในกูเกิล  หลังจากกดเอ็นเทอร์ รายการค้นหาพิษปลากระเบนเรียงออกมาเป็นห่างว่าว


 สายตาเธอไล่ดูไปเห็นเว็บหนึ่งรายงานข่าวว่า สตีฟ เออร์วิน พิธีกรโทรทัศน์ชื่อดังของออสเตรเลีย ในชื่อ “นักล่าจรเข้” (Crocodile Hunter) เสียชีวิตแล้ว จากอุบัติเหตุถูกปลากระเบนแทงด้วยเงี่ยงพิษ

 พออ่านแล้วยิ่งเกิดความกลัว เลยรีบคลิกเข้าไปดูรายละเอียด พบว่า ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางทะเลให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาไว้มากมายว่า เมื่อโดนกระเบนฟาดหางต้องทำอย่างไร  เธอตัดสินใจโทรไปหาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่พอดีช่วงนั้น ดร.ธรณ์ ไปสัมนาต่างประเทศยังไม่กลับ  ปลายสายบอกว่าจะกลับวันพรุ่งนี้   

  วันรุ่งขึ้นเธอโทรไปอีก เสียงตอบกลับมากว่า ดร.ธรณ์จะเข้ามาช่วงเย็นๆ โชคดีที่คนที่รับสาย เป็นอาจารย์ภาควิชาทางทะเลเหมือนกันเธอจึงเล่าให้ฟังว่า  ขาบวมมาก เพราะโดนปลากระเบนแทง ขอให้ช่วยแนะนำว่าควรไปรักษาที่ไหนดี  อาจารย์จึงแนะนำให้โทรไปที่กระทรวงสาธารณสุข ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง พร้อมกับให้เบอร์


 "โชคดีจริงๆ คนที่รับสายเขามีความเต็มใจที่จะช่วยเหลือด้วย เขาให้เจ้าหน้าที่ที่กองระบาดวิทยาชื่อ แสงโฉม ช่วยติดต่อหมอให้แล้วโทรกลับมาบอกว่า ให้โทรไปหานาวาเอกธนษวัฒน์ ชัยกุล หัวหน้ากองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน  เป็นหมอที่โรงพยาบาลทหารเรือ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลใต้น้ำ"

 

หลังจากที่เธอได้โทรคุยกับหมอ และขอให้เธอมาพบที่โรงพยาบาลดูแผล พร้อมกับเอายาที่กำลังรับประทานอยู่มาให้ดูด้วย 

 

  "ตอนนั้นขาปวมมากเหมือนกับว่าจะเป็นหนอง เหมือนไม่ใช่ขาคน พอหมอเห็นยาเขาบอกว่า คุณทานยานี้ไม่ได้หรอกต้องกินยาฆ่าเชื้อที่แรงกว่านี้ เพราะยาที่กินอยู่เป็นยารักษาอาการอักเสบทั่วไป ไม่ใช่  ยาฆ่าเชื้อที่เกิดจากพิษสัตว์ทะเล "  


 หมอผู้เชี่ยวชาญจึงเปลี่ยนยาใหม่ หลังกินได้ 2 วัน อาการบวมลดลง ต่อจากนั้นฝนก็หิ้วยาที่หมอทหารเรือไปให้หมอที่โรงพยาบาลเอกชนดู เพราะอยู่ใกล้บ้านเธอ หมอไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่บอกว่า ยามันแรง  ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หมอที่โรงพยาบาลเอกชนไม่กล้าให้เพราะไม่มีประสบการณ์จึงไม่กล้าให้ยาแรงแบบนี้ 

 

 

อะไรอยู่ในขา

 ความทรมานของฝนไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ จากนั้นไม่นานแผลเริ่มอักเสบเหมือนจะมีหนองภายใน หมอที่รักษาตัดสินใจระเบิดแผลเพื่อดูว่ามีเงี่ยงปลากระเบนอยู่หรือเปล่า ด้วยการฉีดยาชาแล้วผ่าตัด แต่ไม่พบเงี่ยงปลากระเบน มีแต่หนองกับเนื้อตาย  ซึ่งเกิดจากวิธีการรักษาแบบชาวบ้านที่อยู่บนเกาะ


 หมอทหารเรือบอกว่า อาจเกิดจากการไปอังไฟ ไม่ใช่เกิดจากการเอาขาไปแช่น้ำร้อน เพราะถ้าเกิดจากการแช่น้ำร้อนเนื้อตายต้องเป็นทั้งขา แต่นี่เป็นเฉพาะบางส่วน  จากนั้นส่งตัวให้หมอที่โรงพยาบาลเอกชนผ่าตัดเนื้อตายออกถึง 2 ครั้งทำให้บาดแผลมีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร กลายเป็นบาดแผลยาว 5 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว ลึกครึ่งนิ้ว


 จากประสบการณ์  ฝนแนะว่า  สำหรับคนโดนปลากระเบนแทงวิธีการปฐมพยาบาลที่ดีที่สุดก็คือ ควรเอาขาไปแช่ที่น้ำอุ่น โดยก่อนแช่ควรเอาขาข้างที่ปกติทดสอบดูก่อนว่าเรารับอุณหภูมิและสภาพได้ไหม แล้วค่อยเอาขาที่มีปัญหาแช่ไว้ประมาณ 30 นาที


  "ขอย้ำนะว่า ไม่ใช่น้ำร้อนเป็นน้ำอุ่น พอแช่เสร็จควรที่ไปหาหมอ ไม่ใช่เอาขาไปอังควันไฟเพราะทำให้เกิดเนื้อตาย และเชื้อโรคเข้าไปด้วย  ยิ่งทำแบบทูอินวันเหมือนฝนจะหายยาก (หัวเราะอีก) หรืออีกวิธีหนึ่งที่หมอแนะนำก็คือให้เอาไดร์เป่าผมไปด้วย ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าเพื่อให้ความร้อนมันละลายโปรตีนที่เป็นพิษของปลากระเบนออกมา "


 อีกเรื่องหนึ่งที่เธอบอกคือ ถ้าเกิดปัญหาอะไรที่หาทางแก้ไม่ได้ อินเทอร์เน็ตมีแหล่งข้อมูลมากมาย ยิ่งถ้าเป็นเคสที่ไม่ใช่โรคปกติ ทั่วไป หมอบางคนที่ไม่มีความชำนาญหรือประสบการณ์โดยตรง คงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่รู้ และรักษาไปตามอาการเท่านั้น  


    "เราไม่ได้โทษคุณหมอ แต่ตัวเราเองก็ต้องพยายามขนขวายช่วยตัวเองด้วย กรณีที่เป็นเคสอะไรที่ผิดปกติก็ลองโทรไปที่กระทรวงสาธารณสุข น่าจะโอเค เพราะเป็นแหล่งที่เขาจะให้ข้อมูลอะไรที่ช่วยเหลือเราได้ "  หญิงสาวกล่าวก่อนขอตัวไปรักษาแผลเป็นต่อ

.........................................................................................................

 Google คือ ช่องทางนำไปสู่การรักษาก็จริง แต่ถ้าขาดตัวหล่อลื่นระหว่างทางอย่าง "น้ำใจ" กระบวนการรักษาก็อาจจะไม่ลุล่วง 
 

 

 

 

....................................................
รวมมิตร ปลามีพิษ

 ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา กระทรวงสาธารณสุขระบุถึง ปลากระเบนว่าเป็นปลาทะเลที่มีพิษชนิดหนึ่งพบได้ในน่านน้ำไทย โดยธรรมชาติปลากระเบนไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว อันตรายที่มักเกิดจากการเหยียบปลากระเบนที่ฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย หรือทรายปนโคลน


 ผู้ที่ถูกหนามหรือเงี่ยงปลากระเบน แผลมีลักษณะคล้ายแผลมีดบาด การที่เงี่ยงปลากระเบนมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย เมื่อชักเงี่ยงออกจากบาดแผลทำให้แผลฉีกมากขึ้น หลังถูกตำจะมีอาการปวดเป็นระยะๆ ต่อมาแผลจะอักเสบ บวม

 นอกจากปลากระเบนแล้ว ปักเป้าเป็นปลาอีกชนิดที่มีพิษ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้จากการรับประทานเนื้อปักเป้า มักอาศัยอยู่ตามท้องทะเลที่เป็นทรายหรือทรายปนโคลน ชาวประมงจับติดมากับอวนลากเป็นประจำ ปลาปักเป้าชนิดที่มีรายงานว่าเป็นพิษต่อผู้บริโภคและพบในน่านน้ำไทย ได้แก่ ปลาปักเป้าลาย ปักเป้าดำ เป็นต้น


 พิษปักเป้ามีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน เกิดอาการอัมพาต ในกรณีที่ได้รับพิษจำนวนมากทำให้ระบบประสาทส่วนกลางไม่สามารถควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจจนเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้


 ยังมี ปลากดทะเล เป็นปลามีพิษคล้ายกระเบน ลำตัวมีเมือกลื่น ไม่มีเกล็ด อันตรายจากปลากลุ่มนี้เกิดจากไปสัมผัสโดนก้านครีบแข็งบริเวณครีบหลังและครีบอก โดยเฉพาะขณะจับปลาเพื่อปลดออกจากเครื่องมือประมง เช่น เบ็ด แห หรืออวน, หรืออาจเกิดจากการไปเหยียบถูกเนื่องจากทั้งปลาดุกและปลากดทะเลเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามหน้าดิน และอาจมาหากินตามที่น้ำตื้นหรือปากแม่น้ำ


 พิษของปลากลุ่มนี้มีผลคล้ายกับพิษของปลากระเบน เมื่อถูกตำจะเจ็บปวดทันที ปลาขนาดเล็กมีผลทำให้เจ็บปวดนานประมาณ 30 - 60 นาที ส่วนปลาขนาดใหญ่อาจมีผลทำให้เจ็บปวดนานถึง 48 ชั่วโมง และบาดแผลบวมอักเสบ

Tags : google ปลากระเบน

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement