สายตานับล้านๆ คู่ในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก กำลังจับจ้องการแข่งขันเกมกีฬาระดับโลก FIFA World Cup 2010 South Afarica หรือ ฟุตบอลโลก
สายตานับล้านๆ คู่ในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก กำลังจับจ้องการแข่งขันเกมกีฬาระดับโลก FIFA World Cup 2010 South Afarica หรือ ฟุตบอลโลก ซึ่งกำลังแข่งขันกันที่ประเทศแอฟริกาใต้ คลั่งไคล้ในฝีเท้านักเตะที่แอบเชียร์ ชื่นชมในความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีม ระทึกใจไปกับเกมการแข่งขัน ยิ้มและหัวเราะไปกับชัยชนะ เสียน้ำตาให้กับความพ่ายแพ้ ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อน ทีมชาติฟุตบอลหลายประเทศก็สนับสนุนและยินดีมีส่วนช่วยในการลดปัญหาโลกร้อนเช่นกัน โดยมี ไนกี้ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับการกีฬายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเป็นผู้ผลักดันโครงการ
ขณะที่คุณกำลังชม ริคาโด้ กาก้า, ปาร์ค จี ซอง, ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท, แลนดอน โดโนแวน, เชน ชเมลต์ช, เปเป้ ฯลฯ วิ่งไล่ลูก โชว์ลีลาสับขาหลอก ยิงประตู ถูกให้ใบแดง! ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ พวกเขาและเพื่อนร่วมทีมล้วนวิ่งไปมาใน ชุดทีมชาติ ที่ผลิตจาก ขวดพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งพวกเขาก็ยังคงดูดี สมาร์ท มีเสน่ห์ชวนมองเช่นเคย บางคนลงความเห็นว่าชุดฟุตบอลโลกปีนี้เผยส่วนสัดนักฟุตบอลให้เห็นถึงความแข็งแกร่งมากกว่าสี่ปีก่อนด้วยซ้ำ
โดยปกติขวดพลาสติกมักถูกทิ้งอย่างละเลย หรือกลายเป็นขยะที่ใช้ถมที่ดิน โดยที่พวกมันจะไม่ย่อยสลายไป ไนกี้มอบหมายให้ผู้ผลิตผ้า ออกไปเสาะแสวงหาขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งแล้วเหล่านั้นจากแหล่งเก็บรวบรวมแห่งต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน นำมาชำระล้างสิ่งสกปรก แกะป้ายฉลากออก จากนั้นจึงย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาหลอมเพื่อผลิตเป็นเส้นด้ายใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดได้รับการแปรสภาพเป็นผืนผ้าที่ใช้ผลิตเสื้อ
ฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งแรกที่ทีมฟุตบอลชื่อดังชาติต่างๆ ทุกทีมในรั้วพันธมิตรของไนกี้ ซึ่งรวมถึงทีมชาติบราซิล โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์ สวมเสื้อที่ผลิตขึ้นจากโพลีเอสเตอร์ที่นำมากลับมาใช้ใหม่ทั้งหมด โดยเสื้อแต่ละตัวทำจากขวดพลาสติกจำนวนไม่เกิน 8 ขวด
การทำเช่นนี้ สามารถช่วยประหยัดวัตถุดิบอันมีค่า และช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับการผลิตจากโพลีเอสเตอร์บริสุทธิ์ที่ยังไม่เคยผ่านกระบวนการผลิตมาก่อน
จากการนำ โพลีเอสเตอร์ ที่นำกลับมาใช้ใหม่ มาใช้ผลิตเสื้อทีมชาติทีมต่างๆ ในครั้งนี้ ไนกี้สามารถกู้ขวดพลาสติกเกือบ 13 ล้านขวดไม่ให้ถูกนำไปใช้ในการถมที่ หรือคิดเป็นปริมาณขยะโพลีเอสเตอร์ประมาณ 254,000 กิโลกรัม
ปริมาณขยะโพลีเอสเตอร์ดังกล่าว มากพอที่จะปกคลุมพื้นที่สนามฟุตบอลกว่า 29 สนาม และหากนำขวดพลาสติกแต่ละขวดที่นำกลับมาใช้ใหม่เพื่อการผลิตเสื้อเหล่านี้ มาเรียงต่อๆ กัน ระยะทางที่ได้ จะมีความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าแนวชายฝั่งของประเทศแอฟริกาใต้ตลอดทั้งแนว นับเป็นชุดทีมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล
การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพอันขึ้นชื่อในด้านใดๆ ของชุดจากไนกี้ จะต้องถูกตัดทอนลงไปแม้แต่น้อย และสำหรับฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ชุดที่ผลิตขึ้นใหม่ยังผ่านการออกแบบเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับผู้เล่นได้มากยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ก่อนหน้านี้ไนกี้ได้คิดค้นนวัตกรรม ไนกี้ไดร-ฟิต (Nike Dri-FIT) ซึ่งทำให้เสื้อกีฬาระบายความร้อนและอากาศดีขึ้น แต่โพลีเอสเตอร์ที่ได้จากการนำขวดพลาสติกมาใช้ใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนมี น้ำหนักเบา กว่าชุดไนกี้รุ่นก่อนๆ ถึง 13% ช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกแห้งสบาย โดยการดูดซับเหงื่อสู่ด้านนอกตัวเสื้อ เพื่อให้ระเหยออกไป ขณะเดียวกัน พื้นที่ส่วนที่ช่วยระบายอากาศด้านข้างของเสื้อและบริเวณถัดลงมาจากแถบเอวของกางเกงยังช่วยให้อากาศทะลุผ่านเนื้อผ้าได้มากขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเย็นสบายกว่าเดิม
พื้นที่ส่วนช่วยระบายอากาศ ได้รับการออกแบบให้อยู่บริเวณด้านข้างของเสื้อ เพื่อให้อากาศผ่านได้ดีขึ้น และเมื่อผสานกับเนื้อผ้าที่สามารถเพิ่มการไหลเวียนของอากาศได้มากขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับชุดแบบก่อนแล้ว อากาศจึงสามารถผ่านได้ตลอดช่วงลำตัว พื้นที่ช่วยระบายอากาศเหล่านี้ประกอบไปด้วยรูเล็กๆ ที่เจาะด้วยแสงเลเซอร์ถึง 200 รู เสริมด้วยการใช้นวัตกรรม Halo ของไนกี้ที่ช่วยป้องกันการฉีกขาดโดยไม่ลดทอนการหมุนเวียนอากาศ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ช่วยระบายอากาศอีกจุด อยู่ที่กางเกง โดยวางตำแหน่งไว้ถัดลงมาจากแถบเอว ใกล้ๆ กับส่วนล่างสุดของกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่เปียกชื้นจากเหงื่อปริมาณมาก นักเตะจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความแห้งสบายขึ้น
แม้จะผลิตจากขวดพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ แต่ด้วยโครงสร้างการทอแบบ Double Knit ก็ช่วยให้เสื้อดูเงางามยิ่งขึ้น พร้อมกับเพิ่มการยืดขยายขึ้นอีก 10% นอกจากนี้ยังตัดเย็บให้เข้ารูปในแบบ Dynamic Fit ใหม่เพื่อรับกับสรีระของร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเอื้อต่อการไหลเวียนของอากาศและการเคลื่อนไหวได้สูงสุด
ชุดเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้ผู้เล่นรู้สึกแห้งและเย็นสบายกว่าเดิม ตลอดจนสวมใส่ได้สบายตัวยิ่งขึ้น ช่วยให้นักเตะรักษาอุณหภูมิร่างกายไว้ในระดับที่เหมาะสมที่สุดและเล่นได้เต็มความสามารถตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม
ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 5 ครั้งหลังสุด นับตั้งแต่ที่ประเทศอิตาลีเมื่อปี ค.ศ. 1990 จนถึงครั้งที่ประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 2006 เกมการแข่งขันจำนวนกว่าครึ่งในรอบแพ้คัดออก ต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้เล่นที่สวมชุดแบบนี้ จึงรู้สึกเบาตัวและแห้งสบายกว่า ที่สำคัญพวกเขาจะเล่นได้อย่างกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อเกมการแข่งขันยืดเยื้อเกิน 90 นาที
ทีมชาติที่ไนกี้เป็นผู้จัดหาชุดให้ และร่วมแข่งขันบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยสวมเสื้อที่ผลิตจากผ้าซึ่งทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ในปีนี้ ประกอบไปด้วย บราซิล เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เซอร์เบีย และ สโลวีเนีย ซึ่งชุดทีมชาติของแต่ละประเทศก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะของแต่ละประเทศที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและมีความหมายแตกต่างกันออกไปอีก
เกาหลีใต้
ฤดูร้อนปีนี้ ทีมเกาหลีใต้ ลงแข่งขันในทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเป็นครั้งที่แปด นับเป็นสถิติสูงสุดของทีมจากทวีปเอเชีย พวกเขาสวมชุดเหย้าและชุดเยือนชุดใหม่ที่มี ลายพิมพ์รูปเสือ ปกคลุมพื้นที่ตลอดตัวเสื้อเป็นครั้งแรก รูปเสือปรากฏอยู่อย่างโดดเด่นบนตราสัญลักษณ์ของ 'สมาคมฟุตบอลเกาหลี' เป็นตัวแทนความกล้าหาญและจิตวิญญาณของการต่อสู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และเป็นคุณสมบัติที่คาดหวังจากผู้ที่ได้รับเกียรติให้สวมเสื้อทีมชาติเกาหลี กระตุ้นเตือนถึงความรู้สึกรักชาติได้เป็นอย่างดี
ชุดเหย้า : เสื้อคอวีทันสมัยสีน้ำเงินเข้มดั้งเดิม ตัวเสื้อเป็นสีแดงสปอร์ตพิมพ์ลายสีแดงทีมชาติเป็นรูปเสือ บริเวณคอเสื้อด้านหลังมีอักษรกราฟฟิกคำว่า Korea ในขณะที่คอเสื้อด้านในมีลายกราฟฟิกรูปธงชาติเกาหลีใต้ ด้านในของเสื้อตำแหน่งเดียวกับตราสัญลักษณ์ของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ด้านนอก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จัดวางในเชิงสัญลักษณ์ให้อยู่เหนือหัวใจ มีข้อความสร้างขวัญและกำลังใจว่า Tuhon (จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้) ในรูปแบบของศิลปะการคัดลายมือดั้งเดิมของเกาหลี
หมายเลขผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังของเสื้อ เป็นการผสมผสานการออกแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวอักษรเกาหลี
กางเกงของชุดเหย้าเป็นสีขาว ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีน้ำเงินเข้มดั้งเดิม ในขณะที่แถบเอวด้านหลังมีตัวอักษรกราฟฟิกคำว่า Korea ถุงเท้าของชุดเหย้าเป็นสีแดงสปอร์ต ช่วงบนคาดด้วยแถบสีน้ำเงินเข้มดั้งเดิมและมีอักษรคำว่า Korea อยู่ที่ด้านหลังน่องแต่ละข้าง
ชุดเยือน : มีรายละเอียดโดดเด่นเฉพาะตัวเช่นเดียวกับเสื้อชุดเหย้า แต่เป็นสีขาวพิมพ์ลายสีเทารูปเสือปกคลุมพื้นที่ตลอดตัวเสื้อเช่นกัน กางเกงชุดเยือนเป็นสีน้ำเงินเข้มดั้งเดิม ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีขาว แถบเอวด้านหลังมีตัวอักษรกราฟฟิกคำว่า Korea ถุงเท้าของชุดเยือนเป็นสีขาวและมีอักษรคำว่า Korea อยู่ที่ด้านหลังน่องแต่ละข้าง
เนเธอร์แลนด์
ทีมเนเธอร์แลนด์เคยเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศมาแล้วสองครั้งในปี ค.ศ.1974 และ 1978 ในปีนี้ทีมเนเธอร์แลนด์สวมชุดเหย้าและชุดเยือนนำสมัยชุดใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงทั้งประวัติศาสตร์และค่านิยมโดยเนื้อแท้ของฟุตบอลในแบบชาวดัตช์
ชุดเหย้า : เสื้อสีส้มตามแบบฉบับดั้งเดิม มีแถบสีขาวบางๆ ที่ด้านข้างทั้งสองด้าน เน้นย้ำถึงความเร็วในการเล่นของชาวดัตช์ มีรายละเอียดที่เป็นสีดำเพิ่มขึ้นจากเสื้อที่ใช้ในช่วงปีหลังๆ ในรูปของคอกลมทันสมัยและซิลิโคนที่เป็นลายตวัดสั้นๆ อยู่ใกล้กับชายแขนเสื้อแต่ละข้าง ช่วยให้เสื้อดูหนักแน่นและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการสะท้อนถึงสไตล์ของเสื้อที่ทีมที่ยิ่งใหญ่ของชาวดัตช์หลายๆ ชุดในอดีตได้เคยสวมลงสนาม บริเวณคอเสื้อด้านหลังมีอักษรกราฟฟิกคำว่า Nederland ในขณะที่คอเสื้อด้านในมีรูปธงชาติดัตช์ขนาดเล็กๆ ด้านในของเสื้อตำแหน่งเดียวกับตราสัญลักษณ์ของสมาพันธ์ฟุตบอลดัตช์ด้านนอก มีข้อความสร้างขวัญและกำลังใจว่า Oranje Leeuwen (สิงโตสีส้ม) โดยใช้แบบอักษรที่ศิลปินชาวดัตช์ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเลียนแบบส่วนหัวและขนแผงคอของสิงโต
หมายเลขอันเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ด้านหลังของเสื้อได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงและกระแสน้ำของคลองในกรุงอัมสเตอร์ดัม ตลอดจนเหลี่ยมมุมและรูปแบบอันเคร่งครัดที่พบเห็นได้ในสถาปัตยกรรมแบบดัตช์จำนวนมาก กางเกงของชุดเหย้าย้อนกลับไปใช้สีดำอีกครั้งหลังจากที่ใช้สีขาวมาตลอดในช่วงหลายปีหลัง เพื่อให้ชุดโดยรวมดูมีความหนักแน่นมากยิ่งขึ้น ด้านข้างของกางเกงแต่ละด้านมีลายแถบสีขาว ในขณะที่แถบเอวด้านหลังมีลายกราฟฟิกสีธงชาติดัตช์ ถุงเท้าของชุดเหย้าเป็นสีส้ม ช่วงบนคาดด้วยแถบสีดำและมีอักษรคำว่า Nederland ที่ด้านหลังน่องแต่ละข้าง
ชุดเยือน : เสื้อมีรายละเอียดเฉพาะตัวเช่นเดียวกับเสื้อชุดเหย้า แต่เป็นเสื้อสีขาว คอกลมสีน้ำเงินเข้ม มีรูปตัววีเด่นชัดอยู่บนช่วงลำตัว ประกอบด้วยเส้นบางๆ สีแดงและน้ำเงินตามสีของธงชาติดัตช์ เพื่อให้ผู้เล่นดูเด่นสง่ายิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในสนาม เสื้อของชุดเยือนชุดใหม่นี้ยังแสดงความคารวะต่อเสื้อทีมชาติแบบแรกที่ทีมเนเธอร์แลนด์สวมเมื่อปีค.ศ. 1905 ซึ่งเป็นเสื้อสีขาวพร้อมแถบเฉียงลายธงชาติดัตช์ กางเกงของชุดเยือนเป็นสีน้ำเงินเข้มสีดั้งเดิมของทีมชาติ ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีขาว แถบเอวด้านหลังมีลายกราฟฟิกสีธงชาติดัตช์ ถุงเท้าของชุดเยือนเป็นสีขาว บนด้านหลังของน่องแต่ละข้างมีรูปตัววีเล็กๆ ซึ่งประกอบด้วยเส้นสีแดงและน้ำเงิน ย่อส่วนลงมาจากลายที่ปรากฏบนส่วนลำตัวของเสื้อ
บราซิล
เสื้อของทีมชาติบราซิลมีชื่อเรียกด้วยความรักใคร่ว่า Amarelinho (เจ้าสีเหลืองตัวน้อย) ได้รับการยกย่องทั้งในด้านของความเรียบง่าย ตลอดจนสิ่งที่เสื้อตัวนี้ทำหน้าที่สื่อแทน อันได้แก่ความงดงามที่เป็นเนื้อแท้และความสนุกสนานตื่นเต้นของฟุตบอลในสไตล์บราซิล อย่างไรก็ตาม เสื้อทีมไม่ควรจะเป็นดาวเด่น แต่เป็นเพียงเปลือกนอกที่ช่วยเกื้อหนุนผู้เล่นเท่านั้น “ปล่อยให้ผู้เล่นแสดงความโดดเด่นของพวกเขาดีกว่า คุณไม่ต้องการให้ชุดมีอะไรก็ตามที่มาแข่งกับทีมหรอก” คาร์ลอส อัลเบอร์โต ผู้สร้างตำนานในฐานะกัปตันทีมบราซิลชุดที่คว้าถ้วยฟุตบอลโลกเมื่อปี ค.ศ. 1970 กล่าว
ชุดเหย้า : เสื้อสีเหลืองฝักข้าวโพด สีดั้งเดิมของทีมชาติบราซิล คอเสื้อเป็นคอกลมสีเขียวทันสมัย ย้อนรำลึกถึงเสื้อที่เลื่องชื่อซึ่งทีมบราซิลสวมคว้าชัยชนะเมื่อปี ค.ศ. 1970 บริเวณไหล่เสื้อทั้งสองข้างพาดด้วยลายแถบสีเขียว แถบด้านซ้ายมีรูปดาวเล็กๆ ห้าดวง เพื่อสรรเสริญการครองแชมป์โลกแต่ละครั้งของบราซิล แถบทั้งสองออกแบบให้เป็นรูเพื่อให้เสื้อมีน้ำหนักเบาและช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเย็นสบาย บริเวณคอเสื้อด้านหลังมีอักษรกราฟฟิก ว่า Brasil บริเวณคอเสื้อด้านในมีรูปธงชาติบราซิลเล็กๆ พร้อมข้อความ Nascido Para Jogar Futebol (เกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอล) ด้านในของเสื้อตำแหน่งเดียวกับตราสัญลักษณ์ของสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลด้านนอกมีข้อความสร้างขวัญและกำลังใจว่า Com Muito Orguiro, Com Muito Amor (เปี่ยมด้วยความภาคภูมิ เปี่ยมด้วยความรัก)
หมายเลขหลังเสื้อได้รับแรงบันดาลใจจากตัวเลขบนธนบัตรของบราซิล และออกแบบให้เป็นรอยปรุเช่นกัน กางเกงสีน้ำเงินเข้มสีดั้งเดิมของทีมชาติ ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีขาว ย้อนรำลึกถึงกางเกงที่ทีมบราซิลชุดปีค.ศ. 1970 เคยสวม แถบเอวด้านหลังมีรูปดาวห้าดวงเพื่อสรรเสริญการครองแชมป์ของบราซิล ถุงเท้าสีขาว คาดด้วยแถบสีเขียวพร้อมตัวอักษรคำว่า Brasil ที่ด้านหลังน่อง
ชุดเยือน : รักษาคุณลักษณะเฉพาะแบบเดิมไว้เช่นเดียวกับชุดเหย้า ประกอบด้วยเสื้อสีน้ำเงินสีดั้งเดิมของทีมชาติ ขับสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของทีมบราซิลที่ใช้ในชุดเหย้าให้ยิ่งโดดเด่นขึ้นด้วยการนำสีนี้มาใช้กับคอเสื้อ ลายแถบที่พาดบริเวณหัวไหล และที่เด่นชัดที่สุดคือลายพิมพ์จุด (Technical Dot Print) ที่เป็นเสมือนลายเซ็นที่ด้านหน้าของเสื้อ เรียงตัวหนาแน่นที่สุดบริเวณลำตัว เพื่อเน้นถึงพละกำลังของผู้เล่น กางเกงสีขาวพร้อมลายแถบสีน้ำเงินด้านข้าง ถุงเท้าเป็นสีน้ำเงินของทีมชาติและมีแถบสีเหลืองคาดพร้อมอักษรคำว่า Brasil บนน่อง
สโลวีเนีย
ทีมชาติสโลวีเนียลงแข่งขันท่ามกลางทีมชั้นนำของโลกในช่วงฤดูร้อนปีนี้ในฐานะประเทศที่เล็กที่สุดที่ได้เข้าร่วมแข่งที่ประเทศแอฟริกาใต้ มีประชากรเกินสองล้านคนเพียงเล็กน้อย ชุดเหย้าและชุดเยือนชุดใหม่อวดสัญลักษณ์ของ ภูเขาตรีกลาฟ ที่สื่อแทนประเทศอย่างภาคภูมิและสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดีที่สุด เนื่องจากตรีกลาฟเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และมีตำนานเล่าขานว่าเคยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าพระองค์หนึ่งของชาวสลาฟ อีกทั้งยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศสโลวีเนียและเป็นองค์ประกอบหลักในอัตลักษณ์ของประเทศใหม่แห่งนี้ โดยเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนธงชาติ ตราสัญลักษณ์ประจำชาติ และสกุลเงินของประเทศ
ชุดเหย้า : เสื้อสีขาว คอกลมสีเขียวเข้มไซเปรส ช่วงลำตัวของเสื้อพาดด้วยลายแถบขนาดใหญ่สีเขียวเข้มไซเปรส เด่นชัดเป็นรูปยอดสามยอด สื่อถึงเค้าโครงของภูเขาตรีกลาฟอันโด่งดัง คอเสื้อด้านหลังมีอักษรกราฟฟิกคำว่า Slovenia คอเสื้อด้านในมีลายกราฟฟิกพร้อมรูปวงแหวนห้าวงจากตราสัญลักษณ์ของสมาพันธ์ฟุตบอลสโลวีเนีย หมายเลขผู้เล่นบนเสื้อเป็นตัวเลขแบบคลาสสิกของวงการฟุตบอล และออกแบบให้เป็นรอยปรุเพื่อให้ชุดให้ความเย็นสบายและมีน้ำหนักเบากว่าเดิม กางเกงสีขาว ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีเขียวเข้มไซเปรส ถุงเท้าสีขาว คาดแถบสีเขียวเข้มไซเปรสเป็นรูปยอดสามยอด เลียนแบบเค้าโครงของภูเขาตรีกลาฟ
ชุดเยือน : โดดเด่นเฉพาะตัวเช่นเดียวกับเสื้อชุดเหย้า แต่เป็นสีเขียวเข้มไซเปรส คอกลมสีเขียวตะบองเพชรสดใส ช่วงลำตัวของเสื้อพาดด้วยลายแถบขนาดใหญ่สีเขียวตะบองเพชรสดใสเป็นรูปยอดสามยอด กางเกงสีเขียวเข้มไซเปรส ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีเขียวตะบองเพชรสดใส ถุงเท้าสีเขียวเข้มไซเปรส
ออสเตรเลีย
ทีมเจ้าของฉายา ซอกเกอร์รูส์ (Socceroos) สวมชุดเหย้าและชุดเยือนชุดใหม่ลงสนาม ซึ่งโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมตลอดจนสีสันจากธงชาติและตราสัญลักษณ์ประจำชาติ
ชุดเหย้า : เสื้อคอวีประกอบด้วยสีต่างๆ 3 สี โดยบริเวณไหล่ ลำตัวช่วงบน และแขนเสื้อเป็นสีเขียวไซเปรสเข้ม มีที่มาจาก โกลเด้นวัทเทิล ดอกไม้ประจำชาติของออสเตรเลียที่ปรากฏอยู่ในตราสัญลักษณ์ประจำชาติ เน้นย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมและความภาคภูมิใจในชาติของตน ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้แถบสีขาวพาดที่ช่วงออกเพื่อให้ความรู้สึกร่วมสมัย ถัดลงมาซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเสื้อเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งมีที่มาจากดอกโกลเด้นวัทเทิลในตราสัญลักษณ์ประจำชาติเช่นกัน คอเสื้อด้านในเป็นลายกราฟฟิกของกลุ่มดาวที่เรียงตัวเป็นรูปกากบาท (Southern Cross) เช่นเดียวกับที่ปรากฏบนธงชาติออสเตรเลีย ด้านในของเสื้อตำแหน่งเดียวกับตราสัญลักษณ์ของสมาพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียด้านนอก มีข้อความสร้างขวัญและกำลังใจว่า Never Say Never (อย่าบอกว่าไม่มีวันทำได้)
โดยใช้แบบอักษรที่ศิลปินชาวออสเตรเลียเป็นผู้ออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของสัตว์ป่าและพรรณพืชประจำถิ่นของประเทศ หมายเลขผู้เล่นเป็นการผสานแรงบันดาลใจจากลวดลายท้องถิ่นเข้ากับตัวเลขที่ใช้บนธนบัตรออสเตรเลีย กางเกงสีเขียวไซเปรสเข้ม ด้านข้างแต่ละด้านมีลายแถบสีทอง แถบเอวด้านหลังมีตัวอักษรกราฟฟิกคำว่า Socceroos ถุงเท้าสีเหลืองทอง มีอักษรคำว่า Australia ด้านหลังน่องแต่ละข้าง พร้อมคาดด้วยแถบสีเขียวไซเปรสเข้มเพื่อเน้นสรีระของมัดกล้ามบริเวณน่องและขา
ชุดเยือน : เสื้อประกอบด้วยสีต่างๆ 3 สีเช่นกัน โดยบริเวณไหล่ ลำตัวช่วงบน และแขนเสื้อเป็นเส้นริ้วสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีหลักของธงชาติออสเตรเลีย ช่วงอกพาดแถบสีทองสื่อแทนสีของดอกโกลเด้นวัทเทิล ถัดลงมาเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเสื้อใช้สีน้ำเงินออบซิเดียน ซึ่งเป็นสีที่ทีมออสเตรเลียใช้เป็นชุดเยือนมาแต่ดั้งเดิม กางเกงและถุงเท้าใช้สีน้ำเงินออบซิเดียน
สามัคคี-ทำงานเป็นทีม
นอกจากชุดทีมชาติที่มีความหมายซึ่งเชื่อมโยงถึงจิตวิญญาณและความเป็นชาติแฝงอยู่ ฟุตบอลโลก ยังทำให้คนนับล้านล้านทั่วโลกประจักษ์ถึงความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันของการทำงานเป็นทีม ความสามัคคี ให้อภัย การสะกดกลั้นอารมณ์ การระเบิดอารมณ์แล้วกลับมาอยู่ในเกมเหมือนเดิม ยอมรับในกติกาการตัดสิน จิตใจอันเข้มแข็ง-มีสติของนักกีฬาตัวจริง แม้เหลือผู้เล่น 10 คนใน 20 นาทีแรก พวกเขาก็สู้ยิบตาในทุกนาทีที่เหลือ แม้ยิงประตูพลาดอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขาก็กลับมาสู้กันในเกมต่อไปจนนาทีสุดท้าย น่านับถือในความสามารถและจิตใจของความเป็นนักกีฬาตัวจริง
แสดงถึงการยกระดับและการพัฒนาทางด้านจิตใจและความคิดของสังคมกีฬาระดับโลก
Tags : โพลีเอสเตอร์ • ฟุตบอลโลก



