เมื่อช่องทางสื่อสารของคนเสื้อแดงถูกบล็อกแทบไม่เหลือซาก เหลือวิธีโบราณอย่างวิทยุเท่านั้นที่แฟนๆ พอจะใช้ติดตามข่าวสารได้ผ่านทรานซิสเตอร์คู่ใจ
หากถามว่าทรานซิสเตอร์ยี่ห้อเก่าแก่อย่างธานินทร์ เกี่ยวข้องอะไรกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังขมึงตึงอยู่อย่างทุกวันนี้ หลายคนอาจจะ งง ๆ ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
แต่หากบอกว่าในห้วงเวลาที่ช่องทางการนำเสนอข่าวสารของคนเสื้อแดงมาถึงทางแคบด้วยแรงบีบจากฝ่ายรัฐ เหลือเพียงวิทยุชุมชนเท่านั้นที่ยังพอหลบหลีกอยู่ได้
และนั่นจึงเป็นที่มาของการที่ทรานซิสเตอร์อย่างธานินทร์กลับมาเป็นที่สนใจและร้องหาอีกครั้ง ด้วยเหตุผลง่าย และ สั้น ว่า "ชัดดี"
ว่ากันว่าเป็นที่ต้องการสูงถึงขนาดมีนักการเมืองติดต่อกับผู้ผลิตขอให้จัดทำลิมิเต็ด เอดิชัน สำหรับชาวเสื้อแดงโดยเฉพาะ!
- คู่ใจ.. อย่างไรก็ทรานซิสเตอร์
อย่างที่ครูเพลงในตำนาน "ชลธี ธารทอง" ผู้ซึ่งถูกยกให้เป็นเทวดาเพลง ฝากเอาไว้ในบทเพลง อีสาวทรานซิสเตอร์ เนื้อความตอนหนึ่งว่า
"ฉันคนชาวนาหน้าตาเซ่อ ฟังทรานซิสเตอร์ก็พอใจ ไปไหนก็เอาไปด้วย ขึ้นเขาลงห้วยก็เอาไป ฟังเพลงตะลุงบ้านนา ฟังเพลงตะลุงบ้านนา เขาว่าเราบ้าก็ช่างเขาปะไร.."
และ
"...เลี้ยงควายไถนาหน้าเกี่ยวข้าว เปิดฟังกันอ้าวสบายใจ คุณพ่อฉันชอบฟังข่าว ฉันกับพี่สาวไม่สนใจ ฟังเพลงลูกทุ่งบ้านนา ฟังเพลงลูกทุ่งบ้านนา บางทีก็บ้าฟังไปร้องไป..."
บันทึกสมัยในรูปของเสียงเพลงที่เสกสรรค์โดยเทวดาเพลงผู้นี้ มีแรงบันดาลใจมาจากเมื่อการออกต่างจังหวัดหลายๆ ครั้ง ครูชลธีได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านทั้งหนุ่มทั้งสาว เวลาออกงานนางานไร่ ก็สะพายวิทยุทรานซิสเตอร์ออกไปด้วย บางคนฟังละครวิทยุ บางคนฟังเพลงลูกทุ่ง
ด้วยสิ่งที่ได้เห็นมากับตา ครูชลธีจึงได้บรรจงแต่งเพลงอีสาวทรานซิสเตอร์ไว้เพื่อเป็นบันทึกฉากหนึ่งของสังคมไทย
เมื่อประกอบเข้ากับภาพความรักอันหวานชื่นเมื่อครั้งที่ "ไอ้แผน" ตัวเอกจากภาพยนตร์เรื่องมนต์รักทรานซิสเตอร์ มอบวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องน้อยให้กับ "สะเดา" เมียรักเพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงาน และจากนั้นเจ้าวิทยุกระเป๋าหิ้วเครื่องนี้ก็ยิ่งเพิ่มพูนบทบาทในหนังไม่ต่างจากตัวเอกที่เป็นมนุษย์ เพราะมันได้ร่วมอยู่ในคืนวันทั้งเศร้าและสุข หวานและขมของตัวเอกทั้งคู่
ทั้งวันวานอันหวานชื่น เมื่อครั้งที่แผนนึกภาพตัวเองเป็น "สุรแผน เพชรน้ำไหล" นักร้องชื่อดังที่มีคนดูนับร้อย จนเมื่อสะเดาตั้งท้องได้ 5 เดือน แผนก็ได้รับหมายเกณฑ์ ระหว่างเป็นทหาร ก็ยังไม่หยุดฝัน และส่งตัวเองเข้าประกวดร้องเพลง ผลปรากฏว่าได้รองอันดับหนึ่ง จึงตัดสินใจหนีทหารเข้ากรุง ไปฝึกเป็นนักร้องอย่างที่มันฝันใฝ่ สะเดาไม่เข้าใจว่าทำไมแผนเงียบหายไป
วิทยุทรานซิสเตอร์เริ่มรวน ส่งเสียงครืดคราด แล้วเธอก็คลอดลูกชาย...
จะเห็นว่าทรานซิสเตอร์ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่เครื่องมือให้ความบันเทิง ฟังเพลง ฟังละคร หรือ ข่าวสารเหตุบ้านการเมืองเท่านั้น เพราะมันได้แทรกซึมสู่วิถีชีวิตและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไปอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีเพียงแต่ "คอนเทนท์" ไม่ว่าจะเป็น ละครวิทยุ, เพลงลูกทุ่ง, ลูกกรุง หรือ สตริง จนถึง รายการข่าวสาร ฯลฯ เท่านั้นที่สับเปลี่ยนผลัดกันขึ้นมารับบทเด่นในชีวิตคนไทย แต่ที่ยืนหยัดมั่นคงคู่สังคมไทยไม่เคยห่างหายไปไหน นั่นคือเครื่องรับคอนเทนท์ดีๆ วิทยุกระเป๋าหิ้วคู่ใจ หรือที่คุ้นหูกันในชื่อเรียกว่า "ทรานซิสเตอร์" นั่นเอง
- "ธานินทร์" ไม่สิ้นชื่อ
บทบาทของทรานซิสเตอร์สำหรับนาทีนี้ แทบจะฟันธงได้เลยว่า "คลื่นการเมือง" คือไฮไลท์ชูโรง เนื่องด้วยสถานการณ์เหตุบ้านการเมืองที่ยังตึงเครียด มีเรื่องชวนตื่นเต้นให้ติดตามชนิดตาห้ามกระพริบ โดยเฉพาะเมื่อทีวีของคนเสื้อแดงถูกตัดสัญญาณ คลื่นวิทยุทั้งคลื่นท้องถิ่นและคลื่นวิทยุชุมชนจึงกลายเป็นช่องทางการรับข่าวสารการชุมนุมที่ได้รับความนิยมอย่างหนัก หลังจากเคยปล่อยให้เคเบิลทีวี และ ทีวีดาวเทียม ได้รับอานิสงส์ยอดพุ่งกันถ้วนหน้า
ยืนยันโดยนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย "เกษม อินทร์แก้ว" ซึ่งให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2553 ที่เริ่มมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง พบว่ายอดการสมัครเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีมีอัตราการเติบโตสูง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนปกติที่มียอดสมาชิกใหม่เดือนละ 7-8 หมื่นราย แต่เฉพาะมีนาคมเดือนเดียวกลับมียอดสมาชิกใหม่มากถึง 2 แสนราย
ขณะที่ยอดขายจานดาวเทียมก็ขาขึ้นไม่ต่างกัน โดยยอดขายรวมกันของจานดาวเทียมทั้งระบบ ซี แบนด์ และเคยู แบนด์ นับเฉพาะเดือนมีนาคม 2553 อยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนจาน เพิ่มขึ้น 50เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน มกราคม และ กุมภาพันธ์ ปีเดียวกันซึ่งมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 1 แสนจาน
แต่แล้วเมื่อพีเพิลแชนแนลสถานีโทรทัศน์ขวัญใจคนเสื้อแดงเกิดอาการ "จอดำ" ขึ้นมา ความต้องการฟังข่าวสารการชุมนุมของคนเสื้อแดงจึงเทน้ำหนักมาที่วิทยุชุมชน และ วิทยุท้องถิ่น โดยเป็นที่ต้องการสูง จนกระทั่งวิทยุทรานซิสเตอร์ซึ่งโดยปกติชาวบ้าน คนต่างจังหวัดมักได้รับแจกจากบรรดานักการเมืองท้องถิ่นเป็นประจำอยู่แล้วนั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ว่ากันว่า วิทยุทรานซิสเตอร์ยี่ห้อทั้งเก่าและเก๋า อย่าง "ธานินทร์" ขาดตลาด
คอนเฟิร์มโดย "โก้" พ่อค้าขายวิทยุทรานซิสเตอร์ ย่านคลองถม ที่บอกว่าวิทยุธานินทร์ขาดตลาดจริง โดยบอกว่าลูกค้าที่มาถามหาซื้อก็บอกจุดประสงค์เลยว่า เอาไปฟังวิทยุเสื้อแดง โดยมาถามวันละหลายราย จนวิทยุที่สั่งมาไม่พอขาย ต้องสั่งเพิ่ม แต่ก็ได้สินค้ามาจำนวนไม่มาก เนื่องจากทางโรงงานผลิตไม่ทัน
"ตอนนี้เหลือขายแค่รุ่นเดียว คือรุ่นหน้าใหม่ใส่ถ่านสามก้อน สั่งมาลังนึงมี 20 ตัว อาทิตย์เดียวก็หมด ถ้าเป็นเมื่อก่อนลังนึงอยู่ได้เป็นเดือน แถมที่สั่งมาใหม่ ยี่ปั๊วก็ขึ้นราคา มาถึงเราก็ต้องขึ้นราคาตาม เมื่อก่อนขายอยู่ 350 บาท เดี๋ยวนี้ขาย 400 ห้ามต่อ วันก่อนมีคนมาสั่งกับผม 50 ตัว ผมก็บอกปัดไป จะไปหาให้จากที่ไหน แค่เอามาขายที่ร้านยังยากเลย"
"หน้าใหม่" ที่ว่า หมายถึงดีไซน์ใหม่ ซึ่งได้รับความนิยมน้อยกว่าดีไซน์เก่า หรือ หน้าเก่า แต่ถึงแม้ว่าหน้าใหม่จะขายยาก แต่โก้บอกว่า เมื่อลูกค้ามาถึงร้านถามหาซื้อ เหลือรุ่นไหน หน้าไหน ก็เอาทั้งนั้น ถ้าเป็นธานินทร์
"ของเขาทนน่ะพี่ ชัดด้วย เทียบกับเครื่องจีนแดงนี่คนละเรื่องกันเลย ผมว่าเป็นเพราะธานินทร์มีแต่ใส่ถ่านอย่างเดียว ไม่ใช้ไฟบ้าน ก็เลยไม่มีสัญญาณรบกวนเหมือนยี่ห้ออื่น ที่ใช้ไฟบ้านกันแล้วทั้งนั้น" โก้ บอกก่อนจะทิ้งท้ายเตือนคนที่คิดจะซื้อวิทยุธานินทร์ว่า ถ้าไปเจอรุ่นที่เสียบปลั๊กใช้ไฟบ้านได้ ให้ฟันธงได้เลย ว่าเป็นธานินทร์ปลอม เพราะธานินทร์ของแท้ต้องใส่ถ่านเท่านั้น
"เจ๊จู" เจ้าของแผงขายวิทยุที่คลองถม เซ็นเตอร์ ร่วมยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่า ธานินทร์ปลอม ที่ผลิตในจีนสู้ของคนไทยทำไม่ได้ ว่าแล้วก็กระซิบบอกวิธีดูง่ายๆ อีกอย่างด้วยว่า ของแท้ ต้องมีคำว่า "ธานินทร์" เป็นภาษาไทย
"พอทีวีเสื้อแดงโดนปิด เมื่อสงกรานต์ ก็มีคนมาถามหาซื้อวิทยุธานินทร์เยอะขึ้น วันนึงมากันเป็นสิบๆ คน เทียบกับเมื่อก่อนก็ขายได้เรื่อยๆ วันละตัวสองตัว"
จากประสบการณ์ขายมาเกือบสิบปี เจ๊จู ฟันธงว่า อาการขาดตลาดของวิทยุธานินทร์ครั้งนี้ จะเป็นแค่ไม่นาน เพราะเมื่อสถานการณ์การเมืองลดความเข้มข้นลง ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
- ชัดดี จึงบอกเพื่อน
ยี่ปั๊วรายหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับบริษัทผู้ผลิตวิทยุธานินทร์เจ้าปัจจุบัน (เจ้าของเดิมเลิกผลิตและได้ขายแบรนด์ธานินทร์ต่อยังนายทุนรายหนึ่ง) ตอบรับยินดีให้ข้อมูลกับจุดประกายทุกเรื่องที่สงสัย แต่ขอเว้นไว้เรื่องเดียว คือ ประเด็นการเมือง ที่ไม่ขอเข้าไปเอี่ยว โดยบอกได้แต่เพียงว่า "ธานินทร์เป็นวิทยุไม่มีสี"
ทั้งนี้ ยี่ปั๊วรายดังกล่าว ได้เริ่มต้นด้วยการอธิบายให้เข้าใจเสียใหม่เกี่ยวกับเรื่องดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันของวิทยุธานินทร์ตามที่ผู้ค้ารายย่อยบอกว่าขายดิบขายดีนั้น ในเชิงธุรกิจแล้วไม่อาจเรียกข่าวดี เพราะไม่ใช่ยอดขายที่แท้จริง เป็นเพียงความต้องการที่มีในตลาดเท่านั้น โดยทางผู้ผลิตก็ไม่สามารถเร่งเครื่องได้เกินไปกว่ากำลังผลิตที่มีอยู่ เพราะติดขัดเรื่องกำลังคน ตลอดจนวัสดุนำเข้าที่จะสั่งเพิ่มก็ต้องรอกว่าสินค้าจะมา ซึ่ง ณ ตอนนั้นความต้องการอาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็เป็นได้
"ปกติเราไม่ได้ผลิตเยอะอยู่แล้ว เพราะทรานซิสเตอร์เป็นสินค้าที่ขายตามฤดูกาล จะขายดีในช่วงหน้านา เพราะเกษตรกรนิยมหาซื้อไปไว้ฟังขณะดำนา เกี่ยวข้าว แต่อยู่ดีๆ ที่มันเกิดขาดตลาดก็เป็นเพราะมีคนซื้อไปแจกทีละเยอะๆ ให้คนเสื้อแดงไว้ใช้ฟัง สินค้าก็เลยขาดตลาด"
ยี่ปั๊วคนเดิมกล่าว พร้อมกับเล่าต่อเกี่ยวกับยอดขายเมื่อแบ่งตามภูมิภาค ว่า ขายดีที่สุดในภาคอีสาน และ ภาคกลาง ซึ่งอาชีพหลักคือทำการเกษตร ส่วนภาคใต้นั้นขายได้น้อยมาก เนื่องจากคนใต้ไม่ค่อยทำการเกษตร ทั้งยังมีความรู้ อัพเดทเทคโนโลยีทันสมัย และมีสินค้าหนีภาษีที่เข้ามาทางหาดใหญ่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ก็เลยไม่สนใจซื้อวิทยุโลว์เทคอย่างธานินทร์
พร้อมกันนี้ ยังได้อธิบายที่มาของ ความคมชัด ที่หลายเสียงยืนยันว่าธานินทร์รับคลื่นวิทยุทั้งเอฟเอ็ม และ เอเอ็ม ได้ดีกว่าวิทยุยี่ห้ออื่นๆ ว่า เป็นเพราะธานินทร์ผลิตในประเทศไทย ทั้งยังไม่มีการผลิตเพื่อส่งขายไปยังประเทศไหนๆ ดังนั้นการจูนเครื่องในขั้นตอนการผลิต จึงทำขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทยเท่านั้น และเป็นสาเหตุให้มีภาษีเหนือกว่าวิทยุจากจีนแดง ซึ่งผลิตออกมาอย่างกลางๆ สำหรับใช้ได้ในทุกที่
ประกอบกับความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่มีมาแต่ปู่ย่าตายาย เกิดการบอกต่อกันปากต่อปาก จนทำให้วิทยุที่ดูเหมือนจะล้าสมัยยังมีที่ยืนอยู่ได้ในสังคมไทย
"ลุงน้ำวน" คนกรุงเก่า เจ้าของแผงขายสินค้าเบ็ดเตล็ดหลังป้ายรถเมล์อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หนึ่งในแฟนคลับวิทยุธานินทร์ ที่เจ้าตัวทั้งขาย ทั้งมีไว้ฟังเอง แถมยังติดใจถึงขนาดหอบหิ้วไปแจกจ่ายญาติพี่น้องที่บ้านอีกหลายเครื่องให้เอาไว้ฟังวิทยุคนเสื้อแดง แล้วยังบ่นอุบด้วยว่าคนแถวบ้านลงทุนติดจานดาวเทียมเอาไว้หลายต่อหลายหลัง แต่ก็อดดูทีวีของคนเสื้อแดง เพราะถูกรัฐบาลตัดสัญญาณ
สุดท้ายก็ต้องมาพึ่งวิธีบ้านๆ อย่างการฟังทรานซิสเตอร์นี่แหละ คือ ทางแก้สำหรับลุงน้ำวน และ คนแถวบ้าน
"ผมขายของอยู่ที่นี่มาสามสิบกว่าปีแล้ว ก็ขายวิทยุมาตลอดแล้วก็ขายของอย่างอื่นด้วย ช่วงนี้ขายดีเป็นพิเศษ ของหมดไว แต่ก็ไม่ได้สั่งเพิ่มมาก ผมมันคนพอเพียง ไม่ได้คิดอยากรวยอะไรกับใครเขา กลับบ้านทีก็หิ้วกลับไปฝากคนแถวบ้าน ไว้ให้ฟังคลื่นเสื้อแดงกัน แล้วก็ต้องธานินทร์ด้วยนะ ฟังยี่ห้ออื่นมันไม่ชัดอย่างนี้" คือ คำตอบของลุงน้ำวน
ถัดไปไม่กี่แผง "พี่เฉย" เจ้าของร้านกิฟท์ช็อป ก็กำลังฟังผู้จัดวิเคราห์ข่าวการเมืองอย่างตั้งอกตั้งใจ
"เมื่อก่อนเวลาฟังวิทยุ ส่วนมากจะฟังเพลงลูกทุ่ง แต่เดี๋ยวนี้ฟังเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ในบ้านเมืองเราตอนนี้ ก็ต้องฟังไว้ประดับเป็นความรู้ ไม่งั้นก็โง่ตาย แต่ก็ฟังทั้งนั้น ไม่ว่าจะคลื่นเหลือง หรือ คลื่นแดง " พี่เฉย ตอบถึงคำถามที่ว่าทำไมชอบฟังคลื่นการเมือง
ส่วนทำไมต้องฟังธานินทร์นั้น "ก็มีแต่คนบอกว่ามันชัดสุดนี่ครับ" คือคำตอบ
Tags : ทรานซิสเตอร์ • วิทยุธานินทร์ • เสื้อแดง

