กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 22 เมษายน 2553 01:00

โรงเรียน ตชด. ฉบับ 'โม' ใหม่ ไฉไล ณ ชายขอบ

สร้างเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้

อาคารเรียนหลังเก่า

ช่วยกันคนละไม้ละมือ

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ลบภาพ โรงเรียน ตชด.เก่าๆ โทรมๆ ทิ้งไป วันนี้มีกลุ่มคนใจดี มาช่วยกัน "โม" โรงเรียนของหนูเสียใหม่ ให้สดใส สมวัย แถมใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก

ถนนลาดยางขนาดสองเลนกว้างพอให้รถวิ่งสวนทางอย่างสบายๆ ทอดตัวจากตัวอำเภอแม่ฟ้าหลวง ลัดเลาะไปตามสันดอยสูงลูกแล้วลูกเล่ากว่า 30 กิโลเมตร ก่อนจะเปลี่ยนสภาพเป็นถนนลูกรังคละคลุ้งไปด้วยฝุ่นสีแดงท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุกลางฤดูร้อน


 ปลายทางของถนนเล็ก ๆ สายนี้อยู่ที่โรงเรียน ตชด. พ่อหลวงอุปถัมป์ 4 ในหมู่บ้านหัวแม่คำ ตำบลแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

 โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างสันปันน้ำอันเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-พม่า เพียง 1.5  กิโลเมตร ทั้งยังตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชัน จนหากจะเรียกว่าเป็นโรงเรียนที่สูงที่สุดของประเทศไทยก็คงจะไม่ผิดนัก และหากใครที่นึกภาพไม่ออกว่าโรงเรียนแห่งนี้อยู่ส่วนไหนของประเทศไทย แค่กางแผนที่แล้วสังเกตติ่งที่ยื่นแหลมด้านบนสุดของขอบชายแดนจังหวัดเชียงรายก็จะเจอที่ตั้งของโรงเรียนได้ทันที   

  39 ปีก่อน ครั้งที่โรงเรียน ตชด. แห่งนี้เปิดการเรียนการสอนเป็นครั้งแรก สภาพแวดล้อมของพรั่งพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ผืนป่าปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สร้างความร่มรื่นในทุกฤดูกาล ที่สำคัญโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีถนน มีแต่แม่น้ำคำที่อนุญาตให้ครูและนักเรียนเดินลัดเลาะสัญจรอย่างเต็มใจ   


 อาคารเรียนหลังแรกถูก ตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด. ช่วยกันสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ด้วยการใช้วัสดุก่อสร้างตามธรรมชาติ โดยนำไม้ไผ่มาประกอบเป็นฝาผนังและหลังคาใช้กันแดดกันลม เช่น เดียวกับโต๊ะเรียนที่ประกอบขึ้นจากไม้ชนิดเดียวกัน แม้จะไม่หรูหราเหมือนโรงเรียนในเมือง  แต่เด็กที่นี่กลับพึงพอใจเป็นอย่างมากที่พวกเขามีโรงเรียนเป็นของตัวเอง ขณะที่บรรยากาศของโรงเรียนท่ามกลางขุนเขาแห่งนี้ยังเป็นโรงเรียนในจินตนาการของใครหลาย ๆ คน

 ในปี พ.ศ. 2514 โรงเรียน ตชด. พ่อหลวงอุปถัมป์ 4 เปิดสอนครั้งแรกที่ชั้น ป.1  ก่อนที่เด็กนักเรียนจะเลื่อนชั้นขึ้นพร้อม ๆ กับที่โรงเรียนเปิดสอนระดับชั้นที่เพิ่มขึ้น จนปัจจุบันโรงเรียนชายขอบแห่งนี้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.6 มีนักเรียนจากหมู่บ้านหัว แม่คำและหมู่บ้านใกล้เคียงเข้าเรียนกว่า 228 คน ส่วนครู ตชด. มีทั้งหมด 11 นาย พร้อมด้วยผู้ดูแลเด็กซึ่งเป็นศิษย์เก่าอีก 2 คน ส่วนห้องเรียนไม้ไผ่ก็ได้วิวัฒนาการ เขยิบชั้นขึ้นเป็นอาคารที่มั่นคง แข็งแรง

 ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นกับโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่การเข้ามาของ "ถนน" ยังได้นำเอาความเจริญมาสู่หมู่บ้านหัวแม่คำแห่งนี้ไปพร้อมๆ กันด้วย


 วันนี้บ้านเรือนของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ถูกเปลี่ยนจากไม้ฝาเป็นห้องซีเมนต์ แถมไฟฟ้าที่มาพร้อมถนนยังทำให้ชาวบ้านได้เพลิดเพลินจากละครเรื่องโปรด และ สะดวกสบายไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านหลายรายการ 

  ผลที่ตามมาจากความเปลี่ยนแปลงของชุมชนรายรอบโรงเรียน ด้านดีคือ วิถีชีวิตที่ง่ายและลัดขั้นตอนมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นปัญหาก็เริ่มยุ่งยากขึ้นมา คือ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จากป่าสีเขียวผืนใหญ่ที่เคยสมบูรณ์ กลับถูกลอบตัดแผ้วถางหาประโยชน์ทางธุรกิจ มากกว่าความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ขณะที่ผู้คนแวดล้อมก็เหมือนจะหลงลืมบุญคุณของผืนป่าที่เคยให้ประโยชน์ มิหนำซ้ำ กลับตอบแทนธรรมชาติด้วยการทำลายสวนรอบบ้านตัวเอง

 สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ปูนซีเมนต์นครหลวง จึงร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ สมาคมสถาปนิกสยาม ผุดโครงการ Green Building School เพื่อสนองตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยปูนซีเมนต์นครหลวงสนับสนุนงบประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารเรียนสีเขียว นำร่องที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และ ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเป้าหมายในการปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้กลับมาเป็นโรงเรียนสีเขียวอีกครั้ง

 

 

ตชด. = ตระเวนช่วยเด็ก

 อาคารเรียนสีเขียวที่นำร่องในโรงเรียนพ่อหลวงอุปถัมป์ 4 เริ่มต้นขึ้นด้วยการออกแบบอาคารเรียนของสมาคมสถาปนิกสยาม เน้นรูปแบบให้อาคารเรียนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและให้เป็นอาคารเรียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยคอนเซปต์รักษ์สิ่งแวดล้อม อาคารเรียนหลังนี้จึงเน้นใช้วัสดุที่หาได้จากธรรมชาติในการก่อสร้างเป็นหลัก ทั้งหลังคาที่สร้างจากไม้ไผ่ผ่าครึ่ง นำมามุงคว่ำหงายสลับกัน ส่วนผนังยังสร้างจากอิฐบล็อกทำจากดิน 


 อาคารเรียนสีเขียวหลังนี้เป็นอาคารสองชั้น ถูกวางแบบให้สร้างแบบเจาะลาดไปตามแนวเชิงเขาให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง พื้นที่ชั้นบนถูกจัดให้เป็นห้องเรียน สำหรับเด็กอนุบาลกว่า 30 คน ห้องพักครู และห้องเก็บอุปกรณ์การเรียนการสอน ส่วนชั้นล่างเป็นห้องน้ำแบบถูกสุขอนามัย

 นอกจากวัสดุจากธรรมชาติที่ถูกนำมาสร้างเป็นอาคารเรียนสีเขียวแล้ว อาคารหลังนี้ยังถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติและโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวกในทุกพื้นที่ใช้สอยเพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพัดลมอัน ช่วยประหยัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าของโรงเรียนได้อีกทางหนึ่ง 

 อิฐบล็อกดินก้อนแรกของอาคารรักษ์สิ่งแวดล้อมหลังนี้ เริ่มถูกก่อเรียงขึ้นตามแบบ ด้วยฝีมือของทีมอาจารย์และนักศึกษาช่างฝีมือดีจากวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย ที่ร่วมกันใช้เวลาในช่วงปิดเทอม ระหว่าง 15 มีนาคม - ถึง 30 พฤษภาคมนี้ ในการร่วมด้วยช่วยกันเพื่อโรงเรียนของน้องๆ และ หลานๆ
  

 

เขียวไปทั้งหุบ

 ทันทีที่ทีมช่างพร้อมรถกระบะขนอุปกรณ์ก่อสร้างหลายคันเดินทางมาถึง เด็กนักเรียนทั้งต่างพร้อมใจกันช่วยขนย้ายตามพละกำลังที่มีอยู่ตามวัยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทั้งที่นักเรียนบางคนยังไม่รู้เลยว่า "อาคารเรียนที่สมดุลกับสิ่งแวดล้อม"   หมายความว่าอย่างไร   


 ด.ต.ชัยณรงค์ วงค์ชัย ผู้ช่วยครูใหญ่ ผู้เห็นความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนแห่งนี้มากว่า 24 ปี เชื่อด้วยความหวังว่าโครงการที่เริ่มขึ้นใน "โรงเรียน" ที่ถือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตระหนักให้กับชาวบ้านในชุมชนรอบข้าง ให้กลับมาให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่โรงเรียนพร้อมเป็นต้นแบบให้กับผู้คนในชุมชนในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

 นอกจากอาคารเรียนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงชุมชนแล้ว โรงเรียน พ่อหลวงอุปถัมป์ 4 ยังได้ปลูกฝังให้กับนักเรียนที่เกือบทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขา ทั้ง อาข่า ลีซอ  มูเซอ และ ม้ง ให้มีสำนึกรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมผ่านห้องเรียนแล้ว ครูและนักเรียนทั้งหมดยังร่วมแรงร่วมใจกันอย่างขยันขันแข็งใน "โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน" โดยมีการจัดสรรพื้นที่ของโรงเรียนที่มีอยู่กว่า 12 ไร่  ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา


 กิจกรรมนี้ครูประจำชั้นจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียนรับผิด ชอบดูแล และเมื่อได้ผลผลิต กลุ่มนักเรียนที่รับผิดชอบแต่ละแปลงจะนำผลผลิตไปขายให้ กับโครงการเพื่อใช้ในการทำอาหารเลี้ยงคนทั้งโรงเรียน โดยเงินที่ได้จากการจำหน่ายพืชผักสวนครัวและปศุสัตว์ เด็กๆ จะพร้อมใจกันเก็บเป็นเงินออมในสหกรณ์ของ โรงเรียน 

 "เราหวังว่าอย่างยิ่งว่า ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่ได้รับจากโรงเรียน จะถูกตกผลึกและถ่ายทอดไปถึงครอบครัวของนักเรียนเหล่านี้ ก่อนที่จะขยายตัว กลายเป็นสำนึกร่วมกันของสังคมเล็กๆ ในพื้นที่ชายขอบที่นี่ "  

 ด.ต.ณรงค์ชัย บอกด้วยว่า นอกจากนักเรียนในปัจจุบัน เป้าหมายในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวเขาให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลจะถูกส่งต่อจากโรงเรียนไปถึงบรรดาศิษย์เก่า โดยเฉพาะศิษย์เก่าที่ได้รับทุนเป็นนักศึกษาในพระราชานุเคราะห์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกระจายอยู่ตามหมาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่ง ด้วยหวังว่าพวกเขาเหล่านี้จะร่วมเป็นกำลังสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการ "บอกต่อ"  อันเป็นการสนองตามแนวพระราชดำริของพระองค์ 

 เด็กชายก๊ง แซ่เล้า นักเรียนชาวม้ง วัย 13 ปี หนึ่งในผลผลิตที่ภาคภูมิใจของ โรงเรียนชายขอบแห่งนี้ บอกว่า รู้สึกดีใจที่โรงเรียนจะมีอาคารเรียนหลังใหม่ที่มาจาก ธรรมชาติ พร้อมให้คำมั่นว่าจะร่วมกับเพื่อนๆ ช่วยกันดูแลอาคารหลังนี้เพื่อส่งต่อให้กับน้องๆ จากรุ่นสู่รุ่น

 เด็กชายก๊ง สะท้อนแนวคิดเกินวัย ว่า แม้ตัวเองจะเป็นเด็กชาวเขาห่างไกลความเจริญ  แต่ก็โชคดีที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนได้ ที่สำคัญโรงเรียน ตชด. และ อาคารเรียนรักษ์สิ่งแวดล้อมยังทำให้เขาได้รู้ว่าธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญกับมนุษย์มากขนาดไหน


 "วันนี้ผมรู้แล้วว่าการทำร้ายธรรมชาติไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ชาวเขาที่อยู่กับธรรมชาติอย่างพวกผม"         

 ร.ต.อ.ทองสุก วงศ์ขัติ ครูใหญ่โรงเรียน ตชด. พ่อหลวงอุปถัมป์ 4 บอกว่า โรงเรียน ตชด. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้ภารกิจการสร้างเครือข่าย ด้านการข่าวเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงเป็นหลัก

 "จนถึงวันนี้ครู ตชด. หลายร้อยชีวิตต่างภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกันนำพาโรงเรียนชายแดนไปสู่เป้าหมายที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนกำหนดไว้  และหลังจากนี้ไปภารกิจของโรงเรียน ตชด. จะไม่จำกัดอยู่แต่เพียง "ตระเวนช่วยเด็ก" ให้มีความรู้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพียงเท่านั้น แต่จะควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ในทุกพื้นที่ที่เราไปถึง"


 อาคารสีเขียวหลังแรกของโรงเรียน ตชด. ที่สร้างขึ้นหลังนี้ จะถูกใช้เป็นต้นแบบและจุดเริ่มต้นของภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อมของ "ตำรวจตระเวนชายแดน"   

............................

 

'โม' อย่างเข้าใจ  


 โครงการ GREEN BUILDING SCHOOL เป็นโครงการออกแบบและจัดสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ด้วยความร่วมมือของบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงและสมาคมสถาปนิกสยามฯ โดยมีบริษัทสถาปนิก สุข เป็นสถาปนิกอาสา รับหน้าที่ออกแบบอาคารเรียนสำหรับเด็กอนุบาลจำนวน 80 คน และประถมหนึ่ง 40 คน ของโรงเรียน ตชด. เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4 จังหวัดเชียงราย


 กับนิยามใหม่ของโรงเรียน ตชด. = โรงเรียนตระเวนช่วยเด็ก ภายใต้แนวคิดที่จะปั้นโรงเรียนดีๆเพื่อเป้าหมายชุมชนที่ยั่งยืน

 โรงเรียนดี + สภาพแวดล้อมดี = เด็กดีมีความสุข  นำไปสู่  ชุมชนยั่งยืน


 ร่วมกับการผสมผสานภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและนวัตกรรมที่กลมกลืนกับบริบท การวางอาคารที่เอื้อต่อแสงและการระบายอากาศธรรมชาติที่เหมาะสมกับสภาพบนดอย การประยุกต์องค์ประกอบอาคาร เช่น ฝาไหล และวัสดุท้องถิ่น ได้แก่ ดิน ไม้ไผ่ หญ้าคา ร่วมกับวัสดุจากภายนอกที่มีน้ำหนักเบาซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัสดุ สามารถดูแลรักษาได้โดยผู้คนในท้องถิ่น และใช้พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมและแปลงเกษตรสาธิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนโดยรอบ

Tags : โรงเรียน ตชด. พ่อหลวงอุปถัมป์ 4 Green Building School

advertisement

advertisement

advertisement