เมื่องานของปลัดหญิงในวันนี้ไม่ได้มีแค่กองเอกสาร พวกเธอจึงต้องลงฝึกภาคสนาม เอาไว้รับมือกับสถานการณ์ "ฉุกเฉิน" ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
คงไม่ใช่เล่นๆ หากมองไปทางไหนก็มีแต่แดดกับแดด ถึงจะมีเงาของต้นไม้ให้พึ่งพิงประปรายอยู่ตามรายทาง แต่สีหน้าอ่อนเพลียของหลายๆ คนแสดงให้เห็นว่า สภาพภูมิประเทศกับความร้อนของอากาศแถบนี้ "สาหัส" สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ขนาดไหน
สัมภาระส่วนตัวถูกวางกระจัดกระจายกันอยู่ข้างๆ ดงไม้ริมทาง ขณะที่หลายสายตากำลังมองไปยัง เพิงพักเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่เกิน 500 เมตร เป้าหมายของ "ภารกิจ" ในชั่วโมงนี้ หลังจากทำความเข้าใจ "ยุทธวิธี" กันเรียบร้อย แต่ละคนก็พากันคว้าปืนประจำตัวเตรียมมุ่งหน้าดำเนินตามแผนในทันที
"ทำใจดีๆ ไว้ หายใจเข้าลึกๆ !!!" ใครบางคนส่งเสียงเอะอะแทรกขึ้นมา ขณะประคองร่างใครอีกคนเอาไว้ในอ้อมแขน
ยังไม่ทันจะจัดเป็นรูปขบวนดี ต่างคนต่างเข้าช่วยปฐมพยาบาลเพื่อนในหน่วยที่จู่ๆ อาการหอบก็กำเริบ เสียงพยายามสูดหายใจยาวตามคำบอก กับท่าทางทรมานของเธอ ทำให้บรรยากาศในกลุ่มตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
หลายคนถึงกับหน้าถอดสี เพราะนับตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมาเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน นี่นับเป็นรายที่ 3 แล้วที่ทำท่าจะต้อง "ถอนตัว" ออกจากภารกิจนี้ไป
เปิดสูตรปั้นปลัด
"...พักได้ครับ" เสียง "ครูป้อม" พ.ต.วัลลภ สิทธิมงคล อาจารย์ประจำแผนกรบพิเศษฯ ครูฝึกของกลุ่มตะโกนบอก หลังจากที่บรรดาปลัดหญิงในหมวด "สิงห์ทอง 2" ปฎิบัติภารกิจ "เข้าตีแบบฉาบฉวย" เป็นที่เรียบร้อย
ทั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และความกดดันจากสภาพแวดล้อมที่พวกเธอกำลังเผชิญอยู่นั้น ดูจะทำให้การฝึก "ภาคสนาม" หลักสูตรผู้บังคับหมวดอาสารักษาดินแดนของปลัดอำเภอหญิงล้วน รุ่นแรกนี้เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"สิ่งที่นักเรียนหญิงต้องเจอถือเป็นความกดดันทั้งนั้น" ครูป้อมยืนยัน
หลักสูตรการฝึกดังกล่าว เป็นหลักสูตรซึ่งกรมการปกครองได้พิจารณาคัดเลือกข้าราชการในสังกัด ตำแหน่งปลัดอำเภอหญิง จำนวน 78 คน จากทั่วประเทศ เข้ารับการอบรม ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเตรียมความพร้อม และเพิ่มทักษะให้กับเหล่าปลัดอำเภอหญิงไว้เตรียมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
นายกองตรี วราดิศร อ่อนนุช หัวหน้ากลุ่มพัฒนากิจการอาสาสมัคร (อส.) สำนักอำนวยการกองรักษาดินแดน บอกถึงความจำเป็นของการฝึกสำหรับปลัดหญิงนั้นเป็นไปตามสภาพการณ์ในปัจจุบันที่ผู้ชาย และผู้หญิงต่างมีสิทธิหน้าที่เท่าเทียมกัน
"งานของฝ่ายปกครอง ด้านฝ่ายความมั่นคง มีงานที่หลากหลาย และมีการใช้กำลังเพศชายอย่างเดียวก็จะไม่ค่อยครอบคลุม อีกทั้งบทบาทเจ้าหน้าที่หญิงวันนี้ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านยาเสพติด หรือการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ซึ่งเมื่อเข้ามาในประเทศ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาดินแดน ซึ่งกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดูแลอยู่ ก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย เมื่อมีการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ซึ่งเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ ปลัดอำเภอหญิง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมวดอยู่แล้ว ก็จะสามารถเข้าไปทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย"
สำหรับหลักสูตรที่นำมาใช้นั้น พ.อ.ธัชพล ศิริสนธิ์ หัวหน้ากองยุทธการและการข่าว โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน อธิบายว่า เป็นหลักสูตรที่มีทั้ง "บุ๋น" และ "บู๊" โดยมุ่งเน้นในเรื่องการประสานงานกับหน่วยทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเวลาทำงานร่วมกันจริงๆ
"หลักสูตรของผู้บังคับบัญชาหมวด ใช้ระยะฝึกประมาณ 7 สัปดาห์ โดยมีความมุ่งหมายของหลักสูตรก็คือ ให้มีความรู้ในการปฏิบัติงานทางทหาร รวมทั้งงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถประสานงานได้ในขณะทำหน้าที่ ประกอบด้วยวิชาหลัก อาทิ วิชายุทธวิธี วิชาการปฏิบัติการพิเศษ การฝึกภาคที่ตั้งและการฝึกภาคสนาม และวิชารองที่ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้เรื่องฝ่ายอำนวยการ อย่าง อาวุธศึกษา แผนที่ ระบบการต่อสู้เบ็ดเสร็จ การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง การระดมสรรพกำลังและการเกณฑ์ช่วยราชการทหาร เป็นต้น"
โดยรูปแบบ และรายละเอียดในการฝึกนั้น ไม่ได้มีความแตกต่างกับ ปลัดอำเภอชายเลยแม้แต่น้อย
"ต่างกันก็แค่เพศชายกับเพศหญิงน่ะครับ" พ.อ.ธัชพลเปรียบเทียบติดตลก
ต่างถิ่นใจเดียว
"หน่วยลาดตระเวณของเราจะมีครูติดตาม 2 คน และมีหมอ 1 คน ติดตามเพื่อดูแลผู้ป่วย" ครูนเรศ - จ.สอ.นเรศ โพธิ์ศรี อาจารย์ผู้ช่วยฯ เล่าถึงการดูแลนักเรียนในกรณี "ฉุกเฉิน" ที่เกิดขึ้น
"หมอก็จะปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะส่งให้ถึงมือหมอให้จากกอง บก.ส่วนกลาง สำหรับภาพรวมในการฝึกเราจะมีหน้าที่คอยประคับประคองให้สำเร็จ ถือว่าไม่ยุ่งยาก เพราะเขาเข้าใจ ศึกษาทฤษฏีมาแล้ว ออกภาคสนามก็จะเหมือนศึกษาปฏิบัติทางทฤษฏี"
...แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องระวังเหมือนกันอย่างการใช้อาวุธ" เขาบอก
หลังจากทุกอย่างเข้าสู่ปกติ ส่งเพื่อนถึงมือหมอ ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี ตัว บุ๋ม หรือ ภัทรกร ลี้ปิติกุลชัย สมาชิก ผบ.บว.อส.รุ่น 31 ยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นปลัดอำเภอหญิงจากอุดรธานีก็ยังยืนยันถึง "ความมัน" ของหลักสูตรการฝึกอยู่ เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่คนทำงานเอกสารด้านฝ่ายทะเบียนและบัตรอย่างเธอจะได้ออกมาลงสนามลุยเองแบบนี้
"การปฏิบัติการจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนโจมตี ส่วนสนับสนุน ส่วนระวังป้องกัน แบ่งหน้าที่กันทำตามภารกิจ" เธอในตำแหน่งพลสื่อสารอธิบายถึงการจัดวางกำลังของหน่วยสำหรับภารกิจภาคสนาม ความรู้สึกนับตั้งแต่วันแรกของการเข้าอบรมมาจนถึงวันนี้นั้นออกจะง่ายกว่าที่คิดเอาไว้
"เราโดนรุ่นพี่ไซโคมาเยอะ มันทำให้เราเตรียมตัวมาพอสมควร จริงๆ ทุกคนทราบอยู่แล้ว ว่าจะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรไหนบ้าง แต่ว่าถึงคิวเราเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ได้รวมตัวกัน แถมเป็นหญิงล้วน และยังได้มีโอกาสอบรมเรื่องกฎหมายมากกว่ารุ่นอื่นๆ การที่มีแต่ผู้หญิงมาอยู่ด้วยกันมันก็ทำให้การวางตัวค่อนข้างสะดวกมากกว่า" เธอแจงรายละเอียดถึงความแตกต่างของรุ่น 31-32 ที่จะเป็นหลักสูตรปลัดหญิงล้วน ชายล้วนรุ่นแรก
เหมือนกับ ประไพพิศ ทองปลูก ที่เพิ่งย้ายจากศรีสะเกษมาประจำอยู่ที่ว่าการ อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานี ที่แม้ในพื้นที่เดิมจะมีการสำรวจเส้นทางตามแนวชายแดนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลำบากขนาดนี้
"เรื่องปืนถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรานะ อาศัยใจสู้ (หัวเราะ) เราเตรียมตัว ก็คือ หาหมอ เพราะปกติเรามีโรคประจำตัว ก็อยู่ในการดูแลของแพทย์อยู่แล้ว อย่างช่วงฝึกก็จะไปโรงพยาบาลเช็คสุขภาพทุกอาทิตย์ วันอาทิตย์ก็จะไปหาหมอ ตรวจร่างกาย ว่าไหวไหม ถ้าช่วงไม่ไหวเพื่อนก็จะให้หยุด อย่างก่อนลงภาคสนามก็ลาไป 3 วัน เพราะเราเป็นไข้หวัด แต่ก็สู้นะ อย่างน้อยๆ ได้ประสบการณ์ไปพร้อมเพื่อนๆ แต่เราต้องระวังสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าหน่อย"
ขณะที่ นันทนา บุญยัง ปลัดหญิงจากที่ว่าการปกครอง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ส่งเข้ามาอบรมหลักสูตรนี้เพื่อเพิ่มทักษะภาคสนามให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุกวันนี้ผู้หญิงถือว่ามีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนงานอส.เองเมื่อมีผู้หญิงเข้ามาเพิ่มก็ต้องให้ครอบคลุมส่วนงานป้องกันด้วย
"กลับไปคราวนี้ยิงปืนเป็นแล้ว คนที่บ้านเขาบอกว่าหวั่นใจมากเลยค่ะ (หัวเราะ)"
กลีบดอกไม้กลายเป็นเหล็ก
ลุยป่าฝ่าดงมาค่อนวันจนถึงจุดพักแรม เพื่อเข้าสู่ภารกิจการค้างแรมในป่า ทันทีที่ได้รับมอบหน้าที่ ต่างคนก็ต่างเข้าประจำจุดของตนเอง ถึงสีหน้าอิดโรยของแต่ละคนจะแสดงออกมาชัดเจน แต่แววตาของพวกเธอก็ไม่ได้บอกว่าจะยอมแพ้
"แดดร้อนมาก แต่ก็โอเค ทำได้ สัมภาระหนักนิดหน่อยค่ะ" ปิยะภรณ์ ปิติวัฒนา เจ้าพนักงานชำนาญการ ประจำที่ทำการปกครองจ.เพชรบูรณ์ ตอบด้วยน้ำเสียงทะมัดทแมง ขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการกางเต๊นท์สำหรับพักแรมในคืนนี้
เพราะในสายงานของเธอค่อนข้างจะเกี่ยวข้องกับ อส.โดยตรง การเข้ามาอบรมครั้งนี้จึงถือว่า "ถูกทาง" สำหรับตัวเองพอสมควร
"ผู้หญิงส่วนมากจะเป็นงานธุรการมากกว่า แต่เมื่อมีคำสั่งก็ต้องปฏิบัติได้เหมือนกันทุกคน แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะจับเวียนไป ปกติเราเป็นคนที่ชอบลุยอยู่แล้ว งานแบบนี้ก็ถือว่าไม่ค่อยมีปัญหา"
ด้าน ภัชสรณ์รัศมิ์ คำยันต์ ปลัดอำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ มองว่าการฝึกที่ผ่านมาต้องได้เอาไปใช้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานมวลชน หรืองานภาคสนาม
"ได้เอาไปใช้แน่ๆ เพราะเหตุการณ์ไม่สงบ หรือผู้ชุมนุมเกิดตลอด ยิ่งช่วงนี้ที่เกิดขึ้นประจำ เราก็สามารถไปช่วยนายอำเภอได้ กรณีที่ผู้หญิงเขารวมทำอะไรกัน วันนี้ ชุมชนเองก็ยอมรับผู้หญิงมากขึ้น บางทีผู้ชายก็ไม่ได้มีความรับผิดชอบมากกว่าผู้หญิง เข้าไปกินไก่ต้มอย่างเดียว แต่ผู้หญิงก็ได้งาน เหล้าด้วย (หัวเราะ)"
สำหรับปลัดบุ๋มมองว่า ความรู้ที่ได้มานั้นอย่างน้อยก็ถือเป็นการเพิ่มมุมมองในการทำงานให้กว้างขึ้น
"ส่วนใหญ่การปฏิบัติงานของปลัดอำเภอ คำว่าอำเภอ คือจุดที่เจริญที่สุดในพื้นที่ การที่เราจะได้ปฏิบัติงานในภาคสนาม หรือในพื้นที่จะมีน้อย ยกเว้นว่า อำเภอไหนจะมีพื้นที่ป่า ซึ่งเขาจะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการลาดตระเวณ ป่า เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกรมการปกครองด้วยเหมือนกัน ป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนใหญ่ มันจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงที่จะต้องนำไปใช้ เพราะตอนนี้มีแต่ป่าคอนกรีตแล้ว แต่ถ้าหากในแง่กลับกัน อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ฝึกฝน ได้มีมุมมองเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับการทำงานในพื้นที่ และการทำงานของทหาร ซึ่งมันก็เอาไปปรับใช้ได้ในเมื่อ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจจะได้มาแสดงบทบาทเหมือนจริงอย่างที่ฝึกก็ได้"
เสียงจากฝั่งครูฝึกที่ผ่านประสบการณ์การฝึกหลักสูตรอส.มากว่า 10 รุ่นอย่าง พ.ต.วัลลภ วิเคราะห์ถึงความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายนั้น แม้จะชัดเจนในด้านกายภาพ แต่ก็ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่มาทดแทนกันได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเอาใจใส่ ความต้องใจที่จะเรียนรู้ และระบบการทำงานเป็นทีมที่ผู้ชายอกสามศอกยังไม่แน่ว่าจะชนะ
"ถึงสภาพร่างกาย ความคล่องตัวจะต่างกัน แต่ปลัดหญิงจะมีความตั้งใจสูงมากอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ และก็ยังให้ความสนใจมากกว่าผู้ชายเยอะ"
ความรู้สึกของตัวเขาเอง ก็ไม่ต่างจากคนเป็นครูทั่วไปที่ ความมุ่งหวังจะเห็นนักเรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนให้ห้องมาใช้ในพื้นที่จริงได้นั้น ย่อมต้องถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุด
"ทุกคนที่ผ่านภาคสนามวันนี้มา ชมได้เลยล่ะครับ" ครูป้อมการันตีลูกศิษย์
Tags : ปลัดหญิง



