กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 26 มีนาคม 2553 01:00

The Show Must Go On

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ความวุ่นวายไม่สามารถต้านขบวนพาเหรดทั้งคอนเสิร์ตไทยหรือเทศได้เลย ในทางกลับกัน จะยิ่งดันให้ความมันส์ พุ่งเกินปกติ

 

เมื่อฝูงชนรวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหวกดดันทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของคนเสื้อสีไหน ล้วนส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนั้นๆ

 

ดังกรณีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยกพลบุกเมืองหลวงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีส่วนเขย่าขวัญวงการบันเทิงอย่างแรง เมื่อกิจกรรมใหญ่น้อยเหล่านี้ ต่างต้องอาศัยผู้ชมเข้าร่วม บางงานต้องเลื่อน บางงานบอกเลิก แต่หลายงานพยายามกัดฟันสู้ต่อ ... จนถึงที่สุด

 

-1-

 

 วันนั้น ณ ห้องซ้อมดนตรีย่านทาวน์อินทาวน์ แต๋ง ภูษิต ไล้ทอง กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบางสำนัก พร้อมๆ กับการรอคอยเวลาที่เพื่อนนักดนตรีต่างทยอยกันมาสมทบ โอ๋ ดูบาดู, โดม ทิวทอง, บี พีระพัฒน์ และใครต่อใครอีกหลายคน ตามมาด้วย ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และ โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน ...โดยกำหนดการซ้อมดนตรีนี้ มีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ Once In A Lifetime ณ เวทีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

 บรรยากาศในวันนั้นเป็นไปโดยปกติ แม้รายงานข่าวบนทีวีจะเต็มไปด้วยความร้อนแรงของอุณหภูมิทางการเมือง ข่าวการระดมคนเสื้อแดงเพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร รวมถึงการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง แต่ แต๋ง ก็ให้สัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน

 ใกล้วันคอนเสิร์ต (มีขึ้นในวันเสาร์อาทิตย์ที่20-21 มีนาคม ที่ผ่านมา) สถานการณ์ดูจะตึงเครียดมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะในยามเช้าของวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม ขบวนคนเสื้อแดงตั้งแถวยาวเหยียดเพื่อเคลื่อนขบวนออกจากจุดเริ่มต้น โดยมีเส้นทางรัชดาภิเษก - ลาดพร้าว รวมอยู่เป้าหมายด้วย วันนั้นหลายฝ่ายพากันวิตกกังวลว่า กรุงเทพฯ จะกลายเป็นอัมพาต กิจกรรมทุกอย่างจึงดูจะยุติลง เหมือนที่ก่อนหน้านั้น ธนาคาร , ร้านทอง, โรงเรียน ที่ตั้งอยู่ในจุดใกล้ชุมนุมต่างตัดสินใจปิดเพื่อความปลอดภัยกันทั้งสิ้น

 "น่าแปลกว่า ในกลุ่มนักดนตรีที่ร่วมงานกว่า 50 ชีวิต  ไม่มีใครโทร.มาถามเลยว่าจะเอาอย่างไร จะเลื่อนมั้ย ทุกคนรู้ดีว่าต่างคนต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด" จารุพร กำธรนพคุณ ในฐานะ Show Director ของคอนเสิร์ต Once In A Lifetime : Produced by ภูษิต ไล้ทอง เปิดเผยกับ จุดประกาย พร้อมขยายความว่า "อย่างในวันเสาร์ อาจารย์ธนิสร์เดินทางมาถึงศูนย์วัฒนธรรมตั้งแต่บ่าย 2 โมงเพราะกลัวรถติด เพราะเห็นว่าเป็นจุดที่คนเสื้อแดงเดินทางผ่าน"

 เหตุผลที่ทาง "ทีวี ธันเดอร์" ผู้จัดงานตัดสินใจเดินหน้างานนี้ต่อไป โดยไม่ติด "โรคเลื่อน" เหมือนงานอื่นๆ เพราะมีสัญญาณที่ดีจากผู้ชมสะท้อนผ่านยอดขายบัตรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่า งานนี้คนดูไม่หนี และหากคนดูไม่หนี ศิลปินก็ไม่มีสิทธิหนีคนดูเช่นกัน ความสำเร็จจากการที่มีผู้ชมเนืองแน่นในรอบวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ยิ่งตอกย้ำว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

 เช่นเดียวกันกับ Once In A Lifetime มหกรรมศิลปะดนตรี ไทเกอร์ ทรานสเลท ที่จัดขึ้น ณ อีกฟากฝั่งของถนนรัชดาภิเษก บริเวณลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้า "เอสพลานาด" ที่มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม วันที่ "แดงทั้งเมือง" ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ตั้งแต่ยามเย็นจนถึงกลางดึก ด้วยผู้ชมราว 4,000 คน กับการแสดงผลงานศิลปะ และการบรรเลงเพลงของวงดนตรีอินดี้อย่าง "อะบิวส์ เดอะ ยู้ธ" "มหาจำเริญ" "ลุลา" "โมเดิร์นด็อก" "พาราด็อกซ์" โดยมี "พลาซีโบ" เป็นวงร็อคจากอังกฤษที่เรียกเสียงเกรียวกราวได้ตลอดเวลา

 ไม่ต้องพูดถึงคอนเสิร์ต ทอม โจนส์ ณ อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี ในวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ที่มีผู้ชมมาให้กำลังใจเจ้าของเพลง "เซ็กซ์ บอมบ์" กันอย่างคับคั่งเช่นกัน

 

 

-2-

 

 ก่อนหน้านั้น 1 สัปดาห์กว่าๆ ณ เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า มี งานเทศกาลแจ๊สกรุงเทพ จัดโดย เทอร์มินัล เอ็กซ์ตรา เริ่มตั้งแต่ 9 - 14 มีนาคม 2553 ซึ่งอยู่ในช่วงที่มีการระดมคนเสื้อแดงเข้ากรุงเทพขนานใหญ่ โดยหน่วยงานของรัฐถึงขั้นตั้งด่านสะกัดตามจุดต่างๆ บนเส้นทางเข้าเมือง แต่ไม่วายมีข่าวกระเซ็นมาว่าจะมีการเสนอให้วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม เป็นวันหยุด

 "อย่าถามว่าลำบากมั้ย ต้องเรียกว่าสาหัสเลย " วนิดา วรรณศิริกุล หัวเรือใหญ่ของงานนี้ เปิดใจให้ฟัง เพราะการกลับมาของเทศกาลกรุงเทพในครั้งนี้ มีความจำเป็นต้องสื่อสารกับกลุ่มผู้ชมเดิมหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาแสดง จนถึงสถานที่จัดแสดงที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อผนวกกับสถานการณ์การเมืองที่น่าเป็นห่วง ขนาดเธอเองยังบอกกล่าวมิให้ลูกหลานออกจากบ้านในช่วงนั้น ก็ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีคนวอล์คอินมาซื้อบัตรหน้างาน


 "แต่เราก็ต้องจัดต่อไป เพราะโชว์เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ พื้นที่จัดงานอยู่หน้าห้าง มองในเชิงยุทธศาสตร์ถือเป็นจุดเสี่ยงมากเหมือนกัน ก็มีนักดนตรี(ฝรั่ง)ถามเหมือนกันว่ายังจะให้ไปเล่นมั้ย "

 อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง วนิดา เห็นว่ามีสัญญาณที่ดีเช่นกันจากการจัดงานในปีนี้ กล่าวคือแนวทางของเทศกาลแจ๊สกรุงเทพชัดเจนขึ้นแล้ว โดยอาศัยความร่วมมือกับโปรโมเตอร์ในภูมิภาค ในแง่เส้นทางการทัวร์ของศิลปิน ทำให้งานนี้มีความหลากหลายของโชว์มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งอดีต และหากสถานการณ์การเมืองจะไม่ยุติลงง่ายๆ เธอก็หวังว่าคนไทยน่าจะมีภูมิคุ้นกันที่ดีขึ้น

 "เหมือนที่ฝรั่งเรียกว่า get used to it คือเคยชิน มองการออกมาเรียกร้องของคนเสื้อแดง เหมือนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลือง คือไม่มีความรุนแรง คือกลายเป็นกิจวัตร เป็นความคุ้นเคย เป็น demonstration อย่างหนึ่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกัน"

 เช่นเดียวกันกับการจัดงาน Frappe Music Fiesto นำทีมโดย บุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ซึ่งล่าสุดออกมาประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ยืนยันที่จะจัดงานต่อไป ขอให้ผู้สนใจไปร่วมงาน ซื้อหาบัตรกันได้แล้ว

 Frappe Music Fiesto มีเครื่องดื่มสิงห์เป็นสปอนเซอร์ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2553 ณ สปริงฟิลด์ วิลเลจ กอล์ฟ แอนด์ สปา, ชะอำ - หัวหิน ประกอบด้วยนักดนตรีต่างชาติทั้งหมด 5 วง คือ โตเกียว สกา พาราไดส์ ออร์เคสตรา - ญี่ปุ่น, ปารีสแมทช์ - ญี่ปุ่น, อินค็อกนิโต - อังกฤษ, เดอะ แคท เอ็มไพร์ - ออสเตรเลีย และ Monongo Mojica - เปรู ซึ่งน่าจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้ระดับหนึ่ง

 "ถึงตอนนี้ เราคงไม่สนใจ ไม่คิดว่าเกี่ยวข้อง และคงไม่มีอะไรรุนแรงไปกว่านี้อีกแล้ว และถึงเวลาที่ทุกคนควรจะมาคลายเครียดกันดีกว่า" บุญเพิ่ม กล่าว พร้อมเสริมว่า ที่ผ่านมา เสียงตอบรับอาจจะยังไม่มาก ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ชมคงรอดูท่าทีของผู้จัด ดังนั้น ตอนนี้ขอประกาศว่า พร้อม ไม่มีอะไรน่าห่วง เราคอนเฟิร์มงานกับศิลปินทั้งหมดแล้ว ทำให้ไม่มีอะไรหนักใจ หลังจากที่เตรียมงานกันมานานถึง 6 เดือน คิดว่าน่าจะมีผู้เดินทางมาชมกันราวๆ 3,000 คน"

 ก่อนหน้านี้ บุญเพิ่ม มีประสบการณ์จัดธุรกิจโชว์มายาวนาน เขาเคยเป็นผู้จัดงานมหกรรมดนตรี Hundred Rock ซึ่งมีการวางแผนจัดงานใหญ่โต ด้วยวงดนตรีชั้นนำที่จะมาร่วมงาน เช่น แมนิค สตรีท พรีชเชอร์ จนถึง แอช แต่ต้องมาเลิกล้มลงอย่างน่าเศร้ใจ เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) ไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนการท่าอากาศยานฯ สั่งปิด ทำให้มีการระงับเที่ยวบิน และศิลปินต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทย อันนำไปสู่การยกเลิกการจัดงานไปในที่สุด


 ก่อนหน้านั้น บุญเพิ่ม ก็เคยเป็นผู้จัดการแสดงของ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ มาแล้ว ทว่า มายากรมหัศจรรย์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในเมืองไทย เมื่อเจ้าตัวได้รับโทษทัณฑ์จากกระบิลเมืองเสียก่อน

 "ผมไม่ลืมเลือนวันเวลาเก่าๆ ที่เคยยากลำบาก แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่เราต้องมองออกไปข้างหน้า"

 ด้วยเหตุนี้ ในการจัดการแสดงดนตรีหรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติต่อไปในอนาคต บุญเพิ่มยอมรับว่า คงต้องมีการซื้อประกันเอาไว้เพื่อหลีกเลี้ยงความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังเช่นสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เป็นต้น

 

 

-3-

 

 การซื้อประกันความเสี่ยงสำหรับธุรกิจโชว์บิซ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ในการบริหารจัดการ ที่ ปีเตอร์ กัน ประธานหลักสูตรปริญญาโทด้าน Entertainment Management มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวไว้เมื่อพูดถึงการวิเคราะห์เรื่องการแปลง "วิกฤติ" ให้เป็น "โอกาส" ซึ่งหากโปรโมเตอร์ซื้อประกันความเสี่ยงไว้ ก็ย่อมจะแบกรับภาระในการจัดงานได้มากขึ้น


 ในมุมมองของอดีตผู้บริหารค่ายเพลงสากลที่ผันตัวมาทำงานด้านการศึกษาเห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันสร้างความทุกข์ใจให้แก่ผู้คนอย่างเหลือแสน ดนตรีจึงมีหน้าที่ปลอมประโลม และมีบทบาทอย่างสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้สึกนึกคิดจิตใจ เขาถือว่าศิลปินมีพันธกิจในเรื่องนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน ผู้จัดงานก็ต้องมีความรู้จริง ทั้งในตัวผู้ชม ชุมชน ตัวศิลปิน และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงคนทั้งสองกลุ่ม

 "อยากให้มองว่าเป็นเรื่องสิวๆ เป็นเรื่องที่เราทุกฝ่ายต้องพยายามปรับตัว แล้วดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้"

 นอกจากผลกระทบอันเกิดจาก พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ปีเตอร์ วิเคราะห์ว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่มีการจัดงานแสดงดนตรีกระจายออกไปตามหัวเมืองต่างๆ ในระยะนี้ ก็คือการหลีกเลี่ยงม็อบหรือฝูงชนทางการเมืองนั่นเอง

 "ผู้จัดงานต้องวิเคราะห์ว่าจัดงานอย่างไรไม่ให้ไปทับพื้นที่ของคนเสื้อสีต่างๆ เห็นได้ว่ากรณีของคอนเสิร์ต ทอม โจนส์ ไม่ได้รับผลกระทบเลย หรือกรณีของงาน ไทเกอร์ ทรานสเลท ก็โชคดีเช่นกัน ในเรื่องการเลือกพื้นที่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ คือเดินทางไปง่าย ด้วยรถไฟฟ้า

 

เราคงต้องยอมรับว่า ม็อบกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไปแล้ว มีประเทศไหนในโลกนี้บ้างที่มีม็อบยาวนาน 3-4 ปี ดังนั้น ถึงที่สุดแล้ว สังคมต้องมีการเสพฟังดนตรี และหากต้องมีคอนเสิร์ต ก็ต้องมีการบริหารจัดการไปในตัว ม็อบเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยในการทำงานเท่านั้น" นักวิชาการด้านบริหารจัดการธุรกิจบันเทิง กล่าวทิ้งท้าย.

 

 

 
 

Tags : คอนเสิร์ตท่ามกลางการเมือง

advertisement

advertisement

advertisement