กรุงเทพธุรกิจ

Life Style

วันที่ 9 มีนาคม 2553 01:00

บทสนทนาก่อนออสการ์ ของ 6 ผู้กำกับ

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตัวตนผู้กำกับทั้งหกคนนี้ อาจจะช่วยให้รางวัลออสการ์ มีคำอธิบายมากขึ้น

ผู้ใหญ่ในที่นี้คือ ผู้กำกับที่ขึ้นทำเนียบ A-list จากบารมีและผลงาน อย่าง แคทเธอรีน บิเกโลว์ ที่หนังสงครามอิรักเรื่อง The Hurt Locker ที่คว้าทั้งลูกโลกทองคำสาขาหนังยอดเยี่ยมและออสการ์ มานั่งล้อมวงสนทนาร่วมกับ เจมส์ คาเมรอน ผู้ผิดหวังแห่ง Avatar  ลี แดเนียลส์ ผู้กำกับหนัง Precious (ที่มีผู้อำนวยการสร้างชื่อโอปราห์ วินฟรีย์ ) ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่กำลังโปรโมทหนังใหม่ The Lovely Bones เจสัน ไรต์แมนแห่ง Up in the Air และ เควนติน ทาแรนติโน  จาก Inglorious Basterd

 มาฟังพวกเขาทั้งหมดนั่งตอบคำถามกับนิตยสารฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่วันนี้ รางวัลยิ่งใหญ่จะตกเป็นของ หญิงเหล็ก

 

ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาทางค่ายหนังใหญ่ในฮอลลีวู้ด เริ่มแสดงท่าทีลังเลที่จะยอมจ่ายให้ดาราดังมาเล่นหนัง ผู้กำกับคิดเห็นยังไง


บิเกโลว์ : เราเลือกนักแสดง ไม่ได้สนใจค่าตัว แต่สนใจความสามารถและการแสดงมากกว่า เลือกคนที่เหมาะกับบทที่สุด อย่างอื่นๆ ก็ค่อยปรับหากันได้ 


แดเนียลส์ : ผมชอบทำงานกับเพื่อนๆ และสบายใจกว่าด้วย ผมรู้ว่าดีเอ็นเอไหนจะเหมาะกับตัวละครที่ผมอยากได้ ผมจะเลือกทำงานกับคนที่รู้จักกันเป็นส่วนตัวมากกว่าเลือก ดาราดังหรือนักแสดงที่เก่งขั้นเทพ

ไรต์แมน : จอร์จ (คลูนีย์ พระเอก Up in the Air) ช่วยให้หนังของผมได้ไฟเขียวเร็วขึ้นน่ะ และที่สำคัญเขาเหมาะกับตัวละครมากๆ

(ถามเจมส์ คาเมรอน) คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าเลือกดาราดังแสดงนำใน Avatar จะทำให้หนังเข้าถึงอภิมหามวลชนได้เร็วกว่า

คาเมรอน : เราคิดกันแล้วว่าเราจะต้องใช้เงินมหาศาลกับเทคนิคพิเศษ และไม่พอแน่ ถ้าต้องจ้างดาราค่าตัว 20 ล้านดอลลาร์มาอีก ทางค่ายหนังก็รู้สึกตรงกัน ผมก็เลยสบายใจกว่าที่จะทำงานกับนักแสดงที่ไม่ดัง และได้ตัดสินเองว่าใครเหมาะกับบทไหน ดาราดังจริงๆ ที่ผมเคยทำงานด้วยมีแค่ ซิกกูร์นีย์ วีฟเวอร์ และ อาร์โนลด์ ซวาสเนกเกอร์ เท่านั้น และกับอาร์โนลด์ผมร่วมงานกับเขา 3 เรื่อง เรื่องแรกเขาก็ยังไม่ดังเลย (The Terminator) ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนกัน และกับซีกกูร์นีย์ก็เป็นเพื่อนผม ก็เลยทำงานง่ายหน่อย แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธการทำงานร่วมกับดาราดังซะทีเดียวนะ แต่ต้องดูว่าเหมาะกับบทไหม ศึกษานิสัยใจคอเป็นการส่วนตัวก่อน ว่าจะทำงานกันซึ่งๆหน้าไหวไหม

 มีคำถามว่า ถ้าไม่กำกับหนังแล้ว ผู้กำกับเหล่านี้จะไปทำอะไร หรือจะหยุดไปเขียนหนังสือแบบฌอง เรอนัวร์ ผู้กำกับฝรั่งเศสที่หยุดทำหนังไปเขียนหนังสือ หรือเปล่า คำตอบคือ

ทาแรนติโน --ผมตั้งใจจะเลือกกำกับตอนอายุ 60 (ตอนนี้เพิ่ง 46) และจะทำแบบเรอนัวร์นะ ผมจะเขียนนิยาย และวรรณกรรมภาพยนตร์ ประมาณนั้นล่ะ

คาเมรอน--ผมยอมตายในหน้าที่กำกับนี้แหละ แต่ผมพักจากวงการไปช่วงหนึ่งแล้วนะ ผมรู้แล้วว่าต่อให้อายุ 80 ผมก็ยังกำกับหนังได้ แต่คงจะลงใต้น้ำไปหาซากเรือไททานิคอีกไม่ไหวแล้วล่ะ

แดเนียลส์--ผมอยากจะสอนการแสดงในย่านบรองซ์ (ของนิวยอร์ก)

ไรต์แมน --ผมอยากจะเล่าเรื่องด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้ แค่จะยอมให้คนหันมาฟังหรืออาจจะเป็นนักเขียนด้วย

แจ็คสัน --มีจุดหนึ่งในงานกำกับที่ผมอยากจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คือผมได้ทำหนังใหญ่แบบใช้เวลา 2-3 ปีต่อเรื่อง และผมเห็นงานที่ คลินต์ อีสต์วู้ดทำและสิ่งที่ริดลีย์ สก็อตต์ทำ โดยพวกเขาสามารถทำหนังทั้งโปรดักชั่นใหญ่และเล็ก ที่ใช้เวลาทำเรื่องละ 7-8 เดือนเท่านั้นเอง ผมว่านั่นมันพิสูจน์ทักษะ ความสามารถที่แท้จริง ผมจะพยายามเรียนรู้ให้ทำได้อย่างนั้น เพื่อจะได้ทำหนังแบบที่ไม่ต้องใช้เวลา 3-4 ปีต่อเรื่องแบบที่เคยทำ คือผมอยากจะหาวิธีการทำงานแบบใหม่ๆ ให้กับตัวเองให้ได้

 ปีเตอร์ แจ็คสันใช้เวลาทำหนังอย่าง Lord of The Rings ไตรภาคนานถึง 7 ปี และ Lovely Bones ก็ใช้เวลาทำนานกว่าสองปี

.....................

มุมมองชีวิตในฮอลลีวู้ด

เควนติน : ช่วง 10 ปีแรก (นับจากปี 1992) ที่เริ่มเป็นผู้กำกับหนังผมรู้สึกเป็นคนนอก(ฮอลลีวู้ด) แต่ตอนนี้ 17 ปีผ่านไป.. ผมจำได้ว่าไปงานดินเนอร์กัฟเวอร์เนอร์บอล (ปาร์ตี้สุดหรูหลังงานรางวัลออสการ์) และรู้สึกว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของคนในห้องนั้น คนพวกนั้นเป็นชุมชนเดียวกับผมนะ

แจ็คสัน : (ผู้กำกับที่ปักหลักอยู่นิวซีแลนด์) ที่นิวซีแลนด์เราไม่ถ่ายหนังตัวเองตอนนั่งทานอาหารเช้านะ ไม่มีใครทำกันน่ะ เพราะงั้นวัฒนธรรมแบบ(ที่ฮอลลีวู้ด)มันเป็นต่างด้าวมาก ฮอลลีวู้ดเหมือนอีกโลกหนึ่ง เหมือนดาวเคราะห์ครละดวง(กับที่นิวซีแลนด์)

ไรต์แมน : ผมทำงานพวกนี้มาตลอดชีวิต(หัวเราะ) พ่อผมตั้งกล้องถ่ายเองอ่ะ ( ไรต์แมน โตมาในฮอลลีวู้ดเพราะพ่อเป็นคนทำหนัง) 

คาเมรอน : ผมชอบทำหนังเพื่อมวลชนกระแสหลัก เพื่อคนทั้งโลกได้ดู ผมไม่สนใจจะทำหนังเพื่อฉายตามเทศกาลหนังเท่านั้นนะ แต่ไม่ได้วิ่งออกไปเจอไปคุยกับขาใหญ่ในวงการเท่านั้นเอง ผมไม่มีเอเยนจ์มา 15 ปีแล้ว ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวด้วย ไม่มีพีอาร์คอยตอบคำถามแทน เพราะผมอยู่แบบเงียบๆ ไม่ออกงานมากนัก ไม่ไปปาร์ตี้ ไม่ไปทานอาหารโน่นนั่นนี่ ว่างจากหนังก็อยู่กับครอบครัวเท่านั้นเอง

 สรุปว่า ผมทำงานแบบคนนอกฮอลลีวู้ด แต่ผลงานออกมามันเป็น(สเกล)ฮอลลีวู้ดเท่านั้นล่ะมั้ง 

 

 

 

Tags : Oscar

advertisement

advertisement

advertisement