ไม่เกี่ยวกับสโมสรฟุตบอลขวัญใจคนชลบุรี ไม่ต้องมีผ้าพันคอหรือเสื้อทีม แถมยังไม่ต้องกลัว "ฮูลิแกน" ฝ่ายตรงข้าม เพราะ CHONBURI F.C. ที่ว่านี้ ม
เพียง 150 กิโลเมตร (โดยประมาณ) กับความเร็วตามแต่สภาพรถ วันอันแสนวุ่นวายในกรุงเทพฯจะถูกเปลี่ยนให้เป็นช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ได้อย่างไม่ยากเย็น
กติกามีอยู่ว่า...ขอให้ลืมรสชาติคุ้นลิ้นของข้าวหลามหนองมนไปก่อน เพราะที่จะได้ลิ้มชิมรส คือพายองุ่นหวานหอมกับไวน์รสดีท่ามกลางบรรยากาศทุ่งดอกไม้และกังหันลม และหากคุณเป็นอีกคนที่ไม่ปลื้มความวุ่นวายของชายหาดพัทยา รับรองว่าทริปนี้จะมีแต่ทะเลใสๆ สงบ สะอาด ปราศจากกลิ่นคาวหรือเรื่องฉาวๆ ของนักเที่ยว
ใช่แล้ว...ปลายทางของเราอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อำเภอเล็กๆ ชายแดนจังหวัดชลบุรี เมืองที่หลายคนอาจแค่เคย “ผ่าน” ...สัตหีบ
ดอกไม้ในไร่องุ่น
เหยียบคันเร่งหนีแสงสีของเมืองพัทยามาตามถนนสุขุมวิท เพียง 20 กิโลเมตรก็จะถึงตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ เล็งป้ายซ้ายมือให้ดีถ้าเห็นทางเข้าไร่องุ่นซิลเวอร์เลค (Silverlake) หรือวัดเขาชีจรรย์ ให้หักพวงมาลัยเข้าไปแบบไม่ต้องลังเล (แต่ต้องระวัง!) เพียง 6 กิโลเมตรก็จะถึงอาณาจักรองุ่นของอดีตดาราสาวที่ยังสวย "สุพรรษา เนื่องภิรมย์"
ไร่องุ่นแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ ปรับปรุงไปแล้วกว่า 400 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ปลูกองุ่นประมาณ 280 ไร่ มีทั้งแปลงปลูกองุ่นสำหรับทานสดและองุ่นสำหรับทำไวน์ แต่ดูๆ ไปแล้ว คงไม่ใช่องุ่น(อย่างเดียว)หรอกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ เพราะหลังจากผ่านประตูเข้าไป สวนดอกไม้สีสันสดใสก็สะดุดตาสะดุดใจจนใครหลายคนแทบจะกระโจนลงจากรถ
แต่ช้าก่อน ..ที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใครนึกจะจอดตรงไหนก็จอด ถ่ายตรงไหนก็ "ถ่าย" ดับเครื่องที่ลานจอดให้เรียบร้อยแล้วค่อยๆ เดินนวยนาดชมทิวทัศน์ก็ยังทัน ระหว่างทางมีสวนดอกไม้สวยๆ มีไร่องุ่นให้เชยชม หรือจะรองท้องที่ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนก็น่าสน แต่ถ้าระงับอาการ Photoginic ไว้ไม่ไหว จะมุ่งหน้าไปถ่ายรูปกับกังหันลมก่อน ที่นี่เขามีทางให้เลือกอยู่ 3 ทาง 3 ระดับราคา คือซื้อบัตรผ่านประตูแล้วเดินเข้าไป นั่งรถรางซึ่งจะแวะให้ถ่ายรูปเป็นระยะ หรือใช้บริการรถม้าก็ได้บรรยากาศสุดๆ
เข้าคอนเซปต์ของฟรีไม่มีในโลก แต่ก็คุ้มสำหรับนางแบบนายแบบ(สมัครใจ)ทั้งหลาย เพราะเมื่อผ่านเข้าไปด้านใน ดอกไม้สีจัดจ้านถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ทรงกลมบ้าง โค้งบ้าง แต่ที่รอคิวถ่ายภาพกันแบบไม่กลัวแดด เห็นจะเป็นซุ้มดอกไม้รูปหัวใจที่มีเก้าอี้ขนาดใหญ่ให้ได้โพสต์กันอย่างเต็มที่ ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะไปถึงไฮไลต์ กังหันลมสไตล์ฮอลแลนด์ประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสัน กับรองเท้าไม้คู่ใหญ่ที่บางคนถึงขั้นใส่โอเวอร์โคทเต็มยศมาโพสต์ท่าราวกับหิมะจะตก คงจะเอาไปลง Hi5 ประกาศให้โลกรู้ว่า “ฉันไปยุโรปมาแล้วนะยะ” (ทำไปได้...)
ใช้เวลากันตามอัธยาศัย ทั้งสวนดอกไม้ ไร่องุ่น และทะเลสาบ ถ้ามาในช่วงเช้าหรือตอนเย็นๆ บรรยากาศจะดีมาก แต่ถ้ามาตอนพระอาทิตย์กำลังแผดแสง น้ำองุ่นเย็นๆ สักแก้วช่วยคลายได้อย่างดี
ก่อนกลับอย่าลืมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากองุ่นทุกชนิด แยมองุ่น ลูกเกด คุกกี้ไส้องุ่น เยลลี่องุ่น โดยเฉพาะ องุ่นสดไร้เมล็ด ถือเป็นของฝากที่ดูดีมีฐานะทีเดียว
ศรัทธา ณ เขาชีจรรย์
พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา คือพระนามของพระพุทธรูปซึ่งแกะสลักลงบนหน้าผาขนาดใหญ่ มองเห็นได้แต่ไกล สัญลักษณ์แห่งศรัทธานี้พุทธศาสนิกชนรวมใจกันสร้างถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539
ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็น สมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเสียดายเขาชีจรรย์ที่มีภูมิทัศน์ยิ่งใหญ่ สง่างามตามธรรมชาติ แต่ถูกระเบิดทำลายทุกวัน จึงทรงดำริที่จะอนุรักษ์ เขาชีจรรย์ ให้คงชื่ออยู่คู่กับ เขาชีโอน ซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตสังฆาวาสของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ด้วยการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาให้เป็นปูชนียสถานสำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลังจากได้ข้อยุติว่า พระพุทธรูปเป็นแบบประทับนั่งปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตรศิลปะสุโขทัยผสมล้านนาขนาดความสูงทั้งสิ้น 130 เมตร แกะสลักแบบนูนต่ำ อุปสรรคก็ตามมาทดสอบศรัทธาอีกหลายครั้งหลายหน
ด้วยว่าในขั้นตอนของการสร้างพระพุทธรูป ต้องมีการปรับหน้าผาธรรมชาติให้มีความเรียบซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและใช้เวลามาก จากนั้นจึงสแกนภาพต้นแบบของพระพุทธรูปไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วบันทึกโปรแกรมส่งไปยังสแกนเนอร์เพื่อควบคุมการยิงเลเซอร์เพื่อวาดภาพบนเขา โดยการฉายแสงวาดภาพบนเขาต้องทำในเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน
วิธีการวาดก็น่าตื่นเต้นไม่น้อยเพราะต้องให้คนงานโรยตัวด้วยเชือกลงมาจากยอดเขา แล้วใช้สีฝุ่นวาดแต้มเป็นจุดตามที่แสงเลเซอร์กำหนดไว้ การก่อสร้างใช้เวลาหลายปี ผ่านความลำบากและความเสี่ยงสารพัด แต่ในที่สุดก็สำเร็จลุล่วงไปได้
ทุกวันนี้แม้จะผ่านร้อนผ่านฝนมาหลายปี แต่พระพักตร์อันสงบนิ่งของพระพุทธองค์ก็ยังคงโดดเด่นอยู่เหนือแผ่นผา ใครผ่านไปผ่านมามักแวะมานมัสการเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยด้านล่างจัดเป็นลานอเนกประสงค์ ปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น.- 18.00 น. ย้ำนิดหนึ่งว่า ควรแต่งกายสุภาพและงดใช้เสียงดัง
มาถึงเขาชีจรรย์ทั้งที หากจะให้ครบถ้วนกระบวนธรรมของคนสัตหีบแล้ว ไม่ควรผ่านเลย วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตรไปโดยไม่หาโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม
วัดนี้ตั้งชื่อตามสมณศักดิ์ในอดีตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดที่มีความร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมากมาย อาทิ วิหารพระศรีอริยเมตไตรย ซึ่งเป็นอาคารศิลปะไทยแท้ที่มีความประณีตบรรจง, พระบรมธาตุเจดีย์ มหาจักรีพิพัฒน์ เจดีย์ใหญ่สีขาวสะดุดตา ภายในของเจดีย์ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อริยาคาร เป็นสถานที่แสดงหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพบูชาและให้ความนับถือของคนไทยทุกคนตั้งแต่สมัยในอดีตเช่น หลวงพ่อโต, อาจารย์มั่น, หรือหลวงปู่แหวน รวมถึง ศาลานาคเล่นน้ำนานาชาติ ซึ่งเป็นศาลาในรูปแบบศิลปะของชาติต่างๆ รายรอบอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ
ให้เวลาสำรวจจิตใจตัวเองพอประมาณ ชื่นชมกับสถานที่พอสมควรแก่เวลา เตือนตัวเองว่าอย่ารอช้า...ข้างหน้ายังมี หาดทราย สายลม และสองเรา (หรือมากกว่านั้น) รออยู่
ชายหาด ที่หาดทรายแก้ว
อิ่มตาแล้ว อิ่มใจก็แล้ว หากจะหาอาหารทะเลสดๆ รสชาติจัดจ้านใส่ท้อง ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงกับอาหารรสชาติจัดจ้านแถวชายหาดบ้านอำเภอ ที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งตกแต่งเก๋ๆ สไตล์ประภาคาร หรือร่มรื่นด้วยแมกไม้ นั่งรับประทานกับพื้นเหมือนอยู่บ้าน หรือจะนั่งเก้าอี้เอนหลังแบบชายหาดก็มี แต่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับเป็นร้านหน้าตาธรรมดาๆ ชื่อร้านก็ใช้ชื่อเจ้าของตัวจริงไม่ต้องคิดมาก อาหารทะเลสดใหม่ ราคากันเอง ใครไปแล้วไม่แน่ใจว่าร้านไหนดี กูรูด้านอาหารแนะนำให้ดูร้านที่คนเยอะๆ นั่นแหละ..ไม่น่าพลาด
อิ่มท้องแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาผึ่งพุง ใช้เส้นทางสายเดิมทว่ามุ่งหน้าสู่อำเภอสัตหีบ ขวามือเล็งที่หมายโรงเรียนชุมพลทหารเรือไว้ให้ดี เห็นที...ต้องบุกค่ายทหารกันสักครั้ง
แจ้งความจำนงที่ด่านด้านหน้าว่าจะไป “หาดทรายแก้ว” แล้วปฏิบัติตามพิธีรีตองเล็กน้อยก่อนผ่านเข้าสู่เขตทหารที่เดี๋ยวนี้เขาแปะป้าย “ยินดีต้อนรับ” ไว้ทั่ว ขับรถแบบไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่นานก็จะมาถึงทางเข้าหาด ซึ่งมีลักษณะเป็นทางขึ้นเขา ตรงนี้หากเป็นนักท่องเที่ยวขาจร ต้องจอดรถและใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แต่ถ้าจองบ้านพักไว้สามารถนำรถขึ้นไปได้
เส้นทางค่อนข้างแคบและลาดชัน แต่ก็มุมสวยๆ ไว้อวดภาพน้ำทะเลสีฟ้าใส มองไปไกลๆ จะเห็นตึกสูงๆ ต่ำๆ ริมหาดพัทยา ก่อนถนนจะพาอ้อมเขามาสิ้นสุดตรงโค้งหาดที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
หาดทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวสลับแนวโขดหิน ต้นไม้ร่มครึ้มแทรกด้วยเตียงผ้าใบประปราย คือผลงานการอนุรักษ์จากรั้วของชาติ
หาดทรายแก้ว เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนเมื่อปี 2546 นอกจากน้ำทะเลใสๆ แล้ว ความเป็นธรรมชาติของที่นี่ยังคงสมบูรณ์พร้อมทั้งทรัพยากรใต้ทะเลและชายฝั่ง ในยามค่ำคืนหากได้มาเดินเล่นชมแสงจันทร์ มองลงไปบนผืนทรายอาจจะได้เห็นปลาดาวตัวเป็นๆ หรือเจ้าปลาหมึกตัวอ้วนเล่นน้ำอยู่ไม่ไกล
ด้วยความที่อยู่ในเขตทหารซึ่งมีกฎระเบียบเคร่งครัด ที่นี่จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสงบๆ แต่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับใครที่หลงแสงสีและความสะดวกสบาย เพราะนอกจากจะไม่มีผับบาร์ไว้ให้เริงร่าแล้ว ยังอนุญาตให้ใช้ไฟแค่พอประมาณถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ใครที่คิดจะไปเมาหัวราน้ำ หรือสนุกสุดเหวี่ยงส่งเสียงดังโวยวาย อาจถูกเชิญไปพักที่อื่นได้ (นี่คือคำเตือน)
แต่สำหรับคนที่เลือกแล้วว่าจะพักใจแบบไร้มลพิษทั้งทางอากาศ เสียงและสายตา โดยเฉพาะครอบครัวที่มองหาแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ติดเรท "ฉ" ให้กับเด็กๆ หาดแห่งนี้ ไม่เพียงรับประกันความปลอดภัยด้วยทหารคุ้มกันตลอด 24 ชม. ยังมีกิจกรรมทางน้ำไว้คอยบริการ ทั้งเรือคายัค เรือกล้วย ถ้าจะออกไปดำน้ำที่เกาะใกล้ๆ หรือไปให้อาหารลิงที่เกาะเป็ดก็สามารถติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้
ครบถ้วนทั้งดอกไม้สวย ทะเลงาม อาหารอร่อย อากาศดี และพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สุดสัปดาห์นี้หนีร้อนมาพึ่ง "เย็น" ที่สัตหีบกันดีกว่า
การเดินทาง
จากกรุงเทพมหานครมายังอำเภอสัตหีบ หากใช้รถยนต์ส่วนตัวให้ใช้เส้นทางถนนสายบางนา-ตราด หรือทางหลวงหมายเลข 34 ขับรถผ่านจังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอศรีราชา
ผ่านเมืองพัทยาโดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทเป็นหลักจนถึงอำเภอสัตหีบ หรือจะใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าสู่พัทยา จากนั้นจึงใช้ถนนสุขุมวิทเดินทางต่อไปยังอำเภอสัตหีบ โดยผ่านอำเภอนาจอมเทียม หาดบ้านอำเภอ สำหรับไร่องุ่น Silverlake ตั้งอยู่ที่ตำบลนาจอมเทียน ประมาณ กม.ที่ 161 อยู่ด้านซ้ายมืออยู่ซอยเดียวกับ วัดเขาชีจรรย์ เลยซอยวัดญานสังวรารามไป เข้าซอยไปจะเป็นถนนหนองจับเต่าเข้าไปประมาณ 6 กม.
หาดทรายแก้ว อยู่ในอาณาบริเวณของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ มีบริการห้องพักและที่กางเต็นท์ ติดต่อสอบถามและสำรองที่พักได้ที่ ศูนย์รับจองที่พัก โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20251 โทร. 0- 3843- 6187 ต่อ 2070





ความคิดเห็นที่ 6
fake tag heuer watches , 8 สิงหาคม 2554 09:47
If anyone set the tone for the
ความคิดเห็นที่ 5
replica watches , 8 สิงหาคม 2554 08:02
genuine Gucci products you are
ความคิดเห็นที่ 4
rolex replica , 6 สิงหาคม 2554 16:24
product It is preferred
ความคิดเห็นที่ 3
daybed bedding , 5 สิงหาคม 2554 15:47
interest of youngsters especially those people
ความคิดเห็นที่ 2
replica tag heuer watches for sale , 3 สิงหาคม 2554 14:12
come styled Some wearers still opt to
ความคิดเห็นที่ 1
discount bedding , 2 สิงหาคม 2554 12:52
the company Miuccia Marios