บันเทิงรสกิมจิมาลงรากในเมืองไทยกว่าสิบปีแล้ว จนวันนี้ได้แตกหน่อออกผลมาเป็นศิลปินไทยๆ แต่ห่อหุ้มไว้ด้วยเครื่องแบบแห่งเค-ป๊อบ
กระแสเกาหลีฟีเวอร์ยังเป็นเรื่องที่พูดกันไม่รู้จบ และวัยรุ่นทุกวันนี้มีคีย์เวิร์ด "K = Korea" อยู่ในทุกย่างก้าวของชีวิต เทรนด์ สไตล์ ดนตรีและบันเทิง ปรากฏการณ์ที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 ที่หนังเกาหลี My Sassy Girl ดังถล่มทลาย ซีรี่ส์ทีวี Autumn in My Heart เรตติ้งสูง Rain เป็นชายในฝันของสาวไทย และ ดงบังชินกิ เป็นวงบอยแบนด์ที่มีแฟนคลับชาวไทยนับหมื่นไปกรี๊ดถล่มอิมแพคอารีน่า ไม่หวั่นกระทั่งไข้หวัดเวอร์ชั่นไหนๆ
สิบปีผ่านไป ขึ้นทศวรรษใหม่ของปี ค.ศ. กระแสเกาหลียังคงกระแทกบันเทิงไทย และดูจะไม่ใช่แค่การนำเข้า "สินค้า" หรือ "ศิลปิน" แต่เป็นการ "ก้าวตาม" และรับเอาอิทธิพลต่างๆ มาสวมร่างไทย เพื่อให้ออกไปสู่ "มาตรฐานเอเชีย" ที่ โปรดิวเซอร์ศิลปินคนหนึ่งบอกว่า "จุดหมุนของเพลงป๊อปเอเชีย" ตอนนี้อยู่ที่ คาบสมุทร "เกาหลี"
ป๊อปไทย สไตล์เกาหลี
ประเด็นตอนนี้ คือ เพลงป๊อปเกาหลี หรือ K-pop กลายเป็น เทรนด์ สไตล์ และองค์ความรู้ ที่ส่งออก และถูกนำเข้ามาสู่วงการเพลงไทย
ปีที่แล้วการปรากฏตัวของ บอยแบนด์ข้ามเพศอย่าง "วันเดอร์เกย์" ใต้ชายคาของค่ายเพลงอย่างอาร์เอส ที่หมุนตามกระแส Wonder Girls วงเกิร์ลกรุ๊ปที่มีเพลงฮิตถล่มยูทูบ และท่าเต้นให้ลูกเล็กเด็กแดงเลียนแบบ หรือ วันที่ โฟร์-มดและ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ เริ่มเป็นหน้าเก่า การจัดรูปแบบสไตล์วงสาวน้อยน่ารัก อย่าง Seven Days จากค่ายกามิกาเซ่ ก็เกาะกระแส Girl Generations ของเกาหลี อย่างไม่ปิดบัง
จนกระทั่งต้นปีนี้ หลังจาก "เกาหลีใต้" ได้บทสรุปว่าวงการเพลงป๊อปเกาหลีหรือ K-pop ปีที่ผ่านมา(2009) ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปของพวกเขา เป็น "กระแสหลัก" และเป็น "ปรากฏการณ์" ความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รายชื่อวงอย่าง Wonder Girls,2NE1,KARA,SDND,4 Minite ฯลฯ เป็นชื่อที่คุ้นเพลงแฟนเพลงวัยรุ่นเป็นอย่างดี
วงการเพลงไทยก็มีการเคลื่อนไหวขานรับกระแสนี้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่การพา ศิลปินเกาหลี มาแสดงสด มาโชว์ตัว หรือมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่มี "การสร้างศิลปินไทย" ใน "แบบเกาหลี" ขึ้นมาอย่างเป็นล่ำเป็นสันด้วย และ "ลุค" ของศิลปินป๊อปไทย ที่เอาเสื้อผ้า หน้า ผมของเกาหลีมาแล้ว
นอกเหนือจาก วันเดอร์เกย์,Seven Days ยังมีศิลปินหน้าใหม่ที่เปิดตัวมาแล้วจากค่ายอย่าง โมโน มิวสิค ที่มี Candy Mafia เป็นเกิร์ลกรุ๊ปไทย ที่เปิดตัวเป็น "แบบเกาหลี" และแน่นอน การส่งตัวศิลปินไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลงเปิดตัว (Don't Move) ที่เกาหลี ด้วยวิธีการและสไตล์แบบเกาหลีนั้น เป็นการสะท้อนถึงอิทธิพลและมาตรฐานของแดนกิมจิ ที่คนเบื้องหลังอย่าง รามจิตติ หงสกุล โปรดิวเซอร์ศิลปินกลุ่มนี้ อธิบายเหตุผล และชี้ปรากฏการณ์ว่า
"การทำเพลงป๊อปเราปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องอิงเทรนด์นะ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น เพลงหรือสไตล์ทั้งหมด อย่างเมื่อก่อนเทรนด์ฝรั่ง ตอนนี้เป็นเทรนด์เอเชีย มีญี่ปุ่น จีน และตอนนี้เกาหลี ถ้าเป็น 5 ปีที่แล้ว มันอาจจะต้องเป็นญี่ปุ่น J-Pop แต่ตอนนี้จุดหมุนของป๊อปเอเชียอยู่ที่เกาหลี เรามองว่าเราต้องไป join กับเขา โดยที่เราก็ต้องมีความเป็นตัวเองอยู่นะ"
สิ่งที่โมโน มิวสิค เรียกกว่าการ join กับป๊อปเกาหลี นั้น ผลลัพธ์คือ มิวสิควิดีโอเพลงโปรโมทที่เป็นลุคเกาหลี
"เราทำเพลง แดนซ์ มิวสิค มันต่างจาก easy listening ทั่วไป เพราะมันไม่ใช่แค่การฟัง มันต้องเห็นภาพการแดนซ์ด้วย ซึ่งมันก็ต้องดูดี ตื่นตา เสื้อผ้าก็ต้องใช่ วัยรุ่นดูแล้วเท่ เพราะฉะนั้นเราก็เลยตั้งใจว่าจะเปิดตัวด้วยคุณภาพ" นั่นหมายถึง การทำงานกับเกาหลี
"เราก็เอาความสามารถของเขามาสู่ตัวเรา คุณภาพของดนตรีเขา ณ วันนี้ มันเป็นจุดหมุนของวงการเพลงป๊อปเอเชีย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องไปตรงนั้น เอามาตรฐานตรงนั้นมาใส่งานของเรา ให้มีคุณภาพ" รามจิตติเสริมว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสาระสำคัญในการทำเพลงป๊อป "ตัวเพลง groove และเนื้อหา" ซึ่งสามสิ่งนี้ ยังอิงความเป็นไทย แสดงความแตกต่างจากเกาหลี
"แต่เราคงจะเสนอเนื้อหาแรงๆ (เซ็กซี่)ขนาดเขาไม่ได้ เนื้อหาเพลงป๊อปไทยก็จึงยังเป็นความรักแบบวัยรุ่น เล่าเรื่องแบบทำไมตัดพ้อต่อว่ากันเบาๆ แต่การนำเสนอเราก็ต้องหา gag ของคำ(ร้อง)ให้มันฟังดูเก๋ๆ บ้างๆ" โปรดิวเซอร์คนเดิม อธิบาย
ค่ายสากล ขนศิลปินนำเข้า
ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา ยอดขายซีดีลดฮวบ แต่ศิลปินอย่าง วง 2PM บอยแบนด์จากบริษัทปั้นศิลปินอย่าง JYP นั้น กลับสามารถขายอัลบั้มในเมืองไทยได้ถึงขั้นต้องมอบรางวัลแผ่นแพล็ตตินัม ซึ่งตัวเลขยอดขายอยู่ในหลักหมื่น ซึ่งคนในอุตสาหกรรมดนตรียืนยันว่า การขายแผ่นซีดีได้ในปริมาณนี้ในยุคนี้ถือว่า "ขั้นเทพ" และบทพิสูจน์ว่าศิลปินมีศักยภาพในการขายได้อย่างเด่นชัด มาจากการที่บรรดาตัวแทนของค่ายเพลงสากลในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โซนี่ มิวสิค,ยูนิเวอร์แซล มิวสิค (นำเข้าวงเกิร์ลกรุ๊ป 4 Minute) ก็มี "ตัวขาย" เป็นศิลปินป๊อปเกาหลี ร่วมขบวนกับศิลปินเพลงจากฝั่งตะวันตกด้วย
"เราเรียกตัวเองว่าค่ายเพลง และเราก็มีโซนี่ที่เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งในสถานการณ์ของเพลงป๊อปช่วง 2-3 ปีนี้ k-pop ฟีเวอร์ยังอยู่ ซึ่งกรณีของ 2PM เราได้ license deal หมายถึงเป็นผู้ทำการตลาด จัดจำหน่ายและโปรโมชั่นต่างๆให้กับศิลปินรายนี้ ขณะที่บริษัท JYP entertainment เขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานหรือที่เรียกว่า repertoir owner และเราทางโซนี่เกาหลีก็เห็นศักยภาพของน้องๆ กลุ่มนี้ ในเมืองไทยก็เห็น เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่อัลบั้มขายได้เยอะมาก เมื่อเทียบกับศิลปินสากล(ต่างประเทศ)ในช่วงนี้นะ ส่วนหนึ่งเพราะเรามีนิชคุณ สมาชิกของวงเป็นคนไทยอยู่ด้วย มันก็ง่ายที่จะเชื่อมต่อกับคนฟังที่นี่" ภัทรา บุศราวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป (GM)ของบริษัทโซนี่ มิวสิค เอนเทอร์ เทนเมนต์ โอเปอร์เรติ้ง (ประเทศไทย) เล่าสภาพการณ์ให้ฟัง หลังเวทีแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุด 01.59 PM [ ONE FIFTY NINE PM ] The First Album ของวง 2PM ภายใต้การดูแลของโซนี่มิวสิคในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ภัทรา ให้ความเห็นต่อ "องค์ประกอบ" ที่ส่งผลให้ k-pop ประสบความสำเร็จว่า "เขามีอะไรใหม่ๆ ออกมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นลุค สไตล์ ยกตัวอย่าง มิวสิควิดีโอของเขา สุดยอดมาก มันหวือหวา มันตื่นตา"
ก่อนหน้านี้ โซนี่ มิวสิค จะเข้าลุยตลาดเอเชีย พร้อมกับศิลปินไทยหัวใจอินเตอร์อย่าง ทาทา ยัง มาแล้ว และในงานอัลบั้มเพลงสากลชุด Ready For Love ของทาทา ที่วางแผงเมื่อปีที่ผ่านมา ก็เปิดตัวด้วย "ลุคเกาหลี" เรียกกระแสด้วย
GM ของโซนี่เล่าถึงที่มาที่ไปกรณี MV และเสื้อผ้าหน้าผมแบบเกาหลีของทาทา ยัง ว่า
"สำหรับทาทา เราเปิดตัวอิงกระแส แต่เนื้องานของทาทาเป็นสากล เราอัดเสียงที่เยอรมันนะคะ โปรดิวเซอร์นักแต่งเพลงก็เป็นทีมที่มีฝีมือในยุโรป detail ของงานมันจะเป็นมาตรฐานฝั่งโน้น แต่ในการเปิดตัวเราก็มองเห็นว่าป๊อปมันอยู่ที่เกาหลี ตลาดเอเชียตรงนี้ เราก็คิดท่าเต้น ลุค และสไตล์ที่เป็นเกาหลีในมิวสิควิดีโอตัวแรก ซึ่งในชุดก่อนๆ ทาทา ก็เคยทำสไตล์แขก สไตล์ญี่ปุ่นมาแล้ว"
โซนี่มีแผนจะปล่อยศิลปิน "เกิร์ลกรุ๊ป" สัญชาติไทย สไตล์เกาหลีที่ทางค่ายสร้างเองกับมือให้ได้ยลโฉมในปีนี้อีกด้วย โดยชี้จุดสำคัญที่เป็นบทเรียนความสำเร็จจาก k-pop ว่า
"สไตลิสต์เขามีคุณภาพมาก และการปั้นศิลปิน เขาจะเข้มงวด อย่างนิชคุณ (หรเวชกุล สมาชิกวง 2PM) เขาเล่าให้พี่ฟังว่า ตอนแรกที่เริ่มเก็บตัวฝึกเป็นศิลปิน 1 ปีเต็มๆ เขาไม่เข้าใจว่า ทำอะไร ต้องตื่นนอน มาออกกำลังกาย ทำกิจกรรมตามตาราง ซึ่งตอนนี้(สามปีผ่านไป)เขาเข้าใจแล้วว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร และความสำเร็จที่ได้รับมันมาจากการลงทุนจริงๆ ความตั้งใจของคนที่เป็นศิลปิน และการใส่ใจรายละเอียด กิมมิคต่างๆของ(โปรดิวเซอร์)JYP มันคือที่มาของความสำเร็จในวันนี้" ภัทรา กล่าว
ป๊อปไทย ฉุดไหวหรือเปล่า
"ผมว่าการนำเข้าคอนเสิร์ตเกาหลี ส่วนหนึ่งก็น่าจะทำให้ตลาดเพลงไทยตื่นตัวนะ ในแง่จะทำงานคุณภาพไปสู่มาตรฐานแบบเขา การที่เราเห็น performance ของเขา เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญ ว่าเราจะวัดคุณภาพจากความสำเร็จแบบนั้นยังไง เราก็ทำได้ไม่น้อยหน้าเขาหรอก" รามจิตติบอก โดยศิลปินกลุ่มสาวน้อยที่เขาสร้างมา เอ่ยเสริมว่า "ตอนนี้ก็เริ่มมีคนเต้น cover ตามเพลงพวกเราแล้วนะ"
ทั้งนี้สี่สาว Candy Mafia เป็นกลุ่มที่เติบโตจากการเป็นนักเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ของศิลปินป๊อปเกาหลีมาก่อนจะถูกปลุกปั้นเป็นศิลปิน
และพวกเธอสะท้อนประสบการณ์ที่ได้ทำงานที่เกาหลีแบบเกาหลีในงานมิวสิควิดีโอเพลงแรกว่า "เขาซ้อมหนักมาก เขาวัดแบบก้มลงดูกับพื้นเพื่อจะดูว่า พวกเขาขยับขาพร้อมกันหรือเปล่า และเขาจะให้เราซ้อมแบบทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้เต้นออกมาเป๊ะที่สุด
การซ้อมหนัก เป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของศิลปินป๊อปเกาหลี ที่ทั้งผู้บริหารโซนี่ มิวสิคและโปรดิวเซอร์ โมโน มิวสิคบอกตรงกันว่า การสร้างศิลปินแบบเกาหลีนั้น ใช้การ "ทุ่มเท" เวลาและทุนอย่างยิ่งยวด
"ได้คุยกับน้องนิชคุน (สมาชิกวง 2PM)เกาหลีเขาไม่ยึดติดกับความเป็นเกาหลีของเขามากนัก แต่เขาจะพยายามให้มันเป็นสากล และเขามุ่งมั่น ดูอย่างเคสของ นิชคุณ สิ จากเด็กวัยรุ่นที่ทำอะไรไม่เป็น 3 ปีเท่านั้น เขากลับมาน่ากลัวมาก" รามจิตติ พูดถึงการปลุกปั้นศิลปิน จากเด็กวัยรุ่นธรรมดาก้าวขึ้นมาเป็นไอดอล ที่สะท้อนความสำเร็จตามหลักสูตรโรงเรียนปั้นศิลปินป๊อปของค่ายบันเทิงในเกาหลี
สาวน้อยจาก Candy Mafia บอกเล่าประสบการณ์ "การซ้อมหนัก" แค่ไหนจึงจะพอตามมาตรฐานของแดนกิมจิว่า
"เขาบอกเราว่าให้เต้นในห้องกระจก(ห้องซ้อม) เต้นจนเหงื่อออก จนกระจกมันเป็นฝ้า (เพราะเหงื่อ) นั่นแหละ ถึงจะบอกได้ว่านั่นเราทำเต็มที่แล้ว" เน็ต หนึ่งในสมาชิก Candy Mafia บอก และเสริมว่า การเต้น 4 คน ต้องมีความเท่าเทียม ซึ่งต้องวัดกันด้วยไม้บรรทัด กระทั่งท่ายืดแขนชี้นิ้วต้องชี้ไปในองศาที่เท่ากันเลยทีเดียว"
แต่เมื่อถามโปรดิวเซอร์ว่า ศิลปินไทยจะฝึกหนักๆ แบบเกาหลีได้หรือไม่ รามจิตติบอกว่า "ที่นั่นเขาจะ comment เด็กแรงๆ แต่เพราะเขา(คนปั้นและศิลปินที่ถูกปั้น)มีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องให้มีผลงานที่ออกมาดีและต้องดีเพื่อสู้กับคนอื่นให้ได้ด้วย เขาก็เลยทำได้ พูดถึงเด็กไทยเราก็มีแววนะ แต่อาจจะต้องเสริมพวกอุปกรณ์ และตลาดเพลงขยายให้มากพอที่จะสามารถลงทุนได้เต็มที่"
"เกิร์ลกรุ๊ปไทยที่ผ่านมา มันยังไม่บูมแบบเกาหลี ผมว่าเป็นเพราะ เรายังขาดๆ เกินๆ เช่น ร้องดี แต่เต้นไม่ดี เต้นดีแต่ร้องไม่ได้ นอกจากนี้พวกตัวเพลงจนถึงการทำโปรโมชั่น การสื่อสาร อย่างเห็นได้ชัดว่า MV(มิวสิควิดีโอ)ของเกาหลีมันตื่นตา ตื่นใจมาก ซึ่งถ้าเราจะทำเพลงแดนซ์ มันต้องมีความหวือหวาตรงนี้อย่างที่บอก"
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองค่ายต่างมีความหวังว่า ศิลปินป๊อปไทยจะสามารถเกาะกระแสและสร้างคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับในตลาดทั้งในบ้านและนอกบ้านได้อีก แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างที่คาดหวังหรือไม่ คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไป
Tags : เค ป๊อบ



